Breaking News

NVIDIA เปิดตัว NVIDIA TITAN V GPU การ์ดจอ PC เร็วระดับ 110 Teraflops เหนือกว่ารุ่นก่อน 9 เท่า

Jensen Huang ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO แห่ง NVIDIA ได้ออกมาประกาศเปิดตัว NVIDIA TITAN V การ์ดจอ PC รุ่นล่าสุดที่มีความเร็วสูงถึง 110 Teraflops แล้วอย่างเป็นทางการ ออกแบบมาสำหรับงานด้าน AI โดยเฉพาะ

Credit: NVIDIA

 

NVIDIA TITAN V นี้ถูกออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรม NVIDIA Volta โดยภายในประกอบด้วย Transistor มากถึง 21,100 ล้านชุดด้วยการผลิตแบบ TSMC 12nm FFN และมีความเร็วเหนือกว่า GPU รุ่นก่อนถึง 9 เท่า ด้วยการแบ่ง Data Path ของการประมวลผล Parallel Integer และ Floating Point ออกจากกัน, รองรับการประมวลผลและการคำนวน Address พร้อมๆ กันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีการใช้หน่วยความจำ L1 และ Shared Memory ร่วมกันอีกด้วย โดย NVIDIA TITAN V นี้มีหน่วยความจำ HBM2 ขนาดใหญ่ถึง 12GB

ในงานเปิดตัว NVIDIA TITAN V นี้มีการแสดงผลงานจาก AIVA บริษัท Startup ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้าน AI ซึ่งใช้ NVIDIA TITAN Xp และ NVIDIA รุ่นอื่นๆ ในการแต่งเพลงด้วย AI ขึ้นมาบรรเลงในระหว่างงานเปิดตัว

NVIDIA TITAN V นี้เปิดตัวมาด้วยราคา 2,999 เหรียญหรือราวๆ 105,000 บาท พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่สหรัฐอเมริกา ส่วนในไทยต้องติดตามกันต่อไปครับ

ผู้ที่สนใจสรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NVIDIA TITAN V สามารถศึกษาได้ที่ https://www.nvidia.com/en-us/titan/titan-v/ ครับ

 

ที่มา: https://nvidianews.nvidia.com/news/nvidia-titan-v-transforms-the-pc-into-ai-supercomputer




About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Webinar Replay: รู้จักกับ Rubrik ระบบ Data Protection สำหรับ Hyperconverged & Cloud Era โดย Rubrik

สำหรับผู้ที่พลาดไม่ได้เข้าชม TechTalk Webinar: รู้จักกับ Rubrik ระบบ Data Protection สำหรับ Hyperconverged & Cloud Era โดย Rubrik …

AWS เตรียมลงทุน 32,000 ล้านบาทในอินโดนีเซีย ขยายฐานรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

The Straits Times ได้ออกมารายงานถึงแผนการลงทุนในอินโดนีเซียของ AWS ที่จะมีมูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญหรือราวๆ 32,000 ล้านบาท เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการเติบโตของตลาดอินโดนีเซียที่ถือว่ามีความรวดเร็วโดดเด่นในภูมิภาคเดียวกัน และยังเป็นการเร่งรุกให้ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตไปด้วย