Breaking News

[PR] เทคโนโลยีไฮเปอร์คอนเวอร์เจนช่วยเพิ่มช่องทางใหม่ในการสร้างรายได้ให้กับพันธมิตรทางธุรกิจ

ระบบไฮเปอร์คอนเวอร์เจน เป็นตลาดที่ถือกำเนิดขึ้นอย่างมั่นคง และมีการเติบโตที่สูงขึ้นมากอีกทั้งยังถูกกล่าวว่ามีส่วนแบ่งที่เติบโตขึ้นถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยเป็นการใช้จ่ายที่เกี่ยวกับระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับทำงานกับแอพพลิเคชั่นในสภาพแวดล้อมแบบเวอร์ชวลไลซ์ แจน เออร์ซี ซึ่งทำงานให้กับนูทานิกซ์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการระบบคลาวด์องค์กร กล่าวว่าประโยชน์สำหรับการขายเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่มีมูลค่าสำหรับพันธมิตรผู้จัดจำหน่าย

nutanix-hyper-converged-platform

สำหรับพวกเราที่อยู่ในอุตสาหกรรมไอทีนั้น จุดเล็ก ๆ ที่ทำให้คนตื่นเต้นนั้นมักจะก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและกระจายออกไปอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน แต่ในปัจจุบันสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นถัดไปอาจไม่จำเป็นว่าจะต้องจบลงแบบเดียวกันเสมอไปก็ได้ วิธีการที่ดีในการวัดศักยภาพของเทคโนโลยีคือ การดูที่ตัวเลขการเติบโตของยอดขายเมื่อเปรียบเทียบกับการถดถอยลงของเทคโนโลยีเมื่อมีนวัตกรรมใหม่เข้ามาแทนที่ อย่างที่บางท่านอาจเคยเฝ้าดูการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงสั้น ๆ ของวีเอ็มแวร์ ( VMWare ) ซึ่งเทคโนโลยีไฮเปอร์คอนเวอร์เจนก็มีความคล้ายคลึงในทำนองเดียวกัน ด้วยอัตราการเติบโตในระดับปีต่อปีมากกว่า 100% อ้างอิงตามข้อมูลที่ได้รับจากไอดีซี ( IDC ) ( ขณะที่ตลาดเซิร์ฟเวอร์และระบบจัดเก็บข้อมูลแบบดั้งเดิมทั้งหมดแทบจะไม่ขยับเลย ) เห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีไฮเปอร์คอนเวอร์เจนและการเคลื่อนย้ายไปสู่ระบบคลาวด์องค์กรนั้นเป็นการเดินหน้าไปอย่างมั่นคง ไม่ใช่เป็นเพียงกระแสนิยมชั่วคราวเท่านั้น

ในทศวรรษที่ผ่านมา พันธมิตรผู้จัดจำหน่ายจำนวนมากได้สลับสับเปลี่ยนจากการขายไปยังการให้บริการแทน ซึ่งมันอาจจะฟังดูแปลก ๆ ว่าการเชื่อมโยงกันของระบบประมวณผล, ระบบจัดเก็บข้อมูล และระบบเครือข่ายที่ถูกรวมกันภายใต้รูปแบบการทำงานที่เน้นประสิทธิผลควรจะเป็นสิ่งที่ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง ในความเป็นจริงก็คือเทคโนโลยีไฮเปอร์คอนเวอร์เจนสามารถช่วยแก้ปัญหาที่มีอยู่เดิมสำหรับลูกค้าที่หมดหวังในการลดต้นทุนและลดความซับซ้อนของการเชื่อมต่อระบบที่มีจำนวนมากมาย ซึ่งจำเป็นต้องใช้งานระบบเหล่านั้นเพื่อรองรับระบบเสมือนจริงและระบบคลาวด์

อย่างไรก็ดีไม่ได้หมายความว่าธุรกิจของผู้จัดจำหน่ายที่เคยมีความคล่องตัวในการให้บริการการเชื่อมโยงระบบเซิร์ฟเวอร์และระบบจัดเก็บข้อมูลนั้นกำลังจะเปลี่ยนไป เพียงแต่คงจะไม่ได้หวือหวาเหมือนแต่ก่อน แต่ถึงกระนั้นเทคโนโลยีไฮเปอร์คอนเวอร์เจนเป็นเพียงวิธีการหนึ่งที่ช่วยลดต้นทุนและความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพแต่ไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้เพียงอย่างเดียวที่ผู้จัดจำหน่ายตอบรับกับแนวคิดนี้ ความสมเหตุสมผลที่ตรงไปตรงมาก็คือ หากลูกค้าสามารถลดต้นทุนของฮาร์ดแวร์และต้นทุนการนำไปติดตั้งใช้งาน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้อง งบประมาณที่ประหยัดขึ้นมาเหล่านี้สามารถที่จะโยกไปใช้ในเรื่องอื่น ๆ ที่มีประโยชน์หรือมีคุณค่ามากขึ้น ( นอกเหนือจากไฮเปอร์ไวเซอร์ ) ซึ่งสามารถที่จะช่วยสนับสนุนตัวขับเคลื่อนธุรกิจหลักขององค์กรได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจจะนำงบประมาณดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนานวัตกรรมแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์มือถือเพิ่มขึ้น เพื่อยกระดับการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า การกู้คืนระบบจากหายนะหรือความเสียหายรุนแรง หรือการสร้างแอพพลิเคชั่นที่ช่วยปรับปรุงประสิทธิผลของพนักงาน หรือเปลี่ยนจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเป็นเวอร์ชวลเดสก์ท็อป เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งานให้ดียิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งเพิ่มงบประมาณลงไปในการเสริมประสิทธิภาพระบบรักษา

ความปลอดภัยให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อสามารถรับมือกับภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตที่นับวันจะทวีความรุนแรงและ แยบยลมากขึ้น ประเด็นสำคัญคือผู้จัดจำหน่ายอย่ามองว่าเทคโนโลยีไฮเปอร์คอนเวอร์เจนกำลังจะสร้างความท้าทายให้กับรายได้หรือรูปแบบการดำเนินธุรกิจ แต่กลับกันมันคือโอกาสที่จะช่วยสร้างช่องทางใหม่ของรายได้ที่มีมูลค่าสูงขึ้น รวมทั้งยังช่วยกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าในช่วงของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของการดำเนินธุรกิจแบบดิจิทัล

ในกรณีที่คุณเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ และคุณได้อ่านบทความนี้โดยที่คุณยังไม่มีกลยุทธ์ทางด้านไฮเปอร์คอนเวอร์เจน ใด ๆ เลย ผมรับประกันได้ว่าไม่ช่วงใดก็ช่วงหนึ่งลูกค้าของคุณจะกดดันให้คุณจัดหาและวางระบบดังกล่าวอย่างแน่นอน การประวิงเวลาไม่ใช่ทางเลือกในระยะยาว เพราะในความเป็นจริงก็คือเมื่อมาถึงรอบระยะเวลาในการอัพเกรดเซิร์ฟเวอร์ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือในกรณีที่ระบบเสมือนของลูกค้าของคุณได้ย้ายจากขั้นการทดสอบและพัฒนาไปยังระบบการใช้งานจริงอย่างเต็มรูปแบบ ความน่าสนใจของระบบไฮเปอร์คอนเวอร์เจนที่เปรียบเสมือนเป็นทางเลือกที่คุณสามารถกำหนดและเลือกคุณสมบัติที่เหมาะสมกับความต้องการในการใช้งานเฉพาะของคุณเองเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจอย่างเหลือเชื่อ และไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น แต่โครงการสำหรับโครงสร้างพื้นฐานระบบไฮเปอร์ คอนเวอร์เจนยังสามารถที่จะเริ่มต้นจากระบบเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ เติบโตอย่างช้า ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการทางด้านไอทีและธุรกิจ และโดยมากเป็นเรื่องปกติที่เมื่อคุณเริ่มใช้เทคโนโลยีไฮเปอร์คอนเวอร์เจนเป็นครั้งแรก มันจะนำไปสู่การใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉลี่ยแล้วร้อยละ 50 ของลูกค้าจะซื้อเพิ่มหลังจากผ่านไป 6 เดือน และลูกค้ามากกว่าร้อยละ 70 จะซื้อเพิ่มเติมหลังจากผ่านไป 12 เดือน ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้จ่ายเงินไปกับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีไฮเปอร์คอนเวอร์เจนเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าภายในระยะเวลา 1 ปี เนื่องเพราะพวกเขามีความพึงพอใจในระดับสูงและวิธีการที่ง่ายและสะดวกในการขยายความสามารถและสมรรถนะที่พวกเขาเห็นว่าเหมาะสม

แม้จะนับว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเมื่อมองจากมุมของการขายว่านี่เป็นเพียงผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวที่มีในตลาด และตลาดของระบบไฮเปอร์คอนเวอร์เจนก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นพร้อมกับมีผู้ที่ต้องการใช้งานเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งนี้ทำให้ผู้จัดจำหน่ายมีช่องทางใหม่ในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นและทำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงโปรแกรม และบริการสนับสนุน สำหรับพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นผู้จัดจำหน่ายซึ่งมุ่งหวังที่จะนำเสนอบริการที่มีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวนี้ นี่คือประเด็นสำคัญที่เจ้าของผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีสามารถช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นประสบผลสำเร็จได้ ในตลาดนี้ลูกค้าควรจะให้ความสำคัญในการประเมินเวนเดอร์ว่าเขามีอะไรที่นำเสนอได้มากกว่าหรือนอกเหนือจากเทคโนโลยีไฮเปอร์คอนเวอร์เจนเท่านั้น อาทิ เช่น การเป็นระบบเปิดที่สามารถทำงานร่วมกับไฮเปอร์ ไวเซอร์ได้หลากหลาย และการบูรณาการเข้ากับผู้ให้บริการระบบคลาวด์สาธารณะจำนวนมากคือกุญแจสำคัญสำหรับความสำเร็จในระยะยาว

อีกหนึ่งตัวอย่างเช่น การจัดให้มีการฝึกอบรมที่ให้ความรู้มากกว่าเพียงแค่สอนการกำหนดค่าคอนฟิกและการติดตั้งระบบเท่านั้น แต่ควรจะให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่าจะจัดวางระบบเทคโนโลยีไฮเปอร์คอนเวอร์เจนให้ดีที่สุดสำหรับสภาพแวดล้อมของแอพพลิเคชั่น เช่น SAP หรือ Oracle ได้อย่างไร? การสร้างคู่มือการใช้งานสำหรับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อช่วยให้เขาสามารถวางระบบไฮเปอร์คอนเวอร์เจนภายในระบบสำรองข้อมูล, DR/BC, ระบบคลาวด์ VDI, ระบบการสื่อสารแบบรวมศูนย์ ( Unified Comms ) และโฮสต์ต่าง ๆ ทั้งหมดของโซลูชั่นและบริการเพิ่มเติมจากเวนเดอร์รายต่าง ๆ ที่ลูกค้าพิจารณาจะรวมเข้าหลังจากที่ลูกค้าได้เปลี่ยนไปสู่โครงสร้างพื้นฐานไฮเปอร์คอนเวอร์เจนแล้ว

วิธีการที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มดังกล่าวนี้ถือเป็นเรื่องที่นูทานิกซ์ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งตลอดช่วงสองสามปีที่ผ่านมา และจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องตามตลาดที่เติบโตขึ้น รวมถึงจำนวนที่เพิ่มขึ้นของผู้จัดจำหน่ายซึ่งเริ่มที่จะปรับเปลี่ยนทีมงานจากการขายเซิร์ฟเวอร์และระบบจัดเก็บข้อมูลไปสู่การขายระบบไฮเปอร์คอนเวอร์เจนโดยเฉพาะ และรวมถึงระบบคลาวด์องค์กร

โดยส่วนใหญ่ลูกค้ามักจะมีชื่อของบริษัทคู่ค้าและแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ในใจที่เขาชื่นชอบอยู่ก่อนแล้ว แต่ความสดใหม่ของตลาดระบบไฮเปอร์คอนเวอร์เจนและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องนั้นมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ส่งผลดีต่อผู้จัดจำหน่ายที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพราะเขาเหล่านั้นจะได้รับโอกาสอย่างแท้จริงในการเจาะลูกค้ารายใหม่ ๆ ที่แต่เดิมพวกเขายังไม่เคยเข้าถึง ในวิถีทางที่คล้ายคลึงกับในกรณีของ VMware ที่คว้าชัยชนะเหนือผู้เล่นเดิมรายใหญ่อย่าง Terminal Server ของ Microsoft และ Metaframe ของ Cirix ด้วยเทคโนโลยีและโมเดลธุรกิจที่เหนือชั้นกว่า ดังนั้นพันธมิตรทางธุรกิจที่สามารถนำเสนอระบบไฮเปอร์คอนเวอร์เจนด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมูลค่าเพิ่มที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าจะเป็นผู้ที่สามารถสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนและทำกำไรได้อย่างงดงามสำหรับทศวรรษหน้า

 

บทความโดย แจน เออร์ซี, ผู้อำนวยการอาวุโส, ฝ่ายช่องทางการขายและพันธมิตรธุรกิจ



About TechTalkThai_PR

Check Also

TechTalk Webinar: Digital Workforce: The game changer now and COVID afterward โดย STelligence

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ CIO, CTO, COO, IT Manager, ผู้จัดการในส่วนต่างๆ ของธุรกิจ, ผู้ดูแลระบบ IT, และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง "Digital Workforce: The game changer now and COVID afterward โดย STelligence" เพื่อร่วมรับฟังถึงทิศทางในอนาคตของโลกธุรกิจจากการมาของ Digital Workforce ที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง พร้อมแนะนำเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ในวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2020 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

[Guest Post] QAD ปรับการใช้งานใน QAD Adaptive ERP และโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องให้เป็น Adaptive Manufacturing Enterprises เพื่อตอบสนอง Industry Disruption

ผู้ผลิตทั่วโลกต้องเผชิญกับการหยุดชะงักที่เพิ่มขึ้นซึ่งเกิดจากปัจจัยต่าง  และสถานการณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ในปัจจุบัน รวมถึงนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน การเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้บริโภค ส่งผลให้หลายๆ ธุรกิจต้องหยุดชะงัก และเพื่อความอยู่รอด ผู้ผลิตจะต้องสามารถคิดค้นและเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจด้วยความรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน QAD เรียก บริษัท ผู้ผลิตเหล่านี้ว่า “Adaptive Manufacturing Enterprises”