ป้องกัน Ransomware ด้วย Pure Storage FlashBlade และ SafeMode Snapshots

การสำรองข้อมูลเป็นวิธีในการรับมือกับ Ransomware ที่ดีที่สุด Pure Storage จึงให้บริการ FlashBlade ซึ่งเป็น Storage แบบ All-flash ประสิทธิภาพสูงที่สามารถทำ Snapshots ได้อย่างมั่นคงปลอดภัยและสำรองข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว รองรับการทำงานร่วมกับ Backup Vendors ชั้นนำอย่าง Cohesity, Commvault, Veeam และ Veritas พร้อมประสิทธิภาพในการกู้คืนข้อมูลสูงถึง 270 TB/hr

Ransomware ยังคงเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งของข้อมูลดิจิทัล

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล การจัดเก็บข้อมูลก็ถูกเปลี่ยนจากในรูปของกระดาษมาสู่ในรูปดิจิทัล เพื่อให้สามารถนำไปใช้งาน ประมวลผล หรือวิเคราะห์ต่อยอดได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ส่งผลให้ข้อมูลดิจิทัลเป็นหัวใจสำคุญของการดำเนินธุรกิจ การสูญหายของข้อมูล เข้าถึงข้อมูลดิจิทัลไม่ได้ กลายเป็นความเสี่ยงอันดับต้นๆ ที่องค์กรไม่สามารถมองข้ามได้ ด้วยเหตุนี้ Ransomware ที่พุ่งเป้าเข้ารหัสข้อมูลแล้วเรียกค่าไถ่จึงเป็นหนึ่งในภัยคุกคามไซเบอร์ที่อันตรายที่สุดในปัจจุบัน

การศึกษาล่าสุดพบว่า ในปี 2019 ที่ผ่านมา ร้อยละ 60 ขององค์กรทั่วโลกต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของ Ransomware ที่น่าตกใจคือ ร้อยละ 13 ต้องรับมือกับ Ransomware เป็นประจำทุกวัน จึงไม่ใช่ประเด็นแล้วว่า “ถ้า” องค์กรถูกโจมตีแล้วจะทำอย่างไร แต่เป็น “เมื่อไหร่” ที่องค์กรจะถูกโจมตีกันแน่ มาตรการและกลไกในการปกป้องข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกองค์กรควรมี

มาตรการในการปกป้องข้อมูลที่คุณมีอาจยังไม่ดีเพียงพอ

การสำรองข้อมูลเป็นมาตรการที่ดีที่สุดในการรับมือกับ Ransomware รวมไปถึงอุบัติเหตุต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับข้อมูลดิจิทัล อย่างไรก็ตาม การใช้สถาปัตยกรรมในการสำรองข้อมูลแบบเก่า เช่น Disk หรือ Tape อาจไม่เพียงพอต่อการรับมือกับ Ransomware ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง SLA ในการกู้คืนข้อมูล การโจมตีระบบ Backup ไม่ให้สามารถใช้งานได้ หรือข้อมูลที่สำรองกลับถูก Ransomware โจมตีเสียเอง

นอกจากนี้ ในปัจจุบัน Ransomware ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะการโจมตีระบบปฏิบัติการ Windows ในปี 2019 เกิดเหตุแพร่กระจายของ Ransomware ที่ชื่อว่า Lilocked (หรือ Lilu) ไปยัง Linux Server หลายพันเครื่อง ดังนั้น การสำรองข้อมูลบน Linux จึงไม่ใช่ทางออกของการป้องกัน Ransomware อีกต่อไป มาตรการที่ดีที่สุดคือใช้กฎ Backup Rule แบบ 3-2-1 คือ เก็บข้อมูล 3 ชุด 2 ชุดที่เป็นข้อมูลสำรองเก็บไว้ในอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีต่างกัน และนำข้อมูลสำรอง 1 ชุดไปเก็บไว้ภายนอกองค์กร (Off-site) เพื่อให้มั่นใจว่าถ้าอุปกรณ์ที่จัดเก็บข้อมูลมีปัญหา ถูก Ransomware โจมตี หรือเกิดเหตุภัยพิบัติที่ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสำนักงานได้ ยังคงมีข้อมูลสำรองที่ปลอดภัยเหลืออีก 1 ชุดแน่นอน

Pure Storage FlashBlade: All-Flash Storage สำหรับจัดเก็บและสำรองข้อมูลประสิทธิภาพสูง

เพื่อสนับสนุนการรับมือกับ Ransomware ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ Pure Storage จึงได้นำเสนอ FlashBlade ซึ่งเป็น All-Flash Storage สำหรับจัดเก็บและสำรองข้อมูลประสิทธิภาพสูงที่มาพร้อมกับคุณสมบัติการทำ SafeMode Snapshot ช่วยให้องค์กรสามารถสำรองข้อมูลและ Metadata ที่เกี่ยวข้องในรูปของ Snapshots แบบ Read-only ได้ การเป็น Read-only Snapshot นี้เอง ทำให้ Ransomware ไม่เข้ารหัสหรือทำลายไฟล์ข้อมูลที่ Snapshot ไว้ได้อีกต่อไป ในกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้นจริง ก็สามารถกู้คืนข้อมูลจาไฟล์ Snapshot ได้โดยตรงทันที

จุดเด่นของ FlashBlade ประกอบด้วย

  • ยกระดับการปกป้องข้อมูล: ป้องกันการการลบ แก้ไข หรือเข้ารหัสข้อมูลสำรองที่ทำ SafeMode Snapshot ไว้จาก Ransomware ผู้ไม่ประสงค์ดี หรืออุบัติเหตุ
  • สำรองข้อมูลได้ทันที: สามารถใช้การทำ Snapshot เพื่อสำรองข้อมูลโดยไม่ต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ Backup
  • Snapshot ได้อย่างยืดหยุ่น: สามารถกำหนดเวลาในการทำ Snapshot และกำจัด Snapshot ทิ้งได้อย่างอิสระ
  • กู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว: ด้วยสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวของ FlashBlade ช่วยลด RPO และ RTO ให้เหลือน้อยที่สุดด้วยการกู้คืนข้อมูลความเร็วสูงถึง 270 TB/hr
  • ลดค่าใช้จ่ายในการสำรองข้อมูล: ลูกค้าสามารถใช้ฟีเจอร์ SafeMode Snapshot ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม

สำหรับองค์กรที่ต้องการเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการสำรองและกู้คืนข้อมูล FlashBlade ได้ผ่านการทดสอบการใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ Backup ชั้นนำหลายราย ไม่ว่าจะเป็น Cohesity, Commvault, Veeam หรือ Veritas ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.purestorage.com/solutions/infrastructure/ransomware.html

ผู้ที่สนใจยกระดับการจัดเก็บข้อมูลและป้องกัน Ransomware ด้วย Pure Storage FlashBlade สามารถติดต่อ Exclusive Networks ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Pure Storage อย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้ที่อีเมล marketing_th@exclusive-networks.com หรือโทร 0-2694-1421-3 ext. 2512



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Tableau & AWS Webinar: ใช้ประโยชน์จากพลังของโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลแบบคลาวด์อันทันสมัย [27 ต.ค. 2020 เวลา 10.00น.]

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ Chief Data Officer, Data Scientist, Data Analyst, Data Engineer, IT Manager, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง Tableau & AWS Webinar ในหัวข้อเรื่อง "ใช้ประโยชน์จากพลังของโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลแบบคลาวด์อันทันสมัย" เพื่อทำความรู้จักกับภาพรวมของการวิเคราะห์ข้อมูลในธุรกิจองค์กรอย่างครบวงจรบน Cloud ด้วยเครื่องมือจาก Amazon Web Services (AWS) และ Tableau ในวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2020 เวลา 10.00 – 11.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

Microsoft เปิดตัว Azure Space รุกสู่ธุรกิจอวกาศ พร้อมเผยความร่วมมือกับ SpaceX

Microsoft ได้ออกมาประกาศเปิดตัวถึงการนำบริการ Microsoft Azure ไปสู่อุตสาหกรรมด้านอวกาศภายใต้ชื่อ Azure Space พร้อมเผยถึงความร่วมมือกับ SpaceX ในการบริการด้านโครงข่ายเชื่อมต่อ Cloud