Next Generation HPE Aruba Networking Central: ระบบบริหารจัดการ Network ผ่าน Cloud โฉมใหม่ ใช้ง่ายด้วยพลังของ Data และ AI โดย VST ECS

หากพูดถึงระบบ Cloud Networking สำหรับธุรกิจองค์กร Aruba Central คงเป็นหนึ่งในโซลูชันที่หลายๆ คนนึกถึง ด้วยความสามารถของระบบที่ครอบคลุมหลากหลาย และความง่ายดายในการใช้งาน จนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในภาคธุรกิจองค์กรทั่วโลก

แต่เมื่อโลกของระบบเครือข่ายเปลี่ยนแปลงไป Aruba Central จึงได้รับการปรับปรุงสู่โฉมใหม่ เพื่อตอบโจทย์โลกของระบบ Network ที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น มีการใช้งานข้อมูลในการจัดการมากยิ่งขึ้น และผสานนวัตกรรม AI เพื่อให้การบริหารจัดการระบบเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Next Generation HPE Aruba Networking Central ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนหน้าจอการใช้งานครั้งใหญ่ ให้ตอบโจทย์สำหรับเหล่า Network Engineer และ IT Administrator มากยิ่งกว่าที่เคยกันครับ

ทำไม HPE Aruba ถึงต้องอัปเกรดยกเครื่องครั้งใหญ่ให้ Aruba Central?

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบบเครือข่ายนั้นได้มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีล่าสุด ที่ธุรกิจองค์กรต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน และนำอุปกรณ์ IoT ใหม่ๆ มาใช้เพื่อตอบโจทย์การออกแบบออฟฟิศที่ไร้สัมผัส และจัดการสิ่งต่างๆ ในบริษัทให้เป็นอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น

HPE Aruba ได้เล็งเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ และพบว่าผู้ใช้งาน Aruba ทั่วโลกนั้น ต่างกำลังเผชิญกับความท้าทายหลักๆ ด้วยกัน 2 ประการ ได้แก่

  1. การดูแลรักษาระบบเครือข่ายที่มีความซับซ้อนสูงยิ่งขึ้น การมาของ Hybrid Work, Cloud และ IoT นั้นได้ทำให้ระบบเครือข่ายซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม และมีอุปกรณ์หรือผู้ใช้งานจำนวนมากที่อาจตกสำรวจไป ทำให้ผู้ดูแลระบบเครือข่ายไม่สามารถตรวจสอบ ติดตาม และควบคุมการใช้งานเครือข่ายสำหรับอุปกรณ์หรือผู้ใช้งานเหล่านี้ จึงไม่อาจปรับแต่งระบบเครือข่ายเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดได้อย่างเหมาะสม และการปรับเปลี่ยนการตั้งค่าของระบบเครือข่ายก็อาจกระทบกับเหล่าผู้ใช้งานและอุปกรณ์ที่ตกสำรวจนี้ได้โดยไม่ตั้งใจ
  2. การขาดแคลนทรัพยากรบุคคลด้าน IT ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น นับวันผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่ายที่จะเข้ามารับหน้าที่ดูแลระบบเครือข่ายขององค์กรจะยิ่งหายากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ปริมาณของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายกลับมีมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การทำ Network Automation แบบดั้งเดิมนั้นไม่อาจตอบโจทย์การบริหารจัดการได้เพียงพออีกต่อไป และต้องอาศัยพลังของ Data กับ AI เข้ามาช่วยในส่วนนี้

ความท้าทายเหล่านี้เองได้ทำให้ HPE Aruba ตัดสินใจยกเครื่องให้กับระบบ Aruba Central ครั้งใหญ่ เพื่อให้การดูแลรักษาระบบเครือข่ายเพื่อรองรับอุปกรณ์จำนวนมากและหลากหลายนั้นสามารถเป็นไปได้ด้วยผู้ดูแลระบบเครือข่ายเพียงไม่กี่คน

Next Generation HPE Aruba Networking Central ใช้งานง่ายกว่าเดิม ตอบโจทย์ผู้ดูแลระบบเครือข่ายยิ่งกว่าที่เคย

ในงาน Atmosphere’23 ซึ่งเป็นงานสัมมนาใหญ่ประจำปีของ HPE Aruba ในระดับโลกนั้น ได้มีการเปิดตัว Next Generation HPE Aruba Networking Central ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการเครือข่ายผ่าน Cloud รุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถนำ Data จากระบบเครือข่ายมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ AI ช่วยดูแลรักษาบริหารจัดการเครือข่ายได้ดียิ่งกว่าเดิม ซึ่งผู้ใช้งาน Aruba Central นั้นสามารถปรับไปใช้หน้าจอบริหารจัดการแบบใหม่นี้ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับความสามารถใหม่ๆ ที่โดดเด่นภายในหน้า Dashboard ของ Next Generation HPE Aruba Networking Central จะมีดังนี้

Credit : HPE Aruba

1. Toggle View

ปุ่มสำหรับสลับรุ่นของ Aruba Central เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนมาใช้ HPE Aruba Central รุ่นใหม่และรุ่นเก่าได้ตามต้องการ

2. Entity-centric Solar System

เนื่องจากองค์ประกอบใหม่ๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในระบบเครือข่ายนั้นมีความหลากหลายและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทำให้ระบบเครือข่ายมีขนาดใหญ่กว่าที่เคย HPE Aruba จึงเรียกระบบสำหรับบริหารจัดการภาพรวมของเครือข่ายว่า Solar System เพื่อสื่อถึงการตรวจสอบภาพรวมของระบบที่มีขนาดใหญ่และหลากหลายนี้

Solar System จะทำการ Correlate ส่วนต่างๆ ภายในระบบเครือข่ายเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถเชื่อมต่อเข้าถึงแต่ละส่วนได้อย่างง่ายดาย โดยแยกเป็นส่วนของการจัดการ Network, Clients, Applications, Security และ Alert สำหรับระบบเครือข่ายในแต่ละสาขา

นอกจากนี้ ภายในระบบยังมีการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ปัญหาถึงระบบ Layer 1 ของเครือข่าย เพื่อให้ผู้ดูแลระบบเครือข่ายสามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นอีกด้วย

3. Blended Indicator

ภายใน Solar System จะมีการให้คะแนนของภาพรวมในแต่ละส่วน เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าส่วนใดของระบบเครือข่ายที่กำลังมีปัญหารุนแรงในระดับใด และจัดลำดับความสำคัญในหารแก้ไขปรับปรุงระบบเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

4. Industry-first Time Travel

Next Generation HPE Aruba Networking Central จะมีการเก็บข้อมูลของระบบเครือข่ายทั้งหมดย้อนหลังเอาไว้ 7 วัน และมีแถบช่วงเวลาให้ผู้ดูแลระบบสามารถเลื่อนย้อนเวลากลับไปได้ถึงระดับนาที เพื่อตรวจสอบแก้ไขปัญหาย้อนหลังได้อย่างง่ายดาย ซึ่งถือเป็นระบบบริหารจัดการเครือข่ายแรกของวงการที่มีการนำเสนอความสามารถนี้

5. Dynamic Information Panels

มีกราฟแสดงผลข้อมูลต่างๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามการเลือกแต่ละ Entity ภายใน Solar System ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถเข้าใจสถานการณ์โดยรวมในแต่ละภาคส่วนได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

นอกเหนือไปจาก Dashboard ที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว Next Generation HPE Aruba Networking Central ก็ยังมีการเสริมความสามารถใหม่ๆ ที่น่าสนใจอีกหลายประการ เช่น

  • Sunburst Topology Views การนำเสนอ Network Topology ในแผนภาพแบบวงแหวน ที่ทำให้เข้าใจถึงภาพรวมของระบบเครือข่ายได้ง่ายดายกว่าการนำเสนอแบบกราฟความสัมพันธ์ เหมาะกับระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูง
  • Assurance Indicators ข้อมูลชี้วัดสำหรับ Device Health และ Client Experience ที่มีความแม่นยำ จากการใช้อัลกอริธึมเฉพาะในการวิเคราะห์
  • Near real-time AI-powered Insights ใช้ AI วิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลที่ผู้ดูแลระบบควรทราบในระดับเกือบ Real-Time ทำให้สามารถมองเห็นถึงปัญหาใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในระบบเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว
  • AI-powered Client Profiling ใช้ AI ในการจำแนกประเภทของอุปกรณ์ ที่มีความแม่นยำสูงกว่า 99% จากการนำข้อมูล Fingerprint ของอุปกรณ์มากกว่า 200 ล้านรูปแบบมาให้ AI เรียนรู้
  • Natural Language Aided AI Search ใช้ AI ที่เข้าใจภาษามนุษย์มาช่วยในการค้นหาข้อมูลต่างๆ ของระบบเครือข่าย ทำให้สามารถนำเสนอข้อมูลได้อย่างตรงจุดกว่าเดิม
  • Flexible Configuration สามารถกำหนดการตั้งค่าระบบเครือข่ายได้ในแบบ Hierarchy หลายชั้น เหมาะสำหรับการออกแบบเครือข่ายเพื่อรองรับกรณีการใช้งานที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี
  • Device-agnostic Configuration Workflows สามารถออกแบบและกำหนดการตั้งค่าของระบบเครือข่ายได้ในแบบ Intent-based สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่ายหลายรูปแบบพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น Access Point, Switch หรือ Gateway ก็สามารถออกแบบนโยบายและบังคับใช้งานร่วมกันได้พร้อมกัน

จะเห็นได้ว่าความสามารถใหม่ๆ ภายใน Next Generation HPE Aruba Networking Central นี้สามารถตอบโจทย์ระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูงได้ดีกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ในขณะที่การบริหารจัดการดูแลรักษาระบบเครือข่ายที่มีขนาดเล็กเอง ก็จะได้ประโยชน์จากความง่ายดายในการใช้งานที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ดูแลระบบไม่ต้องเสียเวลาในการตรวจสอบแก้ไขปัญหาอย่างในอดีตอีกต่อไป

สนใจโซลูชันของ HPE Aruba ติดต่อ VST ECS ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชัน HPE Aruba Networking Central หรือโซลูชันใดๆ ของ HPE Aruba สามารถติดต่อทีมงาน VST ECS ได้ทันทีที่

บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด

โทร : 02-032-9999

Email : sukitta@vstecs.co.th

aruba.th@hpe.com

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ