Nuvola Media ชู Dynamic Digital Twin พลิกโฉม Smart City และภาคการผลิตไทย สู่การบริหารจัดการข้อมูลแบบบูรณาการ

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานและข้อมูลที่แยกส่วน ในยุคที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล Nuvola Media ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชัน Smart City ระดับภูมิภาค ได้นำเสนอแนวทางใหม่ในการผสานรวมข้อมูลเหล่านี้เข้าด้วยกัน

ทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณเฟลิกซ์ ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Nuvola Media ที่เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์และศักยภาพของเทคโนโลยี Dynamic Digital Twin และ Video Analytics ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาระดับเมืองและยกระดับประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรมการผลิต โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

ทลายกำแพงข้อมูลแยกส่วนสู่ภาพรวมเดียว

โครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยมีความซับซ้อนสูงและมีระดับการพัฒนาที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ หากเจาะจงเฉพาะในกรุงเทพมหานคร เราจะพบการติดตั้งกล้อง CCTV เกือบ 100,000 ตัวจากหลากหลายหน่วยงาน ควบคู่ไปกับระบบจราจรและระบบขนส่งมวลชนอย่าง BTS และ MRT ปัญหาหลักคือระบบระดับโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ทำงานแยกจากกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้ข้อมูลมหาศาลที่มีอยู่ไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์เพื่อวิเคราะห์ภาพรวม

ระบบ Video Analytics และ Agentic AI ของ Nuvola ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง ด้วยการสร้างข้อมูลเชิงลึกชุดใหม่ที่ผสานข้อมูล IoT และระบบที่แตกต่างกันให้เป็นภาพรวมเดียว โซลูชันนี้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวมข้อมูลทั้งแบบอนาล็อกและดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นระบบเก่าหรือใหม่ ให้เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวกัน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์

การบูรณาการข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยสาธารณะและเศรษฐกิจระดับมหภาค หากปัญหาเรื้อรังอย่างการจราจรติดขัดหรือน้ำท่วมไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ย่อมส่งผลให้ Supply Chain หยุดชะงักและกระทบต่อ GDP ของประเทศในที่สุด

เฟลิกซ์ ตัน เสนอแนะว่าจุดเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ สามารถดำเนินการบูรณาการข้อมูลได้ทันทีคือ ข้อมูลด้านการจราจร ซึ่งมีโครงสร้างข้อมูลรองรับอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นปัญหาที่มีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์น้ำท่วมโดยตรง

Dynamic Digital Twin คืออาวุธของภาคการผลิต

สำหรับภาคอุตสาหกรรมและโรงงาน เทคโนโลยี Digital Twin ของ Nuvola ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นเพียงแบบจำลองสามมิติ หรือ Static 3D Model สู่การเป็น Dynamic Digital Twin ที่ทำงานแบบเรียลไทม์และปรับเปลี่ยนสถานะตามข้อมูลจริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือการนำโซลูชันนี้ไปใช้งานในโรงงานขนาดใหญ่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประสบปัญหาด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงานในพื้นที่ Heat Treatment Plant พื้นที่ดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงมาก หากเกิดความผิดปกติ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาสวมอุปกรณ์นิรภัยถึง 15 นาทีก่อนเข้าพื้นที่

ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการแก้ปัญหาและสูญเสียโอกาสในการผลิต Nuvola ได้เข้ามาบูรณาการข้อมูลแบบเรียลไทม์จากการไหลของน้ำระบายความร้อน สถานะวาล์ว เครื่องจักร และระบบ PLC เข้าสู่ Dynamic Digital Twin โดยตรง

ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสัญญาณเตือน ดูข้อมูลการทำงานแบบสด ๆ และสั่งปิดเครื่องจักรได้ทันทีจากหน้าจอควบคุม โดยไม่ต้องเสี่ยงส่งบุคลากรเข้าไปในพื้นที่อันตราย นอกจากนี้ ระบบยังสามารถดึงข้อมูลจาก Japan Weather Bureau เพื่อแสดงผลสภาพอากาศ เช่น ฝนหรือหิมะ แบบเรียลไทม์บน Digital Twin ซึ่งปัจจัยด้านสภาพอากาศเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อการบริหารจัดการพลังงานความร้อนภายในโรงงานและประสิทธิภาพการทำงานของแผงโซลาร์เซลล์

บริหารจัดการองค์กรแบบ Total ROI

นอกเหนือจากภาคการผลิต การบริหารจัดการอาคารเชิงพาณิชย์และอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ Nuvola แสดงศักยภาพได้อย่างชัดเจน โดยมุ่งเน้นที่การสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในภาพรวม หรือ Total ROI ให้กับลูกค้า

ตัวอย่างที่เห็นผลเป็นรูปธรรมคือ บริษัท Keppel ในสิงคโปร์ ที่นำระบบของ Nuvola ไปใช้บริหารจัดการพลังงาน บุคลากร และต้นทุน สำหรับอาคารสำนักงานและศูนย์การค้ากว่า 12 แห่ง รวมถึงเครือข่ายอาคารในจีน เวียดนาม ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย ระบบได้ทำการเชื่อมต่อข้อมูลด้านความยั่งยืน ระบบปรับอากาศ สัญญาณเตือนภัย ระบบไฟฟ้า ตลอดจนข้อมูลสภาพอากาศและค่า PM2.5 ไว้ในหน้าจอเดียว การรวบรวมข้อมูลแบบศูนย์กลางนี้สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ดังนี้

  • ลดการใช้พลังงานระบบปรับอากาศได้ 8% ต่อปี จากการวิเคราะห์และปรับอุณหภูมิแบบเรียลไทม์
  • ประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 15% ผ่านระบบจัดการแสงสว่างอัจฉริยะ
  • ลดต้นทุนและเวลาได้ 20% ในส่วนของการทำรายงานด้านความยั่งยืนและระบบบริหารจัดการ Smart Toilet ที่ช่วยลดรอบการทำความสะอาดของพนักงาน

ส่องความท้าทายในประเทศไทย

Nuvola มองเห็นศักยภาพการเติบโตทั้งในภาครัฐและเอกชนของไทย สำหรับภาครัฐ โซลูชันนี้ตอบโจทย์ความต้องการในการบริหารงบประมาณภาษีอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะการยกระดับการจัดการโลจิสติกส์และการรับมือภัยพิบัติ ส่วนในมุมขององค์กรเอกชนขนาดใหญ่ โซลูชันสามารถช่วยเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ตรวจสอบการใช้พลังงานและบริหารจัดการอาคารหลายแห่งพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลยุทธ์การรุกตลาดในไทยเน้นความยืดหยุ่นสูง โดยมีทั้งการเข้าไปนำเสนอโซลูชันกับลูกค้าโดยตรง และการทำงานผ่านพันธมิตร หรือ System Integrator ท้องถิ่น เนื่องจากหลายโครงการมีความซับซ้อนสูงและต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น ความเข้าใจในระบบโครงสร้างรถไฟฟ้า หรือสถาปัตยกรรมเครือข่าย IoT

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญที่สุดสำหรับการสร้าง Smart City และระบบนิเวศข้อมูลที่สมบูรณ์ในประเทศไทยคือเวลาและความร่วมมือ การจะดึงให้เจ้าของข้อมูลแต่ละภาคส่วนยอมเปิดใจและนำข้อมูลที่แยกส่วนมารวมกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยระยะเวลาในการสร้างความเข้าใจถึงประโยชน์สูงสุดที่ทุกฝ่ายจะได้รับร่วมกัน

เป้าหมายสูงสุดของการนำเทคโนโลยี Dynamic Digital Twin และ Video Analytics มาใช้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่คือการสร้างเครื่องมือที่ช่วยลดต้นทุน ยกระดับการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของ GDP ของเมืองและประเทศได้อย่างยั่งยืน

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก

การนำ AI PC มาใช้เติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรต่าง ๆ เตรียมพร้อมรับมือ Agentic AI ตามรายงานของ IDC [PR]

เมื่อองค์กรต่างๆ ก้าวข้ามจากการทดลองใช้ AI ไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง การนำ AI มาใช้จึงเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งกำลังพลิกโฉมแนวทางที่องค์กรจัดการกับโครงสร้างพื้นฐาน และเปิดทางให้เกิดเวิร์กโฟลว์อัจฉริยะแบบเรียลไทม์มากขึ้น ตามรายงานวิจัยฉบับล่าสุดของ IDC ที่ได้รับการสนับสนุนโดย AMD ระบุว่า องค์กรกว่า …