รู้จัก 4 โซลูชันจาก Synology ที่ตอบโจทย์ได้ทุกองค์กร ในงาน Synology Solution Day 2023

จบลงไปแล้วสำหรับงานสัมมนาใหญ่ประจำปีของ Synology ในวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยได้รับเสียงตอบรับจากผู้เข้าร่วมอย่างล้นหลาม สะท้อนให้เห็นว่า Ecosystem กำลังขยายตัว ที่จะนำไปสู่ Community ที่ผู้ใช้มากมายมารวมตัวกัน ซึ่งนั่นคือวัตถุประสงค์หนึ่งที่ทางผู้จัดงานคาดหวังเอาไว้

นอกจากนี้ผู้คนที่เข้าร่วมงานจะได้ทราบว่า Synology มีโซลูชันอีกมากมาย ซึ่งพวกเขาไม่ใช่แค่ NAS เท่านั้น แต่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในระดับองค์กรได้มากมาย เพียงแค่ติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ช่วยเพิ่มความสามารถได้อย่างอัศจรรย์ โดยภายในงานผู้ชมจะได้พบกับ 4 โซลูชันหลักที่สามารถตอบโจทย์องค์กรส่วนใหญ่ได้ โดยทีมงาน TechTalkThai เองได้มีโอกาสเข้าร่วมงานด้วย เราจึงขอสรุปสาระสำคัญของงานมาให้ทุกท่านได้ติดตามกันอีกครั้งครับ

Storage อาจเคยถูกมองว่าเป็นเพียงแค่อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล แต่ในปัจจุบัน Storage ยังต้องมาพร้อมกับความสามารถในหลายแง่มุม ตามลักษณะของการใช้งาน ซึ่ง Synology พบว่าลูกค้ามักมองหา 4 ปัจจัยสำคัญเมื่อเลือกซื้อ Storage ดังนี้

1.) Security

ความมั่นคงปลอดภัยกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการจัดเก็บข้อมูล เนื่องจากภัยการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะแรนซัมแวร์ที่บริษัทองค์กรในไทยเองก็โดนมากับตัวไม่น้อย ซึ่งในขั้นปฐมภูมิทุกผลิตภัณฑ์ของ Synology ได้ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นให้เป็นไปตามแนวทางของ NIST ขั้นถัดมาผู้ใช้งาน Synology จะได้รับอัปเดตอย่างต่อเนื่องให้เท่าทันกับภัยใหม่ๆ โดยสำหรับปี 2023 โซลูชัน Synology Storage ได้ถูกเพิ่มขีดความสามารถใหม่เพื่อรับมือกับภัยไซเบอร์ดังนี้

  • Auto-detect Anomaly Login – ช่วยตรวจจับความพยายาม Login ที่มีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น ข้ามผ่านมาจาก WAN อุปกรณ์ไม่มีที่มาที่ไป หรือรหัสผ่านของแอดมิน เป็นต้น
  • Volume Encryption – สามารถเข้ารหัส Share Folder, LUN, ข้อมูล และส่วนการตั้งค่าได้ นอกจากนี้ประสิทธิภาพการเขียน (seq.write) ยังดีขึ้นถึง 48%
  • WORM Storage (Write Once Read Many)- กำหนดการการเขียนไฟล์เกิดครั้งได้ครั้งเดียว ไม่สามารถลบหรือแก้ไขใดๆได้ อาจจะเลือกกำหนดระยะเวลา หรือตลอดไปก็ได้ โดยช่วยมิให้คนร้ายเข้ามาแก้ไขไฟล์สำรองของเรา และตอบโจทย์ข้อกำหนดของอุตสาหกรรมได้ด้วย
  • Immutable Backup – คนร้ายแรนซัมแวร์มักพยายามตัดความช่วยเหลือของข้อมูลสำรองเสมอ แต่ฟีเจอร์นี้จะป้องกันไม่ให้ Share Folder หรือ LUNs ถูกแก้ไขหรือลบ เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญของท่านอย่างมั่นใจ

2.) IOPS

IOPs หรือความเร็วในการอ่านเขียนมีน้ำหนักอย่างมาก ในกรณีของการนำไปใช้กับหลายแอปพลิเคชันที่ต้องการความรวมเร็ว ซึ่ง Synology FlashStation ที่เป็น All Flash ก็ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานในปัจจุบัน โดยมีอัตราระหว่าง 83K – 261 K เลยทีเดียว พร้อมสำหรับการทำงานด้าน Virtualization และ Cloud Native Storage

อย่างไรก็ตามฟีเจอร์ Deduplication ยังช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลให้ผู้ใช้งาน โดยแนวคิดคือ Synology แบ่งขนาดข้อมูลให้มีขนาดเล็กก่อนที่ขนาด 4KB จากนั้นจึงทำการขจัดค่า 0 ออกและประมวลผลอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งกลไกนี้ช่วยลดความซ้ำซ้อนได้สูงสุดถึง 5: 1 เลยทีเดียว สำหรับกรณีที่ข้อมูลมีความซ้ำซ้อนสูง เช่น VM จำนวนมากที่ถูกโคลนขึ้น

3.) Scalable

ปัจจุบันองค์กรหลายแห่งมักคำนึงถึง Storage ที่สามารถขยายตัวรองรับการใช้งานในอนาคต เพราะมีแนวโน้มอย่างมากว่าข้อมูลจะเติบโตขึ้นอยู่เสมอ สำหรับ Synology เองได้ช่วยลูกค้าเอาชนะความท้าทายนี้ด้วยโซลูชัน HD6500 และ SA6400 ซึ่งแบบแรกมีขนาดยูนิตละ 4U ที่จุฮาร์ดดิสก์ได้ 60 ลูก โดยเมื่อต่อส่วนขยายเต็มอัตราจะสามารถใส่ฮาร์ดดิสก์ได้สูงสุดถึง 300 ลูก เหมาะกับองค์กรที่มองหาพื้นที่จัดเก็บขนาดใหญ่สูงสุดถึง Petabytes ในขณะที่ SA6400 ขนาด 2U เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเริ่มต้นด้วยพื้นที่ขนาดเล็กกว่าแต่เน้นการขยายตัวต่อเนื่อง โดยทำได้สูงสุด 8 ส่วนขยาย

Synology ยังได้นำเสนอ C2 Object Storage หรือ Cloud Storage ที่รองรับโปรโตคอล S3 สำหรับข้อมูล Unstructured  หรือการเก็บข้อมูลตามกฏหมาย ที่น่าสนใจคือไม่มีต้นทุนแฝงจากการร้องข้อมูล มีเพียงค่าใช้จ่ายจากพื้นที่จัดเก็บเท่านั้น จึงทำให้ต้นทุนถูกกว่าผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่น

4.) Distributed Site

หลายธุรกิจที่มีสาขาย่อยหรือไซต์งานมากกว่า 1 แห่ง มักประสบปัญหาในการบูรณาการข้อมูลเพื่อทำงานร่วมกัน ด้วยเหตุนี้เองสำหรับลูกค้าของ Synology ท่านสามารถเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ได้จาก 3 องค์ประกอบคือ

  • Synology Drive – แทนที่จะจัดตั้ง File Server ด้วยตนเองและพยายามบริหารจัดการเรื่องราวอีกมากมาย เพียงแค่ท่านติดตั้ง Synology Drive ก็จะช่วยให้องค์กรสามารถแชร์ไฟล์ได้อย่างปลอดภัยด้วย TLS/SSL ซึ่งรองรับการทำงานผ่าน Browser, Mobile Apps และ Desktop นอกจากนี้ล่าสุดยังมีฟังก์ชันช่วยจัดการการเข้าถึง (Restrict Download) ติดตามผู้ร้องขอต่างๆได้ด้วย (Water mask) และลบข้อมูลจากทางไกลในกรณีอุปกรณ์สูญหายได้ (Remote Wipe)
  • Hybrid Share – กรณีที่ไซต์อยู่ห่างกันมาก ท่านสามารถใช้ C2 Storage เป็นศูนย์กลางจัดเก็บและกระจายข้อมูลไปยัง NAS ทำหน้านี้เป็น Local Cache แทน กล่าวคือแต่ละไซต์ก็จะมองเห็นไฟล์ที่ถูกแชร์แต่ส่วนที่ถูกใช้บ่อยจะมีสำเนาเก็บอยู่ใน NAS ที่ไซต์แทน ซึ่งทั้งหมดมีกลไกการป้องกันการแก้ไขไฟล์พร้อมกัน(Global File Lock) และข้อมูลจะถูกรับส่งภายใต้การเข้ารหัส
  • Active Insight – เป็นเครื่องมือคลาวด์ที่ช่วยท่านติดตามการทำงานของ Storage ของท่านได้จากศูนย์กลาง มีระบบการแจ้งเตือนและข้อแนะนำในการแก้ปัญหา

การมีระบบสำรองข้อมูลถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกองค์กรต้องมี แต่คำถามคือท่านมีการปกป้องข้อมูลเหล่านั้นด้วยแนวทางที่ดีที่สุดแล้วหรือยัง? ซึ่ง Synology ได้นำเสนอโซลูชันที่ มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ และมั่นคงปลอดภัย

ในกรณีของประสิทธิภาพนั้นผู้ใช้งาน Synology สามารถสำรองข้อมูลแบบ Incremental หรือการอัปเดตเฉพาะส่วนต่างของข้อมูล ลดเวลาการจัดเก็บ ที่สำคัญกลไกการทำ Deduplication ยังช่วยให้พื้นที่ใช้งานลดลงอีกด้วย นอกจากนี้การกู้คืนยังสามารถเลือกจุดของเวลาที่เกิดปัญหาได้ (Point-in-time) ตลอดจนทางเลือกในการกู้คืนที่หลากหลายทั้งระดับ ไฟล์, Bare-Metal และ Hypervisor

จากหัวข้อก่อนหน้าท่านคงจะพอได้เรียนรู้เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยของโซลูชันไปบ้างแล้ว ด้วยความสามารถของ WORM & Immutable ที่ช่วยรักษา Integrity ของไฟล์ พร้อมไปกับการ Replicate ข้อมูลไปยังแหล่งจัดเก็บอื่น แต่ในมุมของการใช้งานจริงท่านยังได้รับการปกป้องที่เรียกว่าเป็น Self-Healing ด้วยการทำ RAID อีกชั้นหนึ่งด้วย

แต่ไม่ว่าไฟล์จะได้รับการปกป้องดีอย่างไร การกู้คืนข้อมูลสำคัญเสมอ จึงเป็นที่มาของฟีเจอร์ Restore Drill สำหรับการทดสอบได้ว่าข้อมูลสำรองสามารถกู้คืนได้จริง และทั้งหมดนี้คือความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยที่พร้อมสำหรับการวางกลยุทธ์ที่เรียกว่า 3-2-1 ได้อย่างครบวงจร ด้วยประสิทธิภาพสูง และตรวจสอบได้นั่นเอง

License ของการทำงานเอกสารคือส่วนหนึ่งของต้นทุนในการทำงานภายในองค์กร ซึ่งปัจจุบันมักเสียค่าใช้จ่ายแบบรายปี แต่รู้หรือไม่ว่าฟีเจอร์เหล่านี้มีให้ฟรีในผู้ใช้งาน Synology !! ใช่แล้วครับ Synology Office เป็นส่วนหนึ่งภายใน Synology Drive ที่ช่วยในการบูรณาการไฟล์ โดยผู้ใช้สามารถแก้ไขไฟล์ร่วมกันได้ช่วยส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ทั้งยังมีการจัดเก็บเป็นเวอร์ชันย่อยได้ถึง 32 ฉบับพร้อมสำหรับการกู้คืนได้โดยละเอียด ที่สำคัญคือ Synology Office สามารถรองรับการทำงานในไฟล์รูปแบบต่างๆที่องค์กรมักใช้กันอยู่เช่น PDF, ODT, ODS, CSV, Word, Excel และ PowerPoint อีกด้วย

Synology ให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยอย่างสูงสุด ด้วยระบบการป้องกันตั้งแต่ที่ระดับอุปกรณ์ด้วย Secure Authentication พ่วงกับความสามารถของระบบปฏิบัติการและฮาร์ดแวร์ด้วยการเข้ารหัสระดับ File/Folder/Volume, File Sharing Access Control, Backup Solution และ HA ตามภาพประกอบด้านบน

อีกหนึ่งต้นทุนที่องค์กรต้องเผชิญก็คือระบบอีเมล ที่ผู้ใช้งาน Synology สามารถจัดตั้งระบบนี้ได้ฟรีๆและง่าย ด้วยแอปพลิเคชันที่เรียกว่า MailPlus โดยรองรับกับระบบ Authentication ที่องค์กรมักใช้กันอยู่แล้วได้เช่น AD และ LDAP โดยสามารถกำหนดโควต้าการส่งอีเมลได้เช่น ปลายทาง จำนวน และอื่นๆ อย่างไรก็ดีระบบนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความมั่นคงปลอดภัยอย่างสูงสุดตามภาพประกอบด้านล่าง

ไม่เพียงเท่านั้นปัจจุบันทาง Synology ได้เสริมความสามารถ Generative AI เข้ามาช่วยในการทำงานแล้ว เช่น เขียนเอกสารแทนในไฟล์ docs คิดสูตร Excel หรือช่วยแต่งอีเมล เป็นต้น ทั้ง Synology Drive ที่มาพร้อมกับ Office หรือ MailPlus เป็นความสามารถที่เปิดใช้งานได้ฟรี เพียงแค่ท่านมีฮาร์ดแวร์ของ Synology นอกจากนั้นยังมีความสามารถอื่นที่ไม่ได้ถูกพูดถึงในงานครั้งนี้เช่น Chat Server, Contact และ Calendar ซึ่งเชื่อแน่ว่าจะช่วยท่านสามารถลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ได้อย่างมหาศาล

ระบบกล้องวีดีโอในท้องตลาดมักมีอยู่ 2 แนวทางคือ NVR(Network Video Recorder) และ VMS ซึ่งแนวทางแรกเป็นแนวทางของฮาร์ดแวร์ที่มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ ส่วนแบบหลังเป็นซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้เพื่อจัดการวีดีโอที่มีค่า License อย่างไรก็ดีแนวทางใดทางหนึ่งไม่สามารถตอบโจทย์ความท้าทายเหล่านี้ได้ เพราะ

  • ผู้ใช้งานมักมีกำหนดงบประมาณประจำปี นำไปสู่การจัดซื้อกล้องคนละยี่ห้อ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เกิดการบริหารจัดการที่ยุ่งยากในอนาคต
  • อาจมีการเปลี่ยน Policy ขยายช่วงเวลาการจัดเก็บบันทึกวีดีโอ ทำให้ฮาร์ดแวร์เดิมไม่เพียงพอ
  • ซอฟต์แวร์ที่ซื้อมาล้าหลังขาดการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ เมื่อต้องการเปลี่ยนต้องซื้อ License ประเภทใหม่ เสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน
  • ต้องการเพิ่มจำนวนกล้องซึ่ง NVR เดิมอาจเหลือช่องสัญญาณไม่เพียงพอ ทำให้ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม

Synology ได้เสริมความสามารถให้ระบบ Storage ของตนสามารถปิดช่องว่างที่กล่าวมา โดยเพียงแค่ท่านติดตั้งโซลูชัน Surveillance Station เข้ามาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ปัจจุบันโซลูชันสามารถรองรับกล้องจากค่ายอื่นๆได้ถึง 140 แบรนด์ จำนวนกว่า 8,300 รุ่น เพียงแค่รองรับ Onvif โปรไฟล์ S และ G ทั้งนี้ท่านสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ NAS รุ่นเล็กเช่น DS223 ไปจนถึงรุ่นใหญ่อย่าง HD6500 นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นที่ท่านจะได้จากโซลูชัน Video Surveillance ดังนี้

  • License เป็นการซื้อขาดต่อจำนวนกล้อง
  • รองรับการทำงานได้ทั้ง Browser และแอปมือถือ
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ ที่มีการอัปเดตความสามารถใหม่อยู่ตลอด รวมถึงช่องโหว่ต่างๆ
  • รองรับช่องสัญญานได้มากกว่า NVR ทั่วไปในท้องตลาด เช่น NAS รุ่น 2 bay ก็สามารถรองรับกล้องได้ถึง 32 ตัว
  • ด้วยความสามารถของ NAS ทำให้เพิ่มความจุได้เรื่อยๆ แถมยังมีโซลูชันปกป้องข้อมูลได้อีกด้วย
  • มีฟังก์ชันกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงและปฏิบัติการกับวีดีโอได้หลายระดับ
  • NAS บางรุ่น ที่ขึ้นต้นด้วย (DVA)xx รองรับการทำ AI ขั้นสูง เช่น จดจำใบหน้า ป้ายทะเบียนรถ เป็นต้น เพื่อต่อยอดสู่ระบบควบคุมอาคาร หรือแจ้งเตือนด้วยช่องทางหรือปัจจัยอื่นได้ เช่น ลำโพง
  • ในกรณีที่มีหลายสาขาหรือไซต์งาน สามารถตั้งการควบคุม NAS สาขาเหล่านั้นได้จากศูนย์กลาง ผ่านฟีเจอร์ Synology CMS

นอกจากนี้ Synology ยังนำเสนอกล้องของตัวเอง ที่มาพร้อมกับความอัจฉริยะ ณ จุดรับภาพในภายในกล้องเอง เช่น ตรวจจับผู้บุกรุก นับจำนวนคน และอื่นๆ รวมถึงใช้ AI ช่วยค้นหา Footage วีดีโอที่ต้องการได้ด้วย

นอกจากจะได้เข้าร่วมในงานครั้งนี้แล้ว ทีมงาน TechTalkThai ยังได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณ ธัชวรรณ ชินชนากานต์ Regional Sales Manager ของ Synology เกี่ยวกับความสำเร็จและแผนในปีหน้า ซึ่งความสำเร็จที่ชัดเจนสะท้อนได้จากอัตราการเติบโตที่ยังมีอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา อนึ่ง Synology ยังผลักดันกิจกรรมต่างๆเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทั้งจากผู้ใช้เองและการให้ความรู้กับพาร์ทเนอร์ ที่นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จอย่างมากเช่นกันในปีที่ผ่านมา

สำหรับแผนการสำคัญในปีหน้าในมุมของ Consumer จะยังคงมีการทยอยเปิดตัวสินค้าต่างๆออกมาอีกในปีถัดไป โดยสินค้ากลุ่มนี้จะเน้นความใช้ง่าย Plug & Play เป็นหลัก ดังที่หลายท่านอาจได้ยินเรื่องราวของ BeeDrive มาบ้างแล้ว ขณะเดียวกันฝั่งลูกค้าองค์กรก็จะยังคงมีฟีเจอร์ใหม่และฮาร์ดแวร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันออกไป โดยเฉพาะ 4 โซลูชันเรือธงที่ Synology ได้นำเสนอกันในวันนี้ กิจกรรมทั้งหมดก็เพื่อขยาย Ecosystem ให้กว้างมากขึ้น เพราะ Synology ไม่ใช่แค่ NAS อีกต่อไป

Synology เปรียบเสมือนพนักงานไอทีมากความสามารถอีกหนึ่งคนที่เชี่ยวชาญในด้านการจัดการข้อมูลทุกรูปแบบ แถมยังตอบโจทย์ด้านประสิทธิภาพ ความมั่นคงปลอดภัย ในราคาที่เข้าถึงได้” นี่คือบทสรุปสั้นๆ สำหรับใครก็ตามที่นึกถึงแบรนด์ Synology จากคุณ ธัชวรรณ

สนใจโซลูชันของ Synology หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ : https://sy.to/kydry


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ขอเชิญเข้าร่วม Webinar : IIOT in the Electric Vehicle Industry Transforming the future” [21 มี.ค. 67]

บริษัท นิว ซิสเต็ม เซอร์วิส จำกัด ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมนาออนไลน์ในหัวข้อ “IIOT in the Electric Vehicle Industry Transforming the future” ซึ่งในหัวข้อนี้ทุกท่านจะได้ค้นพบกับนวัตกรรมในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลบนโลกดิจิตอล …

เปิดฉากสุดประทับใจ ไทยเป็นเจ้าภาพจัด Global Cybersecurity Camp 2024 กระชับสัมพันธ์สมาชิก 9 ประเทศ เสริมแกร่งคนรุ่นใหม่สู่การเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับนานาชาติ

ผ่านไปแล้วสำหรับงาน GCC 2024 Thailand ณ โรงแรม The Sez บางแสน ชลบุรี 18 – 24 กุมภาพันธ์ 2567 …