ธนาคารกลางสิงคโปร์ออก Guildeline แนวทางการปกป้องผู้บริโภคจากการใช้งาน E-Payment ในประเทศ

ธนาคารกลางสิงคโปร์ออก Guildeline แนวทางการปกป้องผู้บริโภคจากการใช้งาน E-Payment เตรียมผลักดันการใช้งาน E-Payment ในประเทศให้มากขึ้น

Credit: ShutterStock.com

ธนาคารกลางสิงคโปร์ The Monetary Authority of Singapore (MAS) ออก Guideline แนวทางการปกป้องผู้บริโภคจากการใช้งานระบบ E-Payment ในประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางที่จะบังคับใช้งานกับสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง โดยใน Guildeline ฉบับนี้จะเน้นย้ำให้สถาบันการเงินต่างๆจะต้องมีการประกาศขั้นตอนการรับผิดชอบที่ชัดเจนหากเกิดปัญหาการจ่ายเงินที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงการแจ้งเตือนผู้ใช้งานทุกครั้งหากมีการทำธุรกรรมเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังแนะนำให้ผู้บริโภคปฏิบัติตามแนวทางการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับบัญชี E-Payment ของตนเอง เช่น การตั้งรหัสผ่านให้แข็งแรง และใช้งานจากอุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยเท่านั้น

Guideline ฉบับนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Consultation) จากประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ซึ่งจะสิ้นสุดกระบวนการนี้ในวันที่ 16 มีนาคม 2018 ซึ่งการผลักดัน Guildeline ฉบับนี้เนื่องจากที่ผ่านมาสิงคโปร์ยังคงตามหลังจีนในเรื่องการใช้งาน E-Payment ในประเทศอยู่มาก โดย 6 ใน 10 ของการทำธุรกรรมในสิงคโปร์ยังคงเป็นการใช้เงินสดหรือเช็คเท่านั้น

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: http://www.mas.gov.sg/News-and-Publications/Consultation-Paper/2018/Consultation-Paper-on-Proposed-Epayments-User-Protection-Guidelines.aspx

ที่มา: http://www.zdnet.com/article/singapore-proposes-e-payment-guidelines-to-protect-consumers/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

เชิญร่วมงานสัมมนา NTT DATA Ignite Thailand 2026 | 24 พ.ย. @ BITEC

NTT DATA ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT และ Software Development เข้าร่วมงานสัมมนา NTT DATA Ignite Thailand 2026 เพื่ออัปเดตเทรนด์ AI …

ผลสำรวจชี้องค์กรใหญ่เสียงบซอฟต์แวร์ 28% ไปกับ Upgrade และ Licensing ที่ไม่ได้เลือกเอง

ผลสำรวจจาก Origina ซึ่งเผยแพร่ในรายงานร่วมกับ Thinkers50 ระบุว่าองค์กรขนาดใหญ่ใช้งบประมาณซอฟต์แวร์เฉลี่ย 28% ไปกับการ Upgrade, Migration และการเปลี่ยนแปลง Licensing ที่ไม่ได้เลือกเอง โดยรายงานเรียกภาระนี้ว่า “Software Tax”