VMware ออกบริการ Cross-Cloud Service รองรับการทำงานแบบ Multi-Cloud พร้อมเปิดตัวโซลูชันสนับสนุนมากมาย

ที่งาน VMworld 2021 วานนี้ทาง VMware ได้มีการออกบริการใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีของแอปพลิเคชันในระดับองค์กร ที่ส่วนใหญ่ล้วนมีการใช้งานคลาวด์หลายเจ้าปะปนกัน อย่างไรก็ดีตัว Portfolio ใหม่ที่ชื่อ Cross-Cloud Service จะเป็นรวมทั้งบริการเดิมที่มีอยู่แล้วและมีการเปิดตัวบริการใหม่ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์การทำงานแบบ Multi-cloud ในหลายแง่มุม

เครดิต : VMware

แนวคิดของ Cross-Cloud Service

จากการที่องค์กรมีพฤติกรรมในการใช้งานคลาวด์หลายเจ้าร่วมกัน โดยโซลูชันกลุ่มใหม่ของ VMware หรือ Cross-Cloud Service มีประโยชน์ต่อลูกค้าใน 3 ด้านคือ ต้องช่วยให้ลูกค้าไปคลาวด์ ต้องมีความคุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย มีความยืดหยุ่นและควบคุมจัดการข้ามคลาวด์ใดๆก็ได้ โดยใน Cross-Cloud Service ประกอบไปด้วยบริการหลายตัว แต่ลูกค้าจะต้องมีอิสระในการเลือกบริการใดก็ได้ที่สนใจนำไปใช้งานบนคลาวด์ใดก็ได้ ซึ่งองค์ประกอบของ Cross-Cloud Service มีอยู่ 5 ด้านคือ

  1. แพลตฟอร์มที่ช่วยในการสร้างและ deploy แอปพลิเคชันในลักษณะ Cloud-native
  2. Cloud Infrastructure ที่สามารถใช้เพื่อบริหารจัดการและรันแอปขององค์กร
  3. สามารถบริการจัดการคลาวด์ ติดตามการทำงานเพื่อสามารถควบคุมประสิทธิภาพและค่าใช้จ่ายของแอปในหลากหลายคลาวด์
  4. ตอบโจทย์เรื่องของ Security และ Networking ที่สามารถทำงานข้ามคลาวด์เชื่อมต่อแอปอย่างปลอดภัย
  5. สอดคล้องสนับสนุนการทำงานแบบ Digital Workplace 

โดยการประกาศบริการหรือผลิตภัณฑ์อื่นใดในงาน VMware 2021 จะสอดรับกับนโยบายเรื่อง Cross-Cloud Service ในหลายด้านเช่น

  • Cloud Infrastructure and Management – ออกนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลูกค้าใช้คลาวด์ได้เร็วและปลอดภัย รองรับ Modernize Application
  • App – เพิ่มขีดความสามารถในเรื่อง VMware Tanzu ให้ตอบสนองการทำงานของนักพัฒนาตั้งแต่การ build run และ manage
  • Edge – ออกโซลูชันใหม่ที่ชื่อ VMware Edge ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการแอปพลิเคชันแบบ ‘edge-native’ และสามารถทำงานข้ามคลาวด์ได้
  • Security & Networking – ความสามารถใหม่ที่ทำให้การทำงานเป็นไปตามแนวคิด Zero Trust ไม่ว่าท่านจะมีการใช้งาน ทำงาน รันแอป ในรูปแบบใด

และเนื้อหาส่วนต่อไปจากนี้คือการเปิดตัวหรือเพิ่มขีดความสามารถโซลูชันเดิมเพื่อตอบโจทย์ของ Cross-Cloud Service ที่ VMware พูดถึงในงานนี้

1.) Project Arctic

VMware ได้เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมใหม่ของซอฟต์แวร์ vSphere ซึ่งการจะเป็นเพื่อการตอบโจทย์แบบ Hybrid Cloud เป็นค่าพื้นฐาน พร้อมทั้งยัง integrate การเชื่อมต่อเข้าสู่คลาวด์ได้เนียนมากขึ้น โดยภายในยังมีคีย์เวิร์ดอีก 3 ตัวคือ

  • Project Capitola – Software-defined Memory ที่จะเข้ามาช่วยในแอปที่ต้องใช้งานหน่วยความจำเยอะ
  • Project Cascade – ช่วยกำหนดการใช้งานสำหรับ Infrastructure และ Container สำหรับ Multi-cloud
  • Project Ensemble – หน้าจอบริหารจัดการเดียวที่สามารถจัดการ VMware Cloud

2.) VMware Edge

โซลูชันใหม่นี้มุ่งเน้นเพื่อแอปพลิเคชันบนโครงสร้างของ Edge หรือ VMware เรียกการรันแอป ณ จุดที่ใกล้กำแหล่งกำเนิดข้อมูลนี้ว่า Edge-native โดยมีการออกแพลตฟอร์มใหม่ภายใน Hypervisor หรือ ESXi-RT ทั้งนี้จะเริ่มต้นใน vSphere 7 U3 ซึ่งมีการ integrate เรื่องของ VM และ Container-based รวมถึง VMware Edge Compute Stack ที่ช่วยให้สามารถจัดการ Application แบบ Edge-native ที่ตั้งอยู่ใน Edge ณ สถานที่ต่างๆได้ ครอบคลุมไปถึงเรื่อง Observability, Installation, Config

เบื้องต้น VMware ได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้าน Edge และแน่นอนว่ามี VxRial รวมไปถึง Lenovo เช่นกัน (อาจมีการขยายความร่วมมือกับ Vendor อื่นในอนาคต) ในด้านการตลาด VMware Edge ถูกแบ่งออกเป็น 3 Edition คือ Standard, Advance และ Enterprise แต่ VMware เผยว่ากำลังพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับ Lightweight Application ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ในส่วนของ VMware Edge ยังได้มีการรวมเอาโซลูชัน SASE ของตนเข้ามาด้วย เพื่อสนองแนวคิด Zero Trust คือไม่ว่าการทำงานจะผ่านมาจากทางใดทุกอย่างจะจบลงที่ศูนย์กลางด้วย SASE ของตน ที่ยังสามารถดูแลป้องกันภัยคุกคามในระดับ microservices

3.) VMware Tanzu

นอกจากในเรื่องของการออก Tanzu Community Edition (https://www.techtalkthai.com/vmware-tanzu-community-edition-opensource-tkg/) หรือโอเพ่นซอร์สของ Tanzu Kubernetes Grid (TKG) แล้ว VMware ยังมีแผนอื่นสำหรับโซลูชันนี้เพื่อให้สอดคล้องกับ Cross-Cloud Service ด้วยเช่น

  • อนาคตอันใกล้จะใช้ได้ฟรีบน VMware Cloud on AWS
  • ออก Subscription ใหม่ให้ยืดหยุ่นมากขึ้นในการใช้งาน
  • TKG รองรับ GPU นอกเหนือจาก vSphere แต่บนสภาพแวดล้อมอื่นด้วยเช่น Azure หรือ AWS เพื่อตอบโจทย์ AI Workload

อย่างไรก็ดียังมีแง่มุมอื่นๆที่ VMware ได้ทำด้วยเช่น พัฒนาความสามารถ vRealize Cloud Management ให้รู้จักกับแอปได้กว่า 200 ตัว หรือความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อขยายโซลูชันของตน

ที่มา : https://news.vmware.com/releases/vmworld-2021-cross-cloud-services และ https://www.networkworld.com/article/3635895/vmware-takes-aim-at-multicloud-services-security.html และ https://www.lightreading.com/service-provider-cloud/vmware-launches-cross-cloud-services-for-multi-cloud-management/d/d-id/772581 และ https://www.zdnet.com/article/vmwares-project-arctic-aims-to-make-hybrid-cloud-the-default-operating-model/ และ https://www.zdnet.com/article/vmware-streamlines-app-modernisation-in-multi-cloud-environments/ และ https://www.zdnet.com/article/vmware-edge-launched-to-service-enterprises-developing-multi-cloud-apps/ และ https://www.networkworld.com/article/3635889/vmware-reveals-new-software-services-for-the-edge.html

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ