Nebius Group ยักษ์ใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สัญชาติดัตช์ ประกาศว่ากำลังทำการจ้างทีมวิศวกรหลักจาก Clarifai บริษัทซอฟต์แวร์ประสานจัดการ AI เข้าทำงาน เพื่อมุ่งยกระดับบริการอินเฟอเรนซ์แบบจัดการของบริษัท

ภายใต้ข้อตกลงนี้ Nebius ยังได้เข้าครอบครองพอร์ตโฟลิโอสิทธิบัตรของ Clarifai และได้รับสิทธิ์ในการใช้เทคโนโลยีประสานจัดการอินเฟอเรนซ์และการประมวลผลของบริษัทด้วย
Nebius ไม่ได้เปิดเผยมูลค่าในการ “เข้าซื้อกิจการเพื่อดึงตัวบุคลากร” ครั้งนี้ แต่การเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยให้บริษัทได้ตัวบุคลากรสำคัญที่จะมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมวิจัยของตน ซึ่งรวมถึง Matthew Zeiler ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Clarifai นักวิจัยระดับบุกเบิกในโลกแมชชีนเลิร์นนิง ซึ่งจะเข้าร่วมกับ Nebius ในตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายวิจัยคนใหม่ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักวิจัยและวิศวกรมากประสบการณ์ที่ใช้เวลาหลายทศวรรษในการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับใช้งานจริง
เดิมที Clarifai จำหน่ายแพลตฟอร์มพัฒนา AI แบบฟูลสแตกที่ใช้สำหรับสร้างแอปพลิเคชันอัจฉริยะที่ใช้ทั้งข้อมูลที่มีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้างเป็นแหล่งความรู้ ด้วยแพลตฟอร์มนี้ นักพัฒนาสามารถฝึกฝนโมเดล AI ที่ขับเคลื่อนแอปพลิเคชันโดยใช้ชุดข้อมูลเฉพาะเจาะจงได้ ผ่านฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น ดาต้าเลคขนาดใหญ่ เครื่องมือติดป้ายกำกับข้อมูลอัตโนมัติ และเครื่องมือค้นหาสำหรับจัดทำดัชนีข้อมูล
นอกจากนี้ Clarifai ยังมีบริการจัดเตรียมการประมวลผลที่ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถจัดการทรัพยากร AI ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ในองค์กร หรือเซิร์ฟเวอร์ที่เช่าจากคลาวด์สาธารณะ ให้อยู่ภายในพอร์ทัลกลางเพียงแห่งเดียว ซึ่งช่วยให้จัดการและเพิ่มประสิทธิภาพได้ง่ายขึ้นตามข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพและต้นทุน
ความสามารถในการจัดเตรียมการประมวลผลเหล่านี้เข้ากันได้ดีกับ Nebius ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำกลุ่มที่เรียกว่า “นีโอคลาวด์” หรือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ AI โดยเฉพาะ เช่นเดียวกับ CoreWeave ในขณะที่ Amazon Web Services, Microsoft และ Google Cloud นำเสนอโครงสร้างพื้นฐานแบบอเนกประสงค์ แต่นีโอคลาวด์อย่าง Nebius จะมุ่งเน้นไปที่ข้อกำหนดเฉพาะทางของโมเดลภาษาขนาดใหญ่โดยตรง
เทคโนโลยีของ Clarifai จะถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงบริการอินเฟอเรนซ์ Token Factory ใหม่ของ Nebius ซึ่งจัดหาโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะสำหรับการรันโมเดลที่ฝึกฝนมาแล้วในขั้นตอนการใช้งานจริง เนื่องจากการรันโมเดลให้เสถียรและในสเกลใหญ่นั้นทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ Token Factory จะช่วยทำให้เรื่องนี้ง่ายขึ้นด้วยโซลูชันแบบรวมแนวดิ่ง ที่มีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ปรับแต่งมาเพื่อเศรษฐกิจโทเค็น
Nebius กำลังเร่งสร้าง Token Factory อย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเดือนที่แล้วได้ทุ่มเงิน 643 ล้านดอลลาร์เพื่อเข้าซื้อกิจการ Eigen AI สตาร์ทอัพซอฟต์แวร์อินเฟอเรนซ์ และเทคโนโลยีของ Clarifai ก็เป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญของจิ๊กซอว์นี้ ในขณะที่ Eigen AI ช่วยปรับแต่งประสิทธิภาพในระดับโมเดล แต่ทีมของ Clarifai จะนำความเชี่ยวชาญระดับระบบมาช่วยในด้านอินเฟอเรนซ์
Nebius กล่าวว่า การผสานเทคโนโลยีของ Clarifai เข้ากับ Token Factory จะช่วยให้บริษัทสามารถนำเสนอแพลตฟอร์มอินเฟอเรนซ์แบบฟูลสแตกที่ให้ประสิทธิภาพโทเค็นที่เหนือกว่า ลดต้นทุนต่อคำหรือต่อรูปภาพที่สร้างขึ้น ในขณะเดียวกันก็รองรับฟีเจอร์ที่ก้าวหน้าขึ้น เช่น การใช้เหตุผลแบบมัลติโมดัลและเอเจนต์ รวมถึงความจำบริบทระยะยาว โดยเอเจนต์ AI ที่รันบนโครงสร้างพื้นฐานของ Nebius จะสามารถจดจำการปฏิสัมพันธ์ก่อนหน้าและประมวลผลทั้งข้อมูลข้อความและภาพพร้อมกันได้โดยที่ความหน่วงไม่เพิ่มขึ้น
Roman Chernin ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Nebius เน้นย้ำว่า เพื่อที่จะส่งมอบอินเฟอเรนซ์ที่มีประสิทธิภาพในสเกลใหญ่ บริษัทต้องมั่นใจว่าการปรับแต่งโมเดล การออกแบบระบบ และการจัดเตรียมการประมวลผลนั้นทำงานสอดประสานกัน “การผสานความสามารถในการสร้างระบบขั้นสูงและทีมงานที่พิสูจน์ฝีมือมาแล้วของ Clarifai จะช่วยเสริมแกร่งให้กับ Nebius Token Factory และมอบโครงสร้างพื้นฐานที่ลูกค้าต้องการเพื่อรันโมเดลในการใช้งานจริงได้อย่างน่าเชื่อถือและคุ้มค่า” เขากล่าว
ที่มา: https://siliconangle.com/2026/05/12/nebius-snaps-clarifais-compute-orchestration-tech-talent-enhance-ai-inference/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






