Carbon Black เผย Ransomware ราคาถูกและทำกำไรได้งดงาม

จากการสำรวจพบว่า Ransomware สามารถหาซื้อได้ง่ายในราคาถูกและยังทำรายได้ให้กับผู้สร้างมหาศาล ในบทความนี้ Carbon Black ผู้ให้บริการโซลูชัน Advanced Endpoint Protection ชื่อดัง ออกมาสรุปสถิติราคาโดยเฉลี่ยของ Ransomware และรายได้ที่ผู้พัฒนามัลแวร์ได้รับ

ผลการศึกษาจาก  Carbon Black  พบว่าเว็บตลาดมืดที่มีชื่อเสียงกว่า 21 แห่งในเดือนสิงหาคมและกันยายน 2017 ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้พัฒนา Ransomware เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าจำนวนผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แบบถูกกฏหมาย นอกจากนั้นมูลค่าของ Ransomware ในการขายใหญ่อาจมีราคาสูงถึง $6,000,000 เพิ่มขึ้นกว่าช่วงเดือนกันของปีก่อนถึง $500,000 โดยถูกกระจายในตลาดมืดประมาณ 6,300 แห่งและมีให้เลือกมากกว่า 63,000 ตัว

เจ้าของผลงาน Ransomware ที่ผลงานประสบความสำเร็จสามารถสร้างรายได้มหาศาล เพราะจากกว่าศึกษาพบว่าผู้ขายบางรายสามารถทำรายได้มากกว่า $100,000 ต่อปีจากการเป็นนายหน้าธรรมดาทั่วไป นี่เป็นรายเกือบ 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ถูกกฏหมายที่มีรายได้เฉลี่ยประมาณ $69,000 ต่อปีจากสถิติใน PayScale.com

ในระหว่างเดือนกันยายน Ransomware ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ Like6 Bitcoin Ransomware Easy Money System และ Philadepia Ransomware โดยมีราคาประมาณ $5 และ $1 ตามลำดับ ถ้าหากต้องการสั่งซื้อ Ransomware ที่มีการปรับปรุงแก้ไขจากต้นฉบับราคาจะตกอยู่ที่ประมาณ $1,470 และค่าเฉลี่ยในการซื้อขายทั่วไป Ransomware มีราคาเพียง $10.50 เท่านั้นเอง

ที่มา : https://www.scmagazine.com/not-good-ransomware-is-cheap-to-buy-and-developers-are-well-paid/article/701840/



About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

พบช่องโหว่ระดับ Critical บน Cisco WebEx เสี่ยงผู้ใช้ถูกแฮ็ก

Cisco ผู้ให้บริการโซลูชันด้านเครือข่ายและ Data Center ชื่อดัง ออก Security Advisory เตือนช่องโหว่บน Cisco WebEx Clients เสี่ยงถูกแฮ็กเกอร์โจมตีแบบ Remote Code …

พบช่องโหว่บนปลั๊กอิน Autofill ของ LinkedIn เสี่ยงถูกบุคคลที่สามขโมยข้อมูล

Jack Cable นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยวัย 18 ปีจาก Lightning Security ออกมาแจ้งเตือนช่องโหว่บนปลั๊กอิน AutoFill ของ LinkedIn ซึ่งช่วยให้บุคคลที่สามสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของผู้ใช้ได้โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว