สหรัฐแถลงข้อหาใหม่อดีตวิศวกร CIA ที่ปล่อยเครื่องมือเจาะระบบ ‘Vault 7’ ที่ถูกเผยแพร่บน WikiLeaks

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐออกแถลงการณ์ข้อหาใหม่ของการจับอดีตวิศวกรซอฟต์แวร์ของ CIA ที่คาดว่าเกี่ยวพันกับการปล่อยเอกสารลับสุดยอด โปรเจ็คซอฟต์แวร์ และเครื่องมือเจาะระบบอย่าง Vault 7 ที่ถูกเผยแพร่บน WikiLeaks โดยนาย Joshua Schulte ถูกจับกุมตัวไปเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2017 ในคดีมีภาพอนาจารเด็ก อีกทั้งยังมีส่วนร่วมในการรั่วไหลของเอกสารลับจาก CIA ที่หลุดออกมาด้วยแต่วันนี้อัยการเพิ่งตั้งข้อหาใหม่เรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

Credit: WikiLeaks

โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่า “Joshua อดีตลูกจ้างของ CIA ได้ใช้สิทธิ์เพื่อทำการดาวน์โหลดเอกสารและข้อมูลลับออกมานอกองค์กร” นอกจากนี้ยังเสริมว่า “ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ได้พบกับรูปอนาจารเด็กภายในห้องพักของ Schulte อีกด้วย โดยภายใต้กฏหมายของสหรัฐฯ มีจุดประสงค์เพื่อรักษาข้อมูลความมั่นคงปลอดภัยระดับชาติเพื่อให้มั่นใจได้ว่ามันจะอยู่ในมือผู้รับผิดชอบที่วางใจได้ การเผยข้อมูลลับเหล่านั้นมีผลต่อความมั่งคงปลอดภัยของชาติและพลเมืองอเมริกัน

ข้อหาที่นาย Schulte จะโดนนั้นมีจำนวน 13 กระทง เช่น ภาพอนาจารเด็ก และ การเข้าถึงและนำข้อมูลลับของการป้องกันประเทศออกมาโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลเหล่านี้ สำหรับผู้สนใจข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมือเจาะระบบที่เผยแพร่บน WikiLeaks นั้นสามารถติดตามได้ตามลิงก์ ซึ่งเครื่องมือนี้มีอานุภาพร้ายแรงมาก เช่น ติดตามเครื่องเหยื่อ โทรศัพท์มือถือ ทีวี กล้องเว็ปแคม การเชื่อมต่อแบบ SSL และอื่นๆ

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/government/ex-cia-employee-charged-with-leak-of-classified-cia-vault-7-hacking-tools/


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

[Video Webinar] สร้าง Data Security & Control บนระบบ Multi-Cloud อย่างไรให้มั่นคงปลอดภัย

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Entrust Webinar เรื่อง “สร้าง Data Security & Control บนระบบ Multi-Cloud อย่างไรให้มั่นคงปลอดภัย” ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

Application Experience คือจุดสูงสุด ตราบเท่าที่มีความมั่นคงปลอดภัย

ปัจจุบันนี้ ความต่อเนื่องของธุรกิจขึ้นกับว่าแอปพลิเคชันพร้อมใช้งานหรือไม่เป็นสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งพนักงานและลูกค้าต่างเป็นกังวลไม่ต่างกัน ฝ่าย IT ถูกกดดันให้จัดเตรียมแอปพลิเคชันที่มีทั้ง Experience และ Security ที่ดี แต่ความซับซ้อนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น ณ Edge และ Cloud กลับสร้างภาระเพิ่มเติมให้แก่ผู้ดูแลระบบ ที่ต้องคอยจัดหาเครื่องมือและเทคโนโลยีมาสร้างสมดุลย์ให้แก่แอปพลิเคชันโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย