พบช่องโหว่ใหม่บน WinRAR ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้กว่า 500 ล้านคน

มีการประกาศค้นพบช่องโหว่ความรุนแรงสูงบนเวอร์ชันล่าสุดของโปรแกรมบีบอัดข้อมูลชื่อดังอย่าง WinRAR ส่งผลให้แฮ็คเกอร์สามารถรันโค้ดโจมตีบนเครื่องของเหยื่อที่ติดตั้งโปรแกรมดังกล่าวจากระยะไกลได้ (Remote Code Execution)

ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้กว่า 500 ล้านคนทั่วโลก

ช่องโหว่ที่ค้นพบเป็นช่องโหว่ประเภท Zero-day ที่ไม่เคยถูกพบมาก่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อ WinRAR 5.21 เวอร์ชันล่าสุดบนระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 500 ล้านคนทั่วโลก ช่องโหว่นี้ถูกจัดให้มีความรุนแรงระดับ “High Severity” และระดับ 9 บน CVSS (Common Vulnerability Scoring System)

แฝงโค้ดแปลกปลอมลงไปในไฟล์ที่บีบอัด

ช่องโหว่นี้ปรากฏบนฟังก์ชัน “Text and Icon” ที่อยู่ภายใต้โมดูล “Text to display in SFX window” โดยแฮ็คเกอร์จะแฝงโค้ด HTML แปลกปลอมลงไปขณะสร้างไฟล์ SFX (WinRAR SFX เป็นไฟล์บีบอัดที่สามารถรันได้ โดยอาจประกอบด้วยไฟล์ย่อยตั้งแต่ 1 ไฟล์เป็นต้นไป) เมื่อผู้ให้เผลอเปิดไฟล์ดังกล่าว โค้ดที่แฝงตัวอยู่ในไฟล์นั้นจะถูกรันโดยอัตโนมัติทันที ซึ่งสามารถโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่าย หรืออุปกรณ์ที่ใช้งานได้

ยังไม่มีแพทช์เพื่ออุดช่องโหว่

จนถึงตอนนี้ ยังไม่พบว่ามีการอัพเดทแพทช์เพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าว คำแนะนำสำหรับผู้ที่ใช้งาน Windows คือ

  • เลี่ยงไปใช้ซอฟต์แวร์สำหรับบีบอัดข้อมูลอื่นแทน เช่น 7-Zip
  • ไม่เปิดไฟล์ที่ถูกส่งมาจากไหนก็ไม่รู้
  • ใช้ระบบพิสูจน์ตัวตนเพื่อจำกัดสิทธิ์ในการใช้งานของผู้ใช้บนคอมพิวเตอร์

ที่มา: http://www.net-security.org/secworld.php?id=18914

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Pluto Security ระดมทุน 42 ล้านดอลลาร์ ช่วยองค์กรเสริมความมั่นคงปลอดภัยเอเจนต์ AI

Pluto Security ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับปัญญาประดิษฐ์ ประกาศว่าบริษัทได้ระดมทุนเป็นจำนวนเงิน 42 ล้านดอลลาร์ โดยหนึ่งในห้าของยอดรวมมาจากรอบ Seed ที่นำโดย TLV Partners และส่วนที่เหลือมาจากรอบ Series A ที่นำโดย …

Google ปล่อย Gemini 4 Argon ให้สมาชิก Pro และ Ultra ใช้งานแล้ว พร้อมโหมดการทำงานใหม่

Google ได้นำโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้า Gemini 4 Argon มาให้ผู้ใช้งานแอป Gemini ในระดับ Pro และ Ultra ได้ใช้งานแล้ว หลังจากที่ได้เปิดตัวโมเดลนี้ให้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ทดสอบใช้งานก่อนล่วงหน้าเป็นเวลา 2 สัปดาห์