สถิติชี้ WordPress ครองแชมป์ CMS ที่ถูกแฮ็กมากที่สุดในปี 2018

Sucuri ผู้ให้บริการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ได้จัดทำรายงานของปี 2018 จากเคสของการให้บริการของบริษัทพบว่า WordPress คือ Content Management System (CMS) ที่ถูกแฮ็กมากที่สุดกว่า 90% รองลงมาคือ Magento, Joomla และ Drupal

credit : Zdnet

สถิติที่น่าสนใจในรายงานมีดังนี้

  • WordPress ถูกแฮ็กสูงสุดโดยสาเหตุหลักมาจากช่องโหว่ของ Plugins และ Theme การตั้งค่าผิดพลาด รวมไปถึงขาดการอัปเดตล่าสุดเพราะผู้ดูแลระบบมักจะลืม
  • จากเคสทั้งหมดที่ Sucuri เข้าไปแก้ปัญหาพบว่ามีเว็บไซต์ 56% เท่านั้นที่อัปเดต CMS เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  • แม้ว่า WordPress จะมีสถิติถูกแฮ็กสูงสุดแต่บริษัทพบว่ามีเพียง 36% เท่านั้นที่ขาดการอัปเดตล่าสุด
  • ปัญหาขาดการอัปเดตจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญการแฮ็กในเว็บจาก PrestaShop, OpenCart, Joomla และ Magento มากกว่า โดย Sucuri รายงานว่าสาเหตุเพราะเว็บไซต์ e-commerce เหล่านี้กลัวอัปเดตแล้วเกิดข้อผิดพลาดจะเสียรายได้ซึ่งแฮ็กเกอร์สนใจเว็บ E-commerce อยู่แล้วเพราะมีข้อมูลสำคัญ เช่น บัตรเครดิต เป็นต้น ดังนั้นการอัปเดตแพตช์ล่าสุดให้กับเว็บเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ
  • แฮ็กเกอร์นิยมทิ้ง Backdoor ราว 68% ของเว็บที่ถูกแฮ็ก
  • 56% ของเว็บไซต์ที่ถูกแฮ็กกลายเป็นโฮสต์ให้มัลแวร์สำหรับปฏิบัติการอื่นๆ
  • 51% ของเว็บไซต์ที่ถูปแฮ็กกลายเป็นเพจ Spam SEO ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 44% ในปี 2017 โดยบริษัทรายงานว่ามีแรงดึงดูดมาจากบริการโฆษณาต่างๆ ที่สามารถสร้างรายได้
credit : Zdnet

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/wordpress-accounted-for-90-percent-of-all-hacked-cms-sites-in-2018/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

DCSS ชู Integration Platform ผสาน Observability และ Zero Trust ขับเคลื่อน Modern Enterprise [Guest Post]

สรุปงาน “Future-Ready Integration Platform for Modern Enterprise” โดย บริษัท ดีซีเอสเอส (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาพร้อมการบริการด้านIT พลัง Centralized …

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …