เปิดตัว Red Hat Enterprise Linux 7.5 เน้นตอบโจทย์ Hybrid Cloud รองรับการ Integrate กับ Microsoft มากขึ้น

Red Hat ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Red Hat Enterprise Linux (RHEL) 7.5 แล้วอย่างเป็นทางการ โดยชูจุดเด่นเรื่องการรองรับ Hybrid Cloud เป็นหลัก อีกทั้งยังสามารถ Integrate เข้ากับเทคโนโลยีของ Microsoft ได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยมีความสามารถใหม่ๆ ที่น่าสนใจดังนี้

 

Credit: Red Hat

 

  • Red Hat Ansible Automation สามารถทำงานร่วมกับ OpenSCAP ได้ ทำให้สามารถทำ Security Automation ได้ดียิ่งขึ้น
  • ปรับปรุง Network-Bound Disk Encryption ให้ดีขึ้น
  • มี Virtual Data Optimizer (VDO) ช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บข้อมูลทั้งบน Cloud และ On-premises ลงได้ 83%
  • สามารถบริหารจัดการฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ได้ผ่านทาง Web Interface ได้มากขึ้น
  • สามารถบริหารจัดการและรับส่งข้อมูลกับ Microsoft Windows Server ได้ดีขึ้น
  • สามารถรับส่งข้อมูลระหว่าง Microsoft Azure ได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น
  • ทำงานร่วมกับ Microsoft Active Directory ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • สนับสนุน Buildah ซึ่งเป็น Open Source Software สำหรับช่วยในการสร้างและปรับแต่ง Linux Container
  • สามารถใช้งานได้บน x86, IBM Power, IBM z Systems และ 64-bit Arm

ปัจจุบัน RHEL 7.5 นี้อยู่ในสถานะ General Available แล้ว ดังนั้นผู้ที่ใช้งาน RHEL อยู่ก็สามารถอัปเกรดได้ทันที

 

ที่มา: https://www.redhat.com/en/about/press-releases/red-hat-strengthens-hybrid-clouds-backbone-latest-version-red-hat-enterprise-linux?sc_cid=701f2000000tySBAAY


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Guest Post] บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก

“บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก” How Digital Transformation Enables CFOs to Achieve Organizational Agility and Resilience …

นักวิจัยสาธิตการแฮ็กเซิร์ฟเวอร์ Oracle เพื่อแสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ที่ร้ายแรง

สืบเนื่องมาจากความล่าช้าในการแก้ไขข้อพร่องพกนานถึง 6 เดือน กับช่องโหว่ที่นักวิจัยเรียกว่า “mega 0-day” ช่องโหว่นี้สามารถถูกใช้ได้จากทางไกลโดยไม่ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวตน ถูกค้นพบโดย Jang และ Peterjson นักวิจัยด้านความปลอดภัย พวกเขาตั้งชื่อมันว่า The Miracle …