ธนาคารกลางสิงคโปร์ จับมือ R3 ตั้งศูนย์วิจัยด้าน Blockchain โดยเฉพาะ

Monetary Authority of Singapore (MAS) ได้จับมือกับ R3 เพื่อจัดตั้ง Distributed Ledger Technology Center หรือศูนย์วิจัยเทคโนโลยี Distributed Ledger และ Blockchain ขึ้นเพื่อผลักดันสิงคโปร์ให้กลายเป็นผู้นำทางด้านอุตสาหกรรม FinTech ของเอเชีย

credit: ShutterStock.com
credit: ShutterStock.com

MAS นี้จะร่วมมือกับบริษัท R3 จากนิวยอร์คในการพัฒนาเทคโนดลยี Blockchain ที่ทั้งโปร่งใส, มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าเพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมให้มากขึ้น และนำไปใช้ในธุรกิจการเงินต่อไปในระดับโลก

ศูนย์วิจัยแห่งนี้จะต้้งอยู่ที่ Central Business District ของสิงคโปร์ และจะเป็นสถานที่ทำงานสำหรับ Partner ทั้งหมดของ R3 และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี Blockchain และ Bitcoin ด้วย โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อออกแบบระบบ Distributed Ledger แนวทางใหม่ๆ เพื่อให้นำไปใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรมการเงินในอนาคต

ทั้งนี้ในสิงคโปร์นั้นมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain และ Bitcoin มากมาย ไม่ว่าจะเปป็น DXMerkts, DigixGlobal, Ripple Gateway และอื่นๆ รวมถึง Bank of Tokyo เองก็เคยทดสอบเทคโนโลยี Blockchain สำหรับการจ่ายเงินและการจัดการสัญญา และยกย่องให้สิงคโปร์เป็น Hub ของการสร้างนวัตกรรมทางด้าน FinTech ที่ดีที่สุดในโลก ในขณะที่ IBM เองนั้นก็เปิดศูนย์นวัตกรรมทางด้าน Blockchain ในสิงคโปร์แล้วด้วยเช่นกัน

ที่มา: https://cointelegraph.com/news/singapores-central-bank-pairs-up-with-r3-to-create-blockchain-rd-center


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Guest Post] AIS คว้ารางวัล Microsoft Thailand Partner of the Year 2022 ตอกย้ำความเป็นผู้นำที่ส่งมอบนวัตกรรมและโซลูชันของไมโครซอฟท์ ร่วมกันยกระดับองค์กรไทย

บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เวส เน็ตเวิร์ค จำกัด ในเครือเอไอเอส ผู้นำในการให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลในประเทศไทย คว้ารางวัล Microsoft Thailand Partner of the Year Award …

เจาะกลยุทธ์ AIS Business: วางใจในบริการครบครัน จากทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย องค์กรจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ได้เลยหากขาดกำลังสำคัญคือทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพและมีความรู้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้น ๆ ยิ่งรูปแบบการทำธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องแปรผันปรับเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีอุบัติใหม่ ความท้าทายครั้งสำคัญมิใช่เพียงแค่การลงทุนนวัตกรรมไล่ตามเทคโนโลยี ทว่าคือการลงทุนกับ “คน” ในองค์กรให้มีความสามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงพร้อมทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ดิจิทัลไปด้วยกัน ในปี 2022 นี้เอง AIS Business ตั้งเป้าเดินหน้าพัฒนาองค์กรอย่างไม่หยุดยั้งด้วยการขยายขีดความสามารถของทีมงานให้พร้อมส่งมอบบริการที่ลูกค้าองค์กรวางใจได้ เพื่อร่วมสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและก้าวข้ามทุกความท้าทายในอนาคต …