[PR] Pure แต่งตั้งขุนพลประจำประเทศไทย เพื่อบุกสร้างยอดขายในไทยอย่างเต็มที่

กรุงเทพ ประเทศไทย — วันที่ 26 มิถุนายน 2561 – Pure Storage (NYSE: PSTG) เป็นผู้นำแพลทฟอร์มการจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลช (all-flash) ได้แต่งตั้งนายสมชาติ เจริญสุวรรณ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทย โดยนายสมชาติ นั้นนับเป็นผู้คร่ำหวอดในฐานะผู้บริหารในวงการอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมากว่า 24 ปี

 

 

โดยการแต่งตั้งนายสมชาติเกิดขึ้นหลังจากมีการแต่งตั้ง David Wirt ในตำแหน่ง Area Vice President ของภูมิภาคอาเซียนและจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นชัดว่า Pure Storage กำลังเกณฑ์ความได้เปรียบต่อยอด เชิงธุรกิจและยอดขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนายเดวิด เป็นผู้มากด้วยประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีมากว่า 32 ปี โดย 18 ปี เป็นการทำงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

สายงานของนายสมชาติขึ้นตรงกับ นาย Peter Liu ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาคของตลาดใหม่และไต้หวัน (Regional Director for Emerging Markets and Taiwan) โดยนายสมชาติจะกุมบังเหียนด้านการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจของ Pure ในประเทศไทย ซึ่งรวมไปถึงการนำเสนอโซลูชันนวัตกรรมการจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลช (all-flash) สำหรับบริษัท และผู้ให้บริการคลาวด์ในประเทศไทย

Peter Liu กล่าวว่า “พวกเราทุกคนที่ Pure ยินดีอย่างมากที่ได้ต้อนรับคุณสมชาติเข้ามาร่วมงานกับเรา คุณสมชาติมีประสบการณ์การทำงานในแวดวงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมายาวนาน และที่สำคัญ เป็นผู้มีทักษะในการพัฒนาธุรกิจ เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากหลายๆ ฝ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กรที่ค่อนข้างใหม่อย่าง Pure เนื่องจากเราต้องการมุ่งเน้นการนำเสนอคุณภาพของโซลูชันด้านเทคโนโลยีของเราสู่องค์กรต่างๆ ในประเทศไทย”

โดยก่อนหน้านี้ ประวัติการทำงานล่าสุดของนายสมชาติคือดำเนินธุรกิจในแวดวงการพัฒนาซอฟต์แวร์ รวมถึงซึ่งเมื่อย้อนกลับไปในตลาดการจัดเก็บข้อมูล นายสมชาติยังเคยเป็นผู้ดำเนินธุรกิจการตลาด การจัดเก็บข้อมูลในองค์กรชั้นนำ อย่าง IBM โดยได้บริหารจัดการ XIV สินค้าใหม่ในกลุ่มธุรกิจการจัดเก็บข้อมูล จนผงาดขึ้นเป็นดาวเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น นายสมชาติยังได้เคยร่วมงานกับองค์กรชั้นนำหลายๆ แห่งในประเทศไทย โดยมีประสบการณ์ทั้งในด้านการบริหารทีมขาย การขาย การจัดการ รวมถึง การบริหารองค์กร

สำหรับประวัติการศึกษานั้นนายสมชาติสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

 

เกี่ยวกับ Pure Storage

Pure Storage (NYSE: PSTG) ช่วยให้ลูกค้าสร้างโลกใบใหม่ได้โดยใช้ข้อมูล แพลทฟอร์มข้อมูลของ Pure Storage ผสานเทคโนโลยีแบบออลแฟลช (all-flash) ทำให้โซลูชันการจัดเก็บข้อมูลง่ายขึ้น ทรงประสิทธิภาพ พร้อมยืดหยุ่นขึ้นกว่าเดิม เหมาะกับโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์และแอพพลิเคชันการใช้งานที่บรรจุข้อมูลเป็นจำนวนมหาศาล เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) หรือ Machine Learning และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ Pure Storage ได้คะแนน NPS ซึ่งรับรองโดย Satmetrix-certified อยู่ในกลุ่ม 1% แรกของกลุ่มบริษัทประเภท B2B จึงพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นกว่าเดิม และกลุ่มลูกค้าของ Pure เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความสุขที่สุดในโลก

 

เชื่อมต่อกับ Pure Storage

อ่าน บล็อก

พูดคุยบน Twitter

ติดตาม LinkedIn

โซลูชันของ FlashStack

 

Analyst Recognition

Gartner Magic Quadrant สำหรับ Solid-State Arrays

IDC MarketScape สำหรับ All-Flash Arrays

 

Pure Storage, Pure1, โลโก้อักษร P, Evergreen, FlashBlade, และ FlashStack เป็นเครื่องหมายการค้าของ Pure Storage, Inc. เครื่องหมายการค้าหรือชื่ออื่นที่ถูกอ้างถึงในเอกสารฉบับนี้เป็นทรัพย์สินของผู้เป็นเจ้าของตามลำดับ

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

เมื่อ Downtime ไม่ใช่ทางเลือก: สร้าง Hybrid Infrastructure ที่มั่นคงและยืดหยุ่นด้วย IBM Power, IBM PowerVS และอัจฉริยภาพจาก IBM Concert [Guest Post]

ในยุคที่ทุกวินาทีของธุรกิจหมายถึงโอกาสและรายได้ โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT Infrastructure) จึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือรองรับการทำงานอีกต่อไป แต่คือ “กระดูกสันหลัง” ขององค์กรที่ต้องทั้งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น เมื่อความพร้อมของระบบเชื่อมโยงโดยตรงกับรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า องค์กรจึงไม่สามารถยอมรับ Downtime ได้อีกต่อไป ความท้าทายสำคัญคือการรักษาความเสถียรของระบบ Mission-Critical ควบคู่ไปกับการรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ …

Gartner ชี้ปลดคนสังเวย AI ไม่ช่วยเพิ่ม ROI แนะภาคอุตสาหกรรมเร่งอัปสกิลมนุษย์คุมระบบแทน

ท่ามกลางกระแสการนำเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติขั้นสูงเข้ามาใช้งาน ผู้บริหารหลายองค์กรเลือกที่จะลดจำนวนพนักงานลงเพื่อประหยัดงบประมาณและหวัง ROI ในระยะสั้น แต่ข้อมูลล่าสุดจาก Gartner กลับชี้ให้เห็นความจริงที่สวนทางว่า การลดคนไม่ได้การันตีถึงผลกำไรหรือ ROI ที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด