Supermicro ยืนยันอีกครั้งไม่พบชิปแปลกปลอมหลังจบกระบวนการตรวจสอบเข้มข้น

ก่อนหน้านี้ทาง Supermicro ได้เคยส่งจดหมายแจ้งลูกค้ากรณีที่ Bloomberg อ้างว่ามีชิปสอดแนมฝังอยู่บนบอร์ดว่าไม่เป็นความจริงซึ่งในตอนนี้บริษัทสามารถพูดได้อย่างเต็มปากแล้วว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงเนื่องจากผ่านกระบวนการตรวจสอบภายในอย่างเข้มข้นเป็นขั้นเป็นตอนเรียบร้อยแล้ว

Charles Liang CEO ของ Supermicro กล่าวว่า “เราได้ตรวจสอบฟังก์ชันต่างๆ โดยผ่านทางบริษัทด้านการสืบสวนซึ่งไม่พบหลักฐานสนับสนุนเรื่องที่ถูกกล่าวหาเลย” โดยกระบวนการเข้มข้นในระหว่างการสืบสวนจากผู้เชี่ยวชาญนั้นมีมาตรการดังนี้

  • พนักงานจะต้องอยู่ที่ไซต์คอยประกบผู้รับเหมาที่เข้ามาในพื้นที่
  • ทุกเลเยอร์ของบอร์ดจะต้องถูกตรวจสอบ
  • พนักงาน ผู้รับเหมา หรือใครก็ตามจะถูกจำกัดการเข้าถึงส่วนออกแบบบอร์ด
  • บริษัทจะทำการตรวจสอบกระบวนการ คุณภาพ และการควบคุม เป็นระยะๆ
  • ผลิตภัณฑ์จะต้องถูกตรวจตราหลายด่านด้วยกระบวนการ เช่น Automated Optical, Visual, Electrical และ Functional Test
  • บอร์ดของ Supermicro จะถูกทดสอบหลายครั้งเพื่อตั้งแต่ระดับการออกแบบไปจนถึงส่วน Supply Chain ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่

ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการที่ Supermicro ได้พิสูจน์ตัวเองเพื่อที่จะสามารถโต้แย้งออกมาได้อย่างมีหลักฐานซึ่ง นาย Liang ได้กล่าวทิ้งไว้ว่า “ไม่แปลกใจกับผลทดสอบเพราะกระบวนการของเรามีมาตรการควบคุมที่น่าเชื่อถือได้อยู่แล้ว

ที่มา : https://www.technewsworld.com/story/85735.html?rss=1 และ https://www.itproportal.com/news/super-micro-says-no-evidence-of-malicious-hardware-in-its-products/


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

VMware PKS 1.3 ออกแล้ว รองรับ Microsoft Azure ได้, ทำงานกับ Kubernetes ได้ดีขึ้น

VMware Pivotal Container Service หรือ VMware PKS รุ่น 1.3 ได้ประกาศเปิดตัวออกมาแล้ว โดยรองรับการทำงานร่วมกับ Microsoft Azure ได้, เสริมความสามารถใหม่ๆ ในการทำงานร่วมกับ Kubernetes และยังมีการเพิ่มความสามารถใหม่ๆ ทางด้าน Security เพิ่มเติมอีกด้วย

Juniper เซ็นต์สัญญาจ้าง IBM ดูแลระบบ Cloud ของตนเอง ดีลมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท

IBM Services และ Juniper Networks ได้เซ็นต์สัญญามูลค่า 325 ล้านเหรียญหรือราวๆ 10,400 ล้านบาท เพื่อให้ IBM ช่วยดูแลระบบ Hybrid Cloud ของ Juniper Networks ในการเปลี่ยนธุรกิจของ Juniper Networks ไปสู่การเป็น Cloud-First อย่างเต็มตัว