นักวิจัยเตือน Quantum Computer อาจแคร็ก Bitcoin ได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำจากสิงคโปร์ ออสเตรเลีย และฝรั่งเศส เผยงานวิจัยล่าสุด ระบุ Bitcoin อาจถูก Quantum Computer แคร็กได้ภายอีก 10 ปีข้างหน้านี้

Credit: Erick Lucero

ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยระบุว่า อัลกอริธึมของ Grover บน Quantum Computer อาจใช้แคร็ก Proof of Work ของ Bitcoin หรือที่รู้จักกันในชื่อ Hashcash ซึ่งใช้ Elliptic Curve Digital Signature ได้ แต่จำเป็นต้องใช้เวลานานมาก จากการประมาณของนักวิจัยระบุว่า ภายในปี 2028 Quantum Computer จำเป็นต้องใช้ 4,400,000 qubits ในการประมวลผลฟังก์ชัน Hash ด้วยความเร็ว 13.8 Gigahashes ต่อวินาที ซึ่งช้ากว่าการประมวลผลของอุปกรณ์สำหรับทำ Crypto-currency Mining ที่ใช้ ASIC ที่หาได้ตามท้องตลาดทั่วไปถึงกว่า 1,000 เท่า (14 Terahashes ต่อวินาที)

อย่างไรก็ตาม จากการวิจัยล่าสุด นักวิจัยพบว่า Qunatum Computer ที่รันอัลกอริธึมของ Shor ซึ่งเป็นอัลกอริธึมเชิงควอนตัมสำหรับแยกตัวประกอบในรูปของจำนวนเฉพาะ (ซึ่งเป็นพื้นฐานในการโจมตีการเข้ารหัสข้อมูล) สามารถใช้โจมตี Hashcash ได้ภายในเวลา 30 นาทีโดยใช้ชิปประมวลผลความเร็วระดับ 10 GHz (ประมาณ 500,000 qubits) ถึงแม้ว่าจะยังช้ากว่าเวลา 10 นาทีที่ Bitcoin ใช้บันทึกธุรกรรมที่เกิดขึ้นบน Blockchain แต่ก็ถือได้ว่า Bitcoin กำลังอยู่ในสถานะ “อันตราย” แล้ว

นอกจากนี้ นักวิจัยยังระบุว่า ภายในปี 2027 Quantum Computer อาจใช้เวลาน้อยกว่า 10 นาทีในการแคร็ก Hashcash ส่งผลให้โครงสร้างกลไกของ Bitcoin ไม่มั่นคงปลอดภัยอีกต่อไป แฮ็คเกอร์สามารถสร้างธุรกรรมปลอมและขโมยเงิน Bitcoin ได้ทันที แนะนำให้เจ้าของ Bitcoin เปลี่ยน Signature ที่ใช้ให้ทนต่อการโจมตีด้วย Quantum Computer หรือใช้ Post-quantum Digital Signature แทน

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่: https://arxiv.org/pdf/1710.10377.pdf

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2017/11/09/quantum_computers_could_crack_bitcoin/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

UOB AI Ready Programme 2026 ถอดบทเรียน SME ไทย: เมื่อความท้าทายไม่ใช่การใช้ AI แต่คือการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ [PR]

AI กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ช่วย” ไปสู่ “แรงงานดิจิทัล” ที่สามารถวิเคราะห์ วางแผน และดำเนินงานบางขั้นตอนได้อย่างอัตโนมัติ แต่สำหรับธุรกิจไทย ความท้าทายในวันนี้ไม่ใช่การตัดสินใจว่าจะใช้ AI หรือไม่ หากเป็นการนำ AI ไปสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้

ทุ่มงบ AI ไปมหาศาล…ทำไมองค์กรยังไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดหวัง?

บทความโดย นฤมล ฤกษ์อำนวยโชค Senior Business Development Manager, บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด ในวันที่องค์กรทั่วโลกเร่งลงทุนในเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน …