Nutanix สร้างรากฐานที่รวดเร็วยิ่งขึ้นสำหรับ AI ระดับการใช้งานจริง [Press Realease]

นูทานิคซ์ (Nutanix: NASDAQ: NTNX) ผู้นำด้านไฮบริด   คลาวด์และแพลตฟอร์ม AI ประกาศความร่วมมือกับ NVIDIA, Supermicro และ Netris เพื่อให้บริการโซลูชัน AI ใหม่ที่มุ่งลดความซับซ้อนด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการนำ AI ไปใช้งานจริง (production AI) และช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานขีดความสามารถใหม่ ๆ ได้เร็วขึ้น การผสานซอฟต์แวร์ของ Nutanix เข้ากับเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์ ระบบเครือข่าย และชิปประมวลผลชั้นนำ จะช่วยให้องค์กรสามารถติดตั้ง ใช้งาน และขยายสภาพแวดล้อม production AI สเกลใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รูปภาพจากซ้ายไปขวา คุณ Noppadol Punyatipat, Country Manager Nutanix Thailand , คุณ Jordan Reizes, Vice President, APJ Marketing Nutanix, คุณ Naresh Purohit, Senior Director, Systems Engineering, South Asia Nutanix Thailand

การที่องค์กรเร่งผลักดันเวิร์กโหลด AI เข้าสู่ระบบใช้งานจริงมากขึ้น ทำให้เกิดข้อจำกัดด้านทรัพยากรและความซับซ้อนในการปฏิบัติงาน ซึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อความคล่องตัว ดังนั้น Nutanix และพันธมิตรจึงร่วมกันลดความซับซ้อนดังกล่าว เพื่อช่วยให้องค์กรนำ AI สู่การใช้งานจริงได้ง่ายและเร็วขึ้น พร้อมเร่งสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจให้เร็วขึ้น 

คุณโทมัส คอร์เนลี รองประธานบริหารฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ของ Nutanix กล่าวว่า “องค์กรต่าง ๆ ต้องการมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานขั้นสูงเพื่อผลักดัน Agentic AI ไปสู่การใช้งานจริง เราเชื่อว่าองค์กรเหล่านี้ต้องการ AI Cloud  ที่สามารถเชื่อมโยงระบบอัจฉริยะ Agent แอปพลิเคชันระดับองค์กร และข้อมูลเข้าด้วยกันได้อย่างง่ายดาย ทั้งบน CPU, GPU, เครื่องเสมือน คอนเทนเนอร์ สภาพแวดล้อมภายในองค์กร และคลาวด์ จากความร่วมมือกับ NVIDIA, Supermicro และ Netris เรามุ่งช่วยให้ลูกค้าเร่งการติดตั้งใช้งาน Agent และบริการ AI บนแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ ซึ่งมาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และการกำกับดูแลในตัว“

การที่องค์กรขยายการใช้งาน agentic AI ในวงกว้างทำให้คาดได้ว่าจะต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเวิร์กโหลดที่มีความต้องการสูงขึ้นครอบคลุมสภาพแวดล้อม AI ทั้งหมด ไม่จำกัดเพียงแค่งานที่พึ่งพา GPU อย่างหนักเท่านั้น แอปพลิเคชันแบบ agentic เป็นการผสานการประมวลผลโมเดลหรือการอนุมาน เข้ากับการเรียกใช้เครื่องมือ การรันโค้ด การดึงข้อมูล การประสานการทำงาน ตลอดจนการประมวลผลผลลัพธ์ และเมื่องานเหล่านี้ขยายขนาดขึ้น ประสิทธิภาพของ CPU จะกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการดำเนินงานตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างการทำงานของ GPU เพื่อลดความล่าช้าและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมถึงขีดสุดให้กับ AI-factory และเพื่อป้องกันไม่ให้ขั้นตอนการประมวลผลที่สำคัญเหล่านี้กลายเป็นคอขวด Nutanix วางแผนโซลูชันของบริษัทฯ สามารถทำงานร่วมกับ NVIDIA Vera CPU ได้ ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว (day zero support) โดยเริ่มต้นจากแพลตฟอร์ม NKP Bare Metal ซึ่งตอบโจทย์สภาพแวดล้อม AI factory ที่ต้องการประสิทธิภาพการประมวลผลสูงสุด ก่อนจะขยายสู่สภาพแวดล้อมแบบเวอร์ชวลไลซ์ของ Nutanix ต่อไป 

การผสานรวมสถาปัตยกรรม CPU ของ NVIDIA ที่ออกแบบมาอย่างเจาะจงให้รองรับการทำงานของ agent ด้วยความเร็วสูงและลดความหน่วงลง เข้ากับ NVIDIA OpenShell ซึ่งเป็นโซลูชันที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมขณะประมวลผล (runtime environment) ที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวสำหรับ agent บน NKP ในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือที่มุ่งช่วยให้องค์กรมีรากฐานประสิทธิภาพสูง คาดการณ์ได้ เพื่อรองรับการใช้ AI agent ประสิทธิภาพล้ำหน้าขององค์กรได้

การสนับสนุนดังกล่าวนี้คาดว่าจะช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในการติดตั้งใช้งาน agentic AI ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น พร้อมลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงานด้วยโมเดลการบริหารจัดการคลาวด์ที่เป็นหนึ่งเดียวและต่อเนื่อง 

Nutanix และ Supermicro ประกาศแผนทางวิศวกรรมในการพัฒนาโซลูชันด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ร่วมกัน โดยใช้ระบบเซิร์ฟเวอร์ของ Supermicro ที่ผ่านการตรวจสอบรับรองแล้วเป็นหลัก โซลูชันที่ร่วมกันพัฒนาโดยการผสานเซิร์ฟเวอร์ Supermicro และ GPU ของ NVIDIA เข้ากับ Nutanix Agentic AI (NAI) รวมถึงระบบเครือข่ายอีเทอร์เน็ต NVIDIA Spectrum-X™ เข้าด้วยกันนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยลดความล่าช้าที่เกิดจากการปรับแต่งและบูรณาการระบบที่ซับซ้อน โดยมุ่งช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงขีดความสามารถของ GPU ที่อยู่ในระบบ on-premises และรับมือกับปัญหาต้นทุน AI ที่พุ่งสูง ด้วยระบบวิศวกรรมร่วมที่ขับเคลื่อนโดย NAI เพื่อรองรับการประมวลผล AI แบบไพรเวท

ความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น ทำให้คาดการณ์ได้ว่าสถาปัตยกรรมนี้จะสามารถขยายขีดความสามารถของ GPU เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง Nutanix ทำหน้าที่เป็นทั้ง control plane ที่ควบคุม AI cloud และเป็นระบบสตอเรจที่จัดเก็บข้อมูล AI ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะให้สามารถรองรับเวิร์กโหลดด้วยการทำงานที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และรองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาล ช่วยให้ลูกค้ามีแนวทางที่คาดการณ์ได้ในการติดตั้งใช้งาน จัดการ และปรับขนาดเวิร์กโหลดการอนุมาน AI โดยไม่ต้องประกอบและผสานรวมระบบที่ซับซ้อนจากผู้จำหน่ายหลายราย 

สำหรับสถาปัตยกรรมอ้างอิงของ NVIDIA Cloud Partner นั้น ระบบการให้บริการกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งานหลายราย (multitenancy) นั้น ออกแบบมาให้ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน AI ไปจนถึงเลเยอร์เครือข่ายทางกายภาพทั้งหมด ทั้งนี้ ในสภาพแวดล้อม neocloud ที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผู้ดูแลระบบต้องสามารถจัดการให้การเข้าถึงเครือข่ายเป็นไปโดยอัตโนมัติ และแยกการทำงานของแต่ละ tenant ออกจากกัน เมื่อลูกค้า เวิร์กโหลด และการจัดสรร GPU เปลี่ยนแปลงไป Nutanix และ Netris จึงร่วมมือกันนำระบบอัตโนมัติมาใช้กับ multitenancy ในเลเยอร์เครือข่าย เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน GPU ที่ซับซ้อนให้กลายเป็นบริการ AI แบบ multitenant ที่ปลอดภัยและทำงานได้เสมือนคลาวด์ 

Nutanix จะจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับการประมวลผลบนเครื่องเวอร์ชวลแมชชีน คอนเทนเนอร์ CPU และ GPU รวมถึงสตอเรจ ระบบรักษาความปลอดภัย Kubernetes ตลอดจน Nutanix Agent Gateway บริการโมเดลในรูปแบบบริการ (Model-As-A-Service) และบริการแพลตฟอร์ม AI ในขณะที่ Netris จะจัดเตรียมระบบอัตโนมัติสำหรับเครือข่าย การแยกชั้นการทำงาน และการรองรับผู้ใช้หลายรายบนโครงสร้างเครือข่ายกายภาพ พร้อมการแยกส่วนอย่างเด็ดขาด ซึ่งบังคับใช้บนฮาร์ดแวร์เครือข่าย ตั้งแต่ส่วนประมวลผลไปจนถึงเครือข่ายกายภาพ โซลูชันแบบผสานรวมนี้จะมอบประสบการณ์การใช้งานแบบบริการตนเองที่มีลักษณะคล้ายคลาวด์ ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบ Bare Metal และแบบเวอร์ชวลไลซ์ ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถเพิ่มผู้เช่าเข้าระบบได้ทันที และส่งมอบบริการ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

คุณดอน เจนไทล์ นักวิเคราะห์ด้านแพลตฟอร์มข้อมูลและความยืดหยุ่นของระบบ จาก HyperFRAME Research กล่าวว่า “Nutanix สร้างธุรกิจระดับองค์กรขึ้นมาได้ด้วยการลดความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐานแบบเวอร์ชวลไลซ์ และล่าสุดยังขยายไปสู่เวิร์กโหลดแบบคอนเทนเนอร์ ในวันนี้ Nutanix กำลังต่อยอดความเชี่ยวชาญดังกล่าวสู่ระบบ AI บนฮาร์ดแวร์จริง (bare-metal), การประมวลผล agent, ระบบการอนุมานแบบไพรเวท ตลอดจนบริการคลาวด์แบบที่มีกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งานหลายราย (multitenant) ด้วยการพัฒนานวัตกรรมและการผนึกกำลังกับพันธมิตรที่ตรงจุด Nutanix กำลังขับเคลื่อนโมเดลการบริหารจัดการคลาวด์ที่เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรธุรกิจและผู้ให้บริการเฝ้ารอมานาน นั่นคือ การบริหารจัดการที่ต่อเนื่องเป็นมาตรฐานเดียวกัน ระบบอัตโนมัติ และอิสระในการเลือกใช้งาน ท่ามกลางโครงสร้างพื้นฐานที่หลากหลายขึ้นเรื่อย ๆ” 

คุณฮันนาห์ กูตองด์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ Vera CPU ของ NVIDIA กล่าวว่า “AI agent จำเป็นต้องใช้ CPU ความเร็วสูงเพื่อประมวลผลโค้ด เรียกใช้เครื่องมือต่าง ๆ และจัดการข้อมูลในระหว่างขั้นตอนการเรียกใช้โมเดล NVIDIA Vera ออกแบบมาเฉพาะสำหรับงานลักษณะนี้ และความร่วมมือของเรากับ Nutanix จะช่วยให้องค์กรสามารถนำ agentic AI ประสิทธิภาพสูงเข้าสู่ระบบใช้งานจริงได้อย่างราบรื่น ด้วยโมเดลการบริหารจัดการคลาวด์ที่เป็นหนึ่งเดียวและต่อเนื่อง” 

มุมมองจากลูกค้า

“การทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลและ AI ถือเป็นเสาหลักสำคัญที่เป็นรากฐานในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของราชอาณาจักรฯ ในการสร้างบริการภาครัฐให้ล้ำสมัย มีความแข็งแกรง ยืดหยุ่น คล่องตัว และขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างแท้จริง ภายใต้ความร่วมมือกับ Nutanix เรามุ่งหวังที่จะร่วมกันศึกษาค้นคว้าว่า แพลตฟอร์มการประมวลผลไฮบริดคลาวด์ข้ามสภาพแวดล้อมที่หลากหลายของ Nutanix จะสามารถสนับสนุนการนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้ พร้อมทั้งช่วยยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ขั้นสูง ของประเทศในได้อย่างไรบ้าง“

– กระทรวงสิ่งแวดล้อม น้ำ และการเกษตร (MEWA) ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย 

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Phaze ระดมทุน 8.75 ล้านดอลลาร์ มอบการเข้าถึงเวิร์กสเตชันประสิทธิภาพสูงจากระยะไกลให้เอเจนต์ AI

หากเอเจนต์ AI แบบอัตโนมัติกำลังจะกลายเป็นอนาคตขององค์กรจริง ๆ พวกมันย่อมจำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง เพื่อให้สามารถดำเนินงานต่อไปได้โดยไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น

Tencent เปิดตัว Hy4 โมเดล AI ชั้นแนวหน้าทรงพลัง มาพร้อมความเข้าใจภาพและการใช้งานคอมพิวเตอร์

Tencent ได้เปิดตัว Hy4 ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่รุ่นใหม่ที่เพิ่มขีดความสามารถในการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรก โดยใช้ประโยชน์จากความเข้าใจภาพ การให้เหตุผล และการเรียกใช้งานเครื่องมือขั้นสูง เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพการทำงานแบบเอเจนต์ในระยะยาว