Breaking News

[PR] Azure Computers (Thailand) และบริษัท SAP ลงนามเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกัน เพื่อพัฒนาระบบการวางแผนการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมของประเทศไทย

กรุงเทพมหานคร / วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 ปัจจุบัน ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยประสบกับความท้าทายอย่างมาก จากการเปลี่ยนแปลงทางด้านอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งเกิดจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค ปัจจัยสำคัญที่จะก่อให้เกิดการเติบโตที่ยั่งยืนคือ บริษัทต้องเข้าใจและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะต้องวางแผนการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงอุปสงค์ การจัดซื้อ กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรม และความสามารถในการทำกำไร

 

บริษัท แอซเซอร์คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทสาขาของบริษัท แอซเซอร์คอมพิวเตอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้บริการระบบบริหารจัดการแก่บริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ การเงินการธนาคาร ประกันภัย คอมพิวเตอร์ และโรงงานการผลิต ในประเทศไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2554 และเพื่อรักษาความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและรองรับการเติบโตในอนาคต บริษัทฯ ได้ลงนามเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ (VAR Partnership) กับบริษัท เอสเอพี (SAP) เพื่อนำระบบเอสเอพี เอสโฟร์ ฮานา (SAP S/4 HANA) ซึ่งใช้สำหรับการปฏิบัติงานในสำนักงานและบนคลาวด์ (Cloud) ออกสู่ตลาด นอกจากการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทเอสเอพี เฮชพี (HP) และไอบีเอ็ม (IBM) แล้ว บริษัทฯ ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนอีกด้วย

นายแอนดี้ อดิทยา ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารบริษัทฯ กล่าวว่า “นอกเหนือจากการจัดหาระบบบริหารจัดการแบบครบวงจรให้แก่ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ บริษัทฯ ยังได้พัฒนาระบบบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานสากลและปฏิบัติการบนซอฟต์แวร์เอสเอพี ฮานา ขึ้นในปีนี้ด้วย การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเอสเอพีจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถปฏิบัติงานร่วมกับลูกค้าในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจด้านเอสเอพี เอสโฟร์ ฮานาได้ ระบบปฏิบัติการที่บริษัทฯ ได้พัฒนาขึ้นนี้ จะช่วยลดการพึ่งพาทักษะของที่ปรึกษาลง เนื่องจากระบบได้รับการจัดทำขึ้นเป็นรูปแบบสำเร็จรูป โดยใช้เทคโนโลยีล่าสุด และยังได้รับการทดสอบบนซอฟต์แวร์เอสเอพี ฮานาแล้ว”

ทั้งนี้ ภายใต้การนำของแอนดี้ อดิทยา บริษัทฯ กำลังจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ START (SAP Solution on Thai Automotive Ready Template) ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการแบบสำเร็จรูปที่ทำงานบนแพลทฟอร์มเอสเอพี ฮานา สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560 และด้วยสำนักงานที่มีความทันสมัยและตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร บริษัทฯ จะให้บริการ ณ สถานที่ของลูกค้า โดยเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการ วิสัยทัศน์ในการจัดตั้งส่วนงานเอสเอพีของนายแอนดี้เกิดขึ้นระหว่างการประชุมร่วมกันกับนายลีเฮอร์ ออบิซูร์ กรรมการผู้จัดการของบริษัท เอสเอพี ประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันส่วนงานเอสเอพีได้รับการจัดตั้งเป็นหน่วยธุรกิจอิสระของบริษัท แอซเซอร์คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) โดยมุ่งพัฒนางานสำหรับประเทศไทย และขยายต่อไปยังประเทศลาว กัมพูชา และพม่าในอนาคต

บริษัทฯ วางแผนที่จะพัฒนาและดำเนินการขอใบรับรองสำหรับระบบ START และระบบบริหารจัดการสำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและทางด้านโลจิสติกส์ ระหว่างพ.ศ. 2560-2561 โดยนายแอนดี้ได้กล่าวว่า “เหตุผลในการพัฒนาระบบสำหรับประเทศไทย ก็เนื่องมาจากความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและที่ปรึกษาด้านเอสเอพีที่มีความชำนาญการ ด้วยต้นทุนที่สมเหตุสมผล ขณะที่ยังมีการพัฒนาที่ยั่งยืนของธุรกิจภายในประเทศไทยด้วย ซึ่งปัจจัยต่างๆ นี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงตลาดและบรรลุเป้าหมายของเอสเอพีจากทั้งภูมิภาคเอเชียและอเมริกา โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของเอสเอพีในภูมิภาคเอเชีย (Preferred SAP Partner in Asia) ภายในปีหน้า”


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[PR] 3 เทคโนโลยียกระดับอุตสาหกรรมค้าปลีกพร้อมสร้างประสบการณ์ลูกค้า โดยอะโดบี

ภายในปี 2565 อุตสาหกรรมค้าปลีกจะเป็นหนึ่งในห้าอุตสาหกรรมที่เติบโตรวดเร็วที่สุดทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าไอโอที (IoT) จะกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะถูกนำมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจของผู้ค้าปลีกทั่วโลก อย่างไรก็ดีสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ค้าปลีกคือ การสรรหากลยุทธ์มาสร้างความน่าสนใจดึงดูดสายตาลูกค้าพร้อมกับรักษาฐานลูกค้าในเวลาที่ตลาดมีการแข่งขันสูงเช่นทุกวันนี้

สถิติชี้ปี 2018 มัลแวร์มุ่งขโมย Credentials เว็บไซต์ผู้ใหญ่มากขึ้น 300%

ระวังกันให้ดีสำหรับผู้นิยมชมชอบหนังชมพูผ่านเว็บไซต์ออนไลน์หรือเว็บลามก อนาจารต่างๆ นะครับเพราะ Kaspersky ได้จัดทำสถิติมัลแวร์ที่เน้นตลาดกลุ่มนี้พบว่าปีที่ผ่านมามีมัลแวร์ที่จ้องขโมย Credentials ของเว็บไซต์เหล่านี้เพิ่มถึง 300%