[Guest Post] Case Study : บริษัท ไทยมิตซูวา จำกัด (มหาชน) เลือกใช้โซลูชั่น Sangfor HCI ช่วยเพิ่ม Business Continuity ให้กับองค์กร

บริษัท ไทยมิตซูวา จำกัด (มหาชน) เลือกใช้โซลูชั่น Sangfor HCI ทำงานร่วมกับระบบ Enterprise Resource Planing (ERP) ทำให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น ลดอุปกรณ์ Hardware จำนวนมาก และเพิ่มความต่อเนื่องในการให้บริการ พร้อมด้วย Security Solution ที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับ Data Center จากภัยคุกคามใหม่ๆที่เกิดขึ้น

บทสัมภาษณ์และประสบการณ์ในการใช้งาน

แนะนำบริษัท ไทยมิตซูวา จำกัด (มหาชน)

บริษัทก่อตั้งเมื่อ ปี 2530 โดยบริษัท มิตซูวา อิเล็คทริค อินดัสตรี จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและประกอบชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า, อิเล็กทรอนิกส์, ชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ รถกระบะ จักรยานยนต์ และชิ้นส่วนแมกนีเซียมสำหรับกล้องถ่ายรูป และรับจ้างผลิตแม่พิมพ์ (Molding Services) โดยปัจจุบันมีโรงงานผลิตและสำนักงานอยู่ทั้งหมด 3 แห่ง เพื่อรองรับกับความต้องการของการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น

ความท้าทายที่เกิดขึ้นจากแอพพลิเคชั่น ERP

คุณจักรเดช สุขสวัสดิ์, IT Manager ผู้มีประสบการณ์ด้าน IT มาอย่างยาวนานได้เล่าถึงประสบการณ์การใช้งานโซลูชั่น Virtualization ก่อนหน้า ที่ต้องใช้งานอุปกรณ์ Server, Storage จำนวนมาก และค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ซึ่งก่อนหน้านี้พบกับปัญหาด้าน Performance ในการใช้งานแอพพลิเคชั่น ERP จากผู้ใช้งาน ทำให้ระบบใหม่ที่จะนำมาใช้งานกับแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ต้องสามารถตอบโจทย์ด้านประสิทธิภาพ (Performance) และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพระหว่าง 3 ไซต์ รวมทั้งสามารถที่จะป้องกันระบบภายใน Data Center ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามใหม่ๆที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทางคุณจักรเดช จึงได้มองหาโซลูชั่น Hyper-converged เพื่อเข้ามาทดแทน Infrastructure เดิมที่มีการใช้งานมานาน

เหตุผลที่เลือกใช้งาน

หลังจากที่ได้ทดสอบระบบ Hyper-converged ในท้องตลาด พบว่าการที่จะให้ระบบตอบสนองได้ตามความต้องการใช้งานขององค์กร ต้องมีการนำเอาโซลูชั่นอื่นเข้ามาทำงานร่วมด้วย เช่น ระบบ Backup ข้อมูล, ระบบ DR site ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญที่สูงเพื่อให้ระบบทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ทางคุณจักรเดช ยังได้เล็งเห็นถึงความปลอดภัยภายใน Data Center และการเข้าถึงข้อมูลระหว่าง 3 สาขา ซึ่งนอกจากจะต้องสามารถรองรับกับการทำ Business Continuity แล้ว ยังต้องสามารถตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยให้กับข้อมูลและแอพพลิเคชั่น โดยการนำโซลูชั่น Next Generation Application Firewall เข้ามาช่วยปกป้องภายใน Data Center โดยที่ไม่ต้องลงทุนกับอุปกรณ์ hardware และยังนำเอาโซลูชั่น SD-WAN เข้ามาช่วยจัดการการเชื่อมต่อระหว่างสาขาที่เป็น Internet และ MPSL ให้มีประสิทธิภาพ ช่วยลด Downtime ที่เกิดขึ้นจาก Internet และทำให้การใช้งาน Bandwidth ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ซึ่งทั้งหมดนี้โซลูชั่น Sangfor HCI สามารถตอบสนองกับความต้องการใช้งานของบริษัท ไทยมิตซูวา ได้อย่างครบถ้วนโดยไม่ต้องนำอุปกรณ์ hardware จำนวนมากมาติดตั้ง และทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในระบบเดียว และยังเลือกใช้โซลูชั่น Internet Access Management เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตสำหรับพนักงานและ Supplier ที่เข้ามาติดต่อธุรกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าใช้งานและจัดเก็บข้อมูลการจราจรตามพรบ.คอมพิวเตอร์ อีกด้วย

ประสบการณ์หลังการใช้งาน

จากประสบการณ์ใช้งานเป็นเวลา 1 ปีกว่า ช่วยให้ทีม IT Operation สามารถบริหารจัดการกับปัญหาของระบบ Infrastructure ระหว่าง 3 ไซต์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถมอนิเตอร์จากระบบศูนย์กลาง ตรวจสอบปัญหาได้ง่ายและไวขึ้นจากเพียงหน้าจอเดียว ช่วยลดปัญหาเรื่องของ Downtime ระหว่างไซต์อันเนื่องมากจาก Internet Link และยังทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่างๆไวยิ่งขึ้นด้วยโซลูชั่น SD-WAN

การให้บริการแอพพลิเคชั่น ERP และ SQL Server กับผู้ใช้ สามารถทำงานได้ไวมากยิ่งขึ้น ลดปัญหา Complaint ที่เกิดขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ Sangfor HCI ถึงแม้จำนวนอุปกรณ์ Hardware และค่าใช้จ่ายลดลง แต่ยังคงไว้ความสามารถด้าน Business Continuity ให้กับองค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งด้าน Availability, Performance, Security และ Operation

สนใจนำเทคโนโลยี HCI ไปใช้ในองค์กร สามารถติดต่อได้ที่ คุณ รัตสกานต์ ศรีสวัสดิ์ เบอร์โทรศัพท์ 089-7800584 หรือกรอกแบบฟอร์ม เพื่อให้ทางทีมงานติดต่อกลับ

เกี่ยวกับ Sangfor Technologies

ผู้ให้บริการโซลูชัน IT แบบครบวงจร (Total Solution) ด้วยเทคโนโลยี Cloud Computing (HCI), Next Generation Firewall, Internet Access Management, SD-WAN และ Virtual Desktop Infrastructure สำหรับองค์กรภาคธุรกิจ ให้บริการในหลายประเทศทั่วโลก เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านทรัพยากร IT ในปัจจุบัน

https://www.sangfor.com/



About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Dell Technologies Forum 2020 วันนี้รับสิทธิลุ้นโน๊คบุ้ค Dell Latitude 7400 2-in-1 ทันที !!

คุณอาจเป็นหนึ่งในห้าผู้โชคดีที่ได้เป็นเจ้าของ Dell Latitude 7400 2-in-1 โน๊ตบุคระดับพรีเมี่ยมสำหรับธุรกิจที่สามารถปรับเป็นแทปเลตตามความต้องการใช้งานได้ หากคุณลงทะเบียนร่วมงานก่อนวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ลงทะเบียนด่วน และเข้าร่วมงาน Dell Technologies Forum เพื่อรับสิทธิ์ในการร่วมชิงเป็นหนึ่งในห้าผู้โชคดีที่จะได้เป็นเจ้าของรางวัล Early Bird ด้วยวิธีง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

วางระบบ AI-Ready Infrastructure ตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาไปจนถึง Edge-to-Cloud ด้วย Dell Technologies

ในปี 2021 ที่กำลังจะมาถึงนี้ การลงทุนของธุรกิจองค์กรเพื่อพัฒนาระบบ AI สำหรับนำมาใช้งานในภาคธุรกิจนั้นก็ยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Dell Technologies เองก็มีโซลูชันที่พร้อมตอบโจทย์ได้ในทุกความต้องการทางด้าน AI Infrastructure ด้วย Hardware ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับแต่ละงานสำคัญ ดังนี้