Radware เผยแฮ็กเกอร์ประเทศเพื่อนบ้านล็อกเป้าไทย หน่วยงานรัฐฯตกเป็นกลุ่มเสี่ยงอันดับหนึ่ง

ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังมีคู่ขัดแย้งที่ชายแดน สิ่งหนึ่งที่หลายท่านอาจไม่ทันสังเกตเห็นก็คือการรุกรานอธิปไตยทางไซเบอร์ แน่นอนว่าการโจมตีทางไซเบอร์เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติในเครือข่ายดิจิทัลที่เชื่อมถึงกัน แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปในภาวะเหตุการณ์ขัดแย้ง อย่างน้อยที่สุดธุรกิจไทยหรือหน่วยงานรัฐบาลได้กลายเป็นเป้าหมายที่ถูกล็อกเป้าชัดเจน ดังนั้นการป้องกันตัวของเราต้องรัดกุมมากขึ้น โดย Radware ได้เปิดเผยถึงกิจกรรมการโจมตีที่พวกเขาเฝ้าจับตามาหลายเดือนของกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่กำลังล็อกเป้าไทยนามว่า AnonSecKh (Bl4ckCyb3r)

หลายสำนักข่าวได้เปรียบเทียบกำลังรบเชิงกายภาพระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งไทยถือว่ามีขีดความสามารถเหนือกว่า แม้การเปิดแนวรบก็เป็นสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ก็มีการวางกำลังตรึงตามแนวชายแดน ควบคู่กับความพยายามที่จะประนีประนอมผ่านการเจรจาอย่างต่อเนื่อง

อนึ่งเหตุการณ์ทางไซเบอร์เป็นเรื่องที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผู้โจมตีสามารถเริ่มการโจมตีได้ตามใจ ตอบสนองต่อความขัดแย้งที่ร้อนระอุ เช่น เมื่อมีเหตุการณ์จำกัดการเข้าออกหรือพูดถึงอีกฝ่ายในทางไม่ดี กิจกรรมการโจมตีก็พร้อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทำให้ธุรกิจและหน่วยงานประเทศไทยตกถูกจับตามากกว่าที่เคยในสถานการณ์นี้ โดยในบทความนี้เราจะไม่เอ่ยนามกลุ่มนักเคลื่อนไหวนี้ซ้ำอีก เพื่อไม่สนับสนุนในพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง

credit : Radware

จากข้อมูลของทีมงาน Radware ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันความมั่นคงปลอดภัย พวกเขาพบว่ากลุ่มนักเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ได้ลงมือการโจมตีไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 โดยเลือกพุ่งเป้าที่หน่วยงานของรัฐบาล นอกจากนี้ยังได้อ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์โจมตีเว็บไซต์ของกลุ่มธุรกิจ สถานศึกษา และหน่วยงานรัฐบาลอื่นๆด้วย ทั้งนี้เมื่อเข้าเมษายนเหตุการณ์ก็สงบลง แต่กลุ่มนี้หันไปเล่นงานสถาบันการเงินของเวียดนามแทน

จากสถิติของ Radware ในช่วงเกือบทั้งเดือนพฤษภาคมมีกิจกรรมละเมิดอธิปไตยทางไซเบอร์จากนักเคลื่อนไหวกลุ่มนี้ราว 20 ครั้ง แต่จุดเปลี่ยนจริงๆเกิดขึ้นเมื่อมีเหตุปะทะระหว่างทหาร โดยตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม กลุ่มนักเคลื่อนไหวก็ได้เริ่มต้นยกระดับการโจมตีอย่างเข้มข้น และเพียง 10 วัน มีการโจมตีเกิดขึ้นกว่า 73 ครั้ง

เว็บไซต์หน่วยงานรัฐบาลถือเป็นเป้าหมายหลักโดยมีอัตราส่วนมากกว่า 30% ของเหตุการณ์ ตามมาด้วยระบบของฝ่ายทหารราว 26% ในขณะที่โรงงานผลิตและธุรกิจการเงินอยู่ที่ 15% และ 7% ตามลำดับ ในระหว่างเหตุการณ์ต่อเนื่อง กลุ่มแฮ็กเกอร์นักเคลื่อนไหวมีกิจกรรมโจมตีที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศไทย เช่น การออกแถลงการณ์ที่เข้มแข็งจากหน่วยงานทหาร

ถึงตรงนี้เราคงเห็นแล้วว่าภัยโจมตีทางไซเบอร์เสมือนคลื่นใต้น้ำที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกับโลกความเป็นจริง แม้เหตุการณ์ปะทะจะยังไม่ถึงขีดสุด แต่การโจมตีทางไซเบอร์ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว และเราไม่ได้วัดกันที่ขุมกำลังของกองทัพ แต่วัดกันที่แนวป้องกันทางไซเบอร์ที่เรามี ซึ่งธุรกิจและหน่วยงานของไทยตกอยู่ในความเสี่ยงมากกว่าที่เคย คำถามคือในวันนี้เราเตรียมการมาพร้อมแล้วหรือยัง?

การโจมตียอดนิยมที่เกิดขึ้นได้รวดเร็ว คงหนีไม่พ้น DDoS ซึ่งเป็นผลกระทบหนึ่ งที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวอ้างถึงด้วย นอกจากนี้เว็บแอปพลิเคชันก็ถือเป็นฉากหน้าที่เข้าถึงได้เสมอ ซึ่งในยุคนี้เรายังต้องนับรวมกลไกของ API อีกปัจจัยหนึ่งด้วย โดย Radware มีโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ท่านสามารถนำไปปรับใช้ได้ ดังนี้

1.) DDoS Protection

DDoS Attack เป็นรูปแบบการโจมตีหนึ่งที่มักถูกใช้ในแคมเปญการโจมตี นอกจากก่อกวนการให้บริการแล้ว ยังอาจเพื่อสร้างความโกลาหลหรือทำให้โซลูชันป้องกันบางส่วนทำงานได้ไม่ปกติ เปิดทางให้การโจมตีอื่นเล็ดรอดผ่านไปได้ อย่างไรก็ดีในปัจจุบันการโจมตี DDoS ไม่ใช่ปัจจัยแค่เชิงปริมาณ แต่เพิ่มความซับซ้อนไปถึงระดับแอปพลิเคชัน โดย Radware ได้ช่วยลูกค้าเผชิญหน้ากับความท้าทายเหล่านี้มาหลายกรณี ทั้งโซลูชันจาก Radware จะมี Signature ทำให้ปรับตัวต่อการโจมตีที่ซับซ้อนได้

ในภาวะเร่งรัดเช่นนี้โซลูชัน Radware Cloud DDoS Protection อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่รวดเร็วที่สุด เพื่อให้ทันกับความเร่งด่วนของสถานการณ์ที่ตึงเครียด ซึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ DDoS Protection ยังมีข้อเสนอด้าน On-premise ควบคู่กันไปด้วยเช่นกันผ่าน DefenseProX

ติดตาม Threat Landscape Report 2025 จาก Radware ได้ที่ https://www.techtalkthai.com/radware-threat-report-2025-ddos-is-still-mainstream-threat/

2.) Application Protection

เว็บแอปพลิเคชันถือเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่สามารถเข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต ทำให้ตกเป็นเป้าหมายได้ง่าย ซึ่งในอดีตเราอาจกล่าวถึงการป้องกันด้วย Web Application Firewall แต่ในปัจจุบันเราต้องมองหาความคุ้มครองที่รองรับ API ได้ หรือที่เรียกกันว่า WAAP นอกจากนี้แอปพลิเคชันสมัยใหม่ยังมีการใช้เทคโนโลยี Container เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้วย โดยภายในโครงสร้างเหล่านี้มักมีการเชื่อมต่อกันเองอีกเลเยอร์หนึ่งที่ต้องควบคุมให้ได้

Radware ได้นำเสนอโซลูชันการป้องที่หลากหลายและครอบคลุมกับความต้องการข้างต้น เช่น Cloud Application Protection, Cloud WAF, API Protection, Kubernetes WAAP ตลอดจนโซลูชันต่อกรกับบอทที่มีวัตถุประสงค์ไม่ดี (Bot Protection)

ผู้สนใจโซลูชันจาก Radware สามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Radware Sale Director

Atichart Wala (Paint)

โทร: 094-594-4639

อีเมล: atichartw@radware.com

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Google Cloud เปิดตัว Agent Compute Engine ใช้ microVM แยกระดับฮาร์ดแวร์ พร้อมขยาย Agent Governance

Google Cloud เปิดตัว Agent Compute Engine บริการ compute ที่ออกแบบมาเพื่อรัน AI Agent โดยเฉพาะ ซึ่ง Google ใช้รองรับการทำงานของ …

Microsoft เตือน Windows Server 2016 หมดระยะ Support มกราคม 2027 แนะนำอัปเกรดสู่ Server 2025

Microsoft แจ้งเตือนว่า Windows Server 2016 จะสิ้นสุดระยะ Extended Support ในวันที่ 12 มกราคม 2027 หลังจากนั้นจะไม่มีการปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยอีกต่อไป พร้อมแนะนำให้ผู้ดูแลระบบวางแผนอัปเกรดไปยัง Windows …