TigerGraph กำลังอัปเกรดฐานข้อมูลกราฟของตนด้วยความสามารถการค้นหาแบบไฮบริดที่ออกแบบมาเพื่อเสริมพลังให้กับแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ พร้อมกับเปิดตัวเวอร์ชันฟรีของฐานข้อมูล

กราฟเป็นโครงสร้างข้อมูลที่ไม่เพียงเก็บบันทึกทางธุรกิจ แต่ยังเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างบันทึกเหล่านั้นด้วย ตัวอย่างเช่น กราฟสามารถระบุได้ว่าบันทึกการซื้อสองรายการมาจากเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเดียวกัน ความสามารถในการติดตามความสัมพันธ์ของข้อมูลเช่นนี้มีความจำเป็นสำหรับโครงการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก
TigerGraph ให้บริการฐานข้อมูลกราฟยอดนิยมที่มีชื่อเดียวกัน โดยแพลตฟอร์มนี้สามารถจัดเก็บกราฟได้ถึงล้านล้านเส้นเชื่อมซึ่งเป็นข้อมูลที่แสดงความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลต่าง ๆ และบริษัทมีลูกค้ารายใหญ่อย่าง Microsoft, JPMorgan Chase และองค์กรชั้นนำอื่นๆ
ความสามารถการค้นหาแบบไฮบริดใหม่ของ TigerGraph ผสานเครื่องมือการค้นหาความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลที่ใช้กราฟอยู่เดิมเข้ากับความสามารถการค้นหาแบบเวกเตอร์ ตามที่บริษัทระบุ การปรับปรุงนี้จะช่วยให้แอปพลิเคชัน AI ที่ใช้ฐานข้อมูลของ TigerGraph สามารถเรียกค้นข้อมูลได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
เวกเตอร์เป็นโครงสร้างข้อมูลที่สามารถติดตามความสัมพันธ์ระหว่างส่วนข้อมูลต่าง ๆ ได้คล้ายกับกราฟ อย่างไรก็ตาม เวกเตอร์มักจัดเก็บความสัมพันธ์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน เช่น ในขณะที่กราฟอาจแสดงให้เห็นว่าเอกสารธุรกิจสองฉบับอยู่ในแผนกเดียวกัน เวกเตอร์จะจัดเก็บความสัมพันธ์เชิงความหมาย เช่น การที่เอกสารทั้งสองพูดถึงหัวข้อเดียวกัน
TigerGraph ระบุว่าการรวมการค้นหาแบบกราฟและเวกเตอร์เข้าด้วยกันช่วยให้โมเดล AI เรียกค้นข้อมูลได้แม่นยำกว่าการใช้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งช่วยปรับปรุงคุณภาพของการตอบกลับที่ได้รับจาก AI
หนึ่งในงานที่ TigerGraph มุ่งเน้นให้ฟีเจอร์ใหม่นี้ช่วยปรับปรุงคือการนำทางในฐานความรู้ บริษัทสามารถใช้การค้นหาแบบไฮบริดเพื่อสร้างแชทบอท AI ที่ช่วยพนักงานค้นหาเอกสารภายใน โดยแชทบอทสามารถใช้กราฟในการค้นหาไฟล์ทั้งหมดที่สร้างโดยหน่วยงานธุรกิจของผู้ใช้ จากนั้นใช้เวกเตอร์เพื่อค้นหาไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหาของผู้ใช้มากที่สุด
ฟีเจอร์นี้ยังสามารถนำไปใช้กับงานอื่น ๆ ได้เช่นกัน ตามที่ TigerGraph ระบุ ความสามารถในการค้นหารูปแบบในชุดข้อมูลที่เชื่อมโยงกันทำให้สามารถสร้างระบบแนะนำสินค้าที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และช่วยระบุตำแหน่งที่ไม่มีประสิทธิภาพในซัพพลายเชนได้ บริษัทระบุว่าฐานข้อมูลของตนสามารถประมวลผลคำค้นหาบางประเภทได้เร็วกว่าแพลตฟอร์มคู่แข่งถึงห้าเท่า
นักพัฒนาสามารถเข้าถึงฟีเจอร์การค้นหาแบบไฮบริดนี้ผ่าน GSQL ซึ่งเป็นภาษาคำสั่งเฉพาะที่ TigerGraph จัดมาให้ โดยไวยากรณ์ของ GSQL คล้ายกับ SQL ทำให้เรียนรู้ได้ง่าย นอกจากนี้ ยังมีไลบรารีที่ช่วยให้ทีมซอฟต์แวร์สามารถเข้าถึงข้อมูลโดยใช้ภาษา Python ได้อีกด้วย
TigerGraph เปิดตัวความสามารถการค้นหาแบบไฮบริดนี้พร้อมกับเวอร์ชันฟรีของฐานข้อมูลที่เรียกว่า TigerGraph DB Community Edition ซึ่งรองรับสภาพแวดล้อมที่มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) สูงสุด 16 คอร์ ผู้ใช้เวอร์ชันฟรีสามารถจัดเก็บข้อมูลกราฟได้สูงสุด 200 กิกะไบต์ และข้อมูลเวกเตอร์ได้สูงสุด 100 กิกะไบต์
ที่มา: https://siliconangle.com/2025/03/04/tigergraph-adds-hybrid-search-capability-graph-database-releases-free-edition/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






