SUSE by Ingram

ทำงานจากที่บ้านอย่างไรให้ปลอดภัย ภายใต้การจัดการผ่าน Hitachi JP1/ITDM

ปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่เริ่มคุ้นชินกับการทำงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home กันมากขึ้น เพื่อสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ เรื่อง Social Distancing และเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรค สิ่งที่เป็นความท้าทายในลำดับถัดมาจะเป็นเรื่องการจัดการอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายนอกบริษัท ซึ่งแผนกไอทีต้องพิจารณาเครื่องมือช่วยในการควบคุมการใช้งานให้มีความถูกต้อง พร้อมแนวทางแก้ไขปัญหาเมื่อพบความผิดพลาดในการใช้งานทั้งภายใน และภายนอกบริษัท

Hitachi JP1 เป็นโซลูชันที่เข้ามาช่วยในการจัดการการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพ  รองรับการเชื่อมต่อทั้งการใช้งานในบริษัท (Office Network) และการใช้งานจากที่บ้าน (Work from Home) พร้อมฟังก์ชันเพิ่มเติมในการจัดการ Labor Management ด้วยความสามารถของผลิตภัณฑ์ จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างมีแบบแผน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมฟังก์ชั่นการติดตาม และวิเคราะห์การใช้งานของพนักงาน โดยไม่จำกัดแค่การใช้งานในออฟฟิศเท่านั้น 

การจัดการการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ในทุกแง่มุมด้วย Hitachi JP1/ITDM2

Hitachi JP1/ITDM2 เป็นระบบช่วยบริหารจัดการ IT Asset และ Security ของอุปกรณ์ Endpoint จากส่วนกลาง โดยเข้าใช้งานผ่าน Web Browser ระบบถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย และควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ให้เป็นไปตาม IT Policy หรือ Compliance ที่ต้องการโดยอัตโนมัติพร้อมความสามารถที่หลากหลาย

ด้วยประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบ IT ให้รองรับความต้องการของธุรกิจองค์กรมาอย่างต่อเนื่องกว่า 25 ปี ทำให้ผลิตภัณฑ์ Hitachi JP1/ITDM2 มีความสามารถครอบคลุม ไม่ใช่แค่ระบบ IT Asset Management เท่านั้นแต่ยังเสริมความสามารถในการทำ Security Management เข้าไปด้วย อีกทั้งระบบยังรองรับระบบปฎิบัติการที่หลากหลาย และมีการพัฒนาให้ตอบสนองต่อความต้องการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันอีกด้วย

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้การทำงานจากที่บ้านมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น จากความต้องการข้างต้น ส่งผลให้ Hitachi JP1/ITDM2 กลายมาเป็นส่วนสำคัญของแผนก IT ในการจัดการอุปกรณ์ IT ขององค์กร อีกทั้งยังรองรับการแก้ไขปัญหาทั้งการใช้งานในออฟฟิศ และการใช้งานจากที่บ้านผ่าน VPN อีกด้วย

ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจทั่วโลกวางใจใช้งาน Hitachi JP1 มาอย่างต่อเนื่องยาวนานก็คือ วิสัยทัศน์ และแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อการใช้งานขององค์กรในหลากหลายมิติ ตัวอย่างเช่น

  • ประสบการณ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์กว่า 25 ปี ทำให้ระบบรองรับการใช้งานทั้งเทคโนโลยีในอดีต จนถึงปัจจุบัน โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมพัฒนาและทีมทดสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์สามารถทำงานร่วมกับโซลูชันอื่นๆ และสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง
  • การให้บริการหลังการขายที่นานถึง 10 ปี ช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าเมื่อลงทุนใช้งานผลิตภัณฑ์ Hitachi JP1 แล้ว ระบบจะยังคงทำงานต่อเนื่องได้อีกยาวนาน ทำให้การลงทุนคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
  • การรองรับการใช้งานร่วมกับระบบเดิม หรือ Backward Compatibility ระบบสามารถใช้งานร่วมกันได้มากถึง 4 เวอร์ชั่นหลัก ซึ่งรวมเวอร์ชั่นปัจจุบันเข้าไปด้วย ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการอัปเกรดระบบ โดยไม่จำเป็นต้องหยุดระบบเพื่ออัปเกรด หรืออัปเกรดระบบบ่อยๆ อีกทั้งยังช่วยลด Downtime ที่อาจเกิดขึ้นกับระบบได้อีกด้วย
  • มีทีมงานคนไทยช่วยในการดูแลระบบ ซึ่งเป็นทีมงานของ Hitachi โดยตรง ทำให้มั่นใจได้ว่าการแก้ไขปัญหาจะทำได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของภาษาในการสื่อสาร

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hitachi JP1/ITDM2 สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

https://www.hitachi.com/products/it/software/prod/jp1/product/jp1/list/itdm2/index.html

7 ความสามารถหลักด้านการทำ IT Asset Management ของ Hitachi JP1/ITDM2

ในแง่ของการทำ IT Asset Management นั้น Hitachi JP1/ITDM2 มีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อื่นๆ มาไว้ที่ส่วนกลางเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ, สามารถควบคุมการทำงานของอุปกรณ์จากส่วนกลาง, สามารถตรวจสอบข้อมูลลิขสิทธิ์ของ Software ที่มีการใช้งานได้ ครอบคลุมไปถึงการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ใช้งานด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. การรวบรวมข้อมูล Hardware และ Software ของอุปกรณ์แต่ละตัว เพื่อแสดงผลในระบบ IT Asset Management และการอัปเดตข้อมูลอุปกรณ์โดยอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง
  2. การสร้างฐานข้อมูลผู้ใช้งานระบบ และเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ใช้งานเข้ากับอุปกรณ์แต่ละตัว
  3. การรวบรวมข้อมูลอุปกรณ์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อระบบเครือข่าย เพื่อให้ทราบถึงการมีอยู่ของอุปกรณ์เหล่านั้น พร้อมเครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการ
  4. การบริหารจัดการลิขสิทธิ์ของ Software ที่มีการใช้งานในแต่ละเครื่อง พร้อมรายละเอียดของ Software นั้นๆ เพื่อให้การจัดซื้อลิขสิทธิ์การใช้งาน Software มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  5. ความสามารถเพิ่มเติมในการบริหารจัดการข้อมูลอุปกรณ์ได้อย่างอิสระ เช่น ข้อมูลสัญญาเช่าอุปกรณ์, ข้อมูลของ Contractor ที่ขายสินค้า หรือให้บริการ และข้อมูลอื่นๆ ตามต้องการ
  6. การบังคับการติดตั้ง Software ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละตัวจากศูนย์กลาง
  7. การควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกล เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถดูแล และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานได้อย่างสะดวก รวดเร็ว

ด้วยความสามารถที่กล่าวมานี้ จะช่วยให้องค์กรสามารถจัดการข้อมูล IT Asset ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของสถานที่ และใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร ส่งผลให้การทำงานในรูปแบบ Hybrid Work ทำงานได้จริง

8 ความสามารถหลักด้านการทำ Security Management ของ Hitachi JP1/ITDM2

ปัจจุบันภัยคุกคามมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก การปกป้องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ปลอดภัยอยู่เสมอเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับแผนก IT ในการดูแลการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ในบริษัท และการทำงานจากที่บ้าน ด้วยความสามารถด้าน Security Management ของ Hitachi JP1/ITDM2 ทำให้ผลิตภัณฑ์ JP1 กลายเป็นสิ่งที่องค์กรจำเป็นจะต้องมี เพื่อตอบสนองต่อนโยบายขององค์กร, ตอบรับกับ พรบ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไปจนถึงการตอบรับต่อการทำ Compliance ตามมาตรฐานต่างๆ ในแต่ละอุตสาหกรรมอีกด้วย

Hitachi JP1/ITDM2 สามารถตอบโจทย์ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของอุปกรณ์ Endpoint ให้แก่ธุรกิจองค์กรได้ดังนี้

  1. การรวบรวมข้อมูล Log การใช้งานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละตัว เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากส่วนกลาง
  2. การควบคุมการเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องข้อมูลรั่วไหล และการโจมตีผ่านการใช้งานอุปกรณ์
  3. การตรวจสอบ และควบคุมการใช้งาน Antivirus Software บนเครื่องคอมพิวเตอร์
  4. การบริหารจัดการการติดตั้ง Windows Update ของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบสามารถควบคุมจากส่วนกลางได้
  5. การทำ Network Access Control เพื่อควบคุมการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายจากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบเครือข่าย
  6. การตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งระบบสามารถทำในระดับ Operating System
  7. การควบคุม และจำกัดการใช้งาน Application บนเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละตัว
  8. การตรวจสอบการติดตั้ง Application ต้องห้าม พร้อมการควบคุม

จากสิ่งที่กล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า Hitachi JP1/ITDM2 สามารถช่วยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นของผู้บริหาร หรือพนักงานโดยใช้มาตรฐานเดียวกันได้ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และการรั่วไฟลข้อมูลที่อาจเกิดขึ้นได้ พร้อมเครื่องมือช่วยในการตรวจสอบ

การติดตามข้อมูลการทำงานของพนักงานผ่าน Hitachi JP1/ITDM2 ด้วย Add-on เพิ่มเติม

อีกหนึ่งความสามารถเพิ่มเติมของ Hitachi JP1/ITDM2 ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากท่ามกลางการทำงานแบบ Work from Home นี้ก็คือ Add-on สำหรับการติดตามการทำงานของพนักงาน หรือที่เรียกว่า Working Hour Visualization Solution นั่นเอง

ความสามารถนี้จะเข้ามาช่วยในการรวบรวมข้อมูล Operation Log บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานปัจจุบัน เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาจัดการ และส่งต่อไปยังระบบ Business Intelligence จากสิ่งที่ได้จะช่วยให้ผู้บริหารของแต่ละแผนกสามารถเห็นถึงพฤติกรรมการทำงานของพนักงานแต่ละคนในแต่ละวันได้ ว่ามีการใช้งาน Application ใดในช่วงเวลาที่กำหนด พร้อมเวลาที่ใช้ อีกทั้งยังสามารถนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการเปรียบเทียบข้อมูลของพนักงานได้

แนวทางนี้ถือว่าเป็นแนวทางที่ช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถติดตามการทำงานของพนักงานได้ และทำให้ผู้บริหารตรวจเช็คการเข้าถึง Application ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน และติดตามกิจกรรมการทำงานได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่การตรวจสอบเวลาการเปิดหรือปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ในแต่ละวันเท่านั้น

ผู้ที่สนใจโซลูชัน Hitachi JP1 สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อีเมล์ hasth.dsp.uq@hitachi.com

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Cisco เผยแผนเข้าซื้อกิจการ Dashbase เสริมความสามารถ AppDynamics ติดตามวิเคราะห์ข้อมูล Real-Time Communication

Cisco ได้ออกมาเผยถึงเจตนาในการเข้าซื้อกิจการของ Dashbase ผู้พัฒนาโซลูชันวิเคราะห์ทราฟฟิกสำหรับระบบ Voice, Video และ Chat โดยเฉพาะ เพื่อนำความสามารถของ Dashbase ไปเสริมให้กับ Cisco AppDynamics โดยเฉพาะ

Cisco เผยแผนพัฒนา Co-Packaged Optics ความเร็ว 800Gbps ที่ประหยัดพลังงาน คาดพร้อมใช้งานได้ปี 2024

Cisco ได้ออกมาเผยถึงความร่วมมือกับ Inphi ในการพัฒนา Co-Packaged Optics (CPO) สำหรับใช้ใน Switch รุ่นที่รองรับความเร็ว 51.2Tbps ในอนาคตซึ่งจะมี Interface 800Gbps แบบ Pluggable โดยคาดว่าการพัฒนานี้จะแล้วเสร็จและพร้อมนำเทคโนโลยีออกสู่ตลาดได้ในปี 2024