Microsoft Server 2008 ใกล้หมดอายุ? ติดต่อ Rhipe ให้ช่วยอัปเกรดขึ้น Cloud ได้เลย

เหลือเวลาอีกไม่นานแล้วสำหรับองค์กรและธุรกิจที่กำลังใช้ Microsoft Server เวอร์ชัน 2008 อยู่ เนื่องจาก Microsoft กำลังจะประกาศ End of Support (EOS) หรือหยุดให้การสนับสนุน Windows Server 2008/2008 R2 และ SQL Server 2008/2008 R2 เร็วๆ นี้ บทความนี้ Rhipe Technology (Thailand) ผู้นำโซลูชันระบบ Cloud จึงได้ออกมาแนะนำวิธีการต่ออายุการใช้งาน Microsoft Server เหล่านี้ได้ง่ายๆ เพียงแค่ย้ายไปใช้ระบบ Cloud ของ Microsoft เท่านั้น

Microsoft เตรียมหยุดให้การสนับสนุน Windows Server และ SQL Server เวอร์ชัน 2008 เร็วๆ นี้

End Of Support หรือ EOS หมายถึง การยุติการอัปเดตหลังการขายของซอฟต์แวร์เวอร์ชันนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการหยุดให้บริการฟีเจอร์ใหม่ๆ การหยุดออกแพตช์สำหรับอุดช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัย รวมไปถึงการไม่มีทีมงานสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยในปี 2019 – 2020 นี้ Microsoft เตรียมประกาศ End of Support 2 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่

  • Microsoft SQL Server 2008/2008 R2 จะมีการยืดอายุการซัพพอร์ตถึงแค่วันที่ 9 กรกฎาคม 2519
  • Microsoft Windows Server 2008/2008 R2 จะมีการยืดอายุการสนับสนุนถึงแค่วันที่ 14 มกราคม 2020

หลังจากเลยระยะเวลาดังกล่าวนี้แล้ว ซอฟต์แวร์ทั้งสองนี้จะไม่มีการสนับสนุนจากทาง Microsoft อีกต่อไป ถึงแม้ว่าองค์กรและธุรกิจจะยังคงสามารถใช้งานซอฟต์แวร์เหล่านี้ได้อยู่ แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็นบั๊กที่อาจทำให้ซอฟต์แวร์เกิดการทำงานผิดปกติ การโจมตีระบบผ่านทางช่องโหว่ใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบ ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกขโมยข้อมูล รวมไปถึงความไม่สอดคล้องกับมาตรฐานและข้อกำหนดต่างๆ ที่องค์กร์ต้องปฏิบัติตาม

แต่ทางที่ดีแล้ว แนะนำว่าให้มองหาโซลูชันใหม่หรือทำการอัปเกรดซอฟต์แวร์ให้มีอายุการสนับสนุนนานออกไปจะดีกว่า เพราะนอกจากจะตัดปัญหาเรื่องบริการหลังขายได้แล้ว (หมายถึงยังคงได้รับการสนับสนุนจากทาง Microsoft อย่างเต็มที่ต่อไป) ยังสามารถใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่อาจช่วยสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นได้

Credit: Microsoft.com

การต่ออายุการสนับสนุนสามารถกระทำได้ 2 วิธี ดังนี้

  1. เปลี่ยนไปใช้งาน Microsoft Azure VM หรือ Microsoft Azure Stack
  2. อัปเกรดซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชันใหม่

1. เปลี่ยนไปใช้งาน Microsoft Azure หรือ Microsoft Azure Stack

สามารถจำแนกได้เป็น 2 วิธีหลักๆ ดังนี้

1.1 ย้ายระบบขึ้น Azure VM หรือ Azure Stack โดยตรง

เป็นการย้าย Windows Server 2008/2008 R2 หรือ SQL Server 2008/2008 R2 ที่ใกล้หมดอายุ ขึ้นไปยัง Azure VM หรือ Azure Stack โดยตรง วิธีนี้จะได้รับ Extended Security Update ต่อไปอีก 3 ปี แบบฟรีๆ การย้ายระบบขึ้น Azure VM หรือ Azure Stack นี้มีข้อดี คือ ธุรกิจไม่จำเป็นต้องวุ่นวายกับระบบหลังบ้านหรือการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าใดๆ เนื่องจากเป็นการใช้เทคโนโลยี Stack เดิม อาจกล่าวได้ว่าเป็นการใช้บริการ Infrastructure as a Service (IaaS) ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการทำ Cloud Transformation อย่างเต็มตัว นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้ Security Assurance (SA) บนผลิตภัณฑ์ทั้งสองนั้นจะได้รับส่วนลดเพิ่มในการใช้บริการอื่นๆ บน Azure ด้วย ช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยรวมให้ถูกกว่าการใช้บริการจาก Cloud Provider รายอื่นสูงสุดถึง 5 เท่า

Credit: Microsoft.com

1.2 ย้ายฐานข้อมูลขึ้น Azure SQL Database Managed Instant

สำหรับองค์กรที่ใช้ SQL Server 2008/2008 R2 รวมไปถึงเวอร์ชันเก่าย้อนหลังไปถึงปี 2005 สามารถย้ายเฉพาะฐานข้อมูลขึ้น Azure SQL Database Managed Instant (MI) ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลแบบ Versionless ได้ หมายความว่าผู้ใช้บริการไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการอัปเกรดใดๆ อีกต่อไปในอนาคต และด้วยการเป็นบริการแบบ Platform as a Service (PaaS) ทำให้ Azure SQL Managed Instant เหมาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการโฟกัสเรื่องการพัฒนา Applications หรือมี Application Serevers เป็นของตนเอง โดยปล่อยให้ทาง Microsoft เป็นผู้ดูแลระบบฐานข้อมูลหลังบ้านให้แทน

2. อัปเกรดซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชันใหม่

แน่นอนว่านี่เป็นวิธีมาตรฐานสำหรับสำหรับซอฟต์แวร์ที่กำลัง End of Support นั่นคือ การอัปเกรดเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่เดิมให้กลายเป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุด โดย Windows Server 2008/2008 R2 สามารถอัปเกรดเป็น Windows Server 2019 ส่วน SQL Server 2008/2008 R2 สามารถอัปเกรดเป็น SQL Server 2017 ซึ่งวิธีนี้เหมาะสำหรับองค์กรที่ไม่มีแผนการย้ายระบบขึ้น Cloud

สำหรับองค์กรและธุรกิจใดที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าควรจะอัปเกรด Microsoft Windows Server และ SQL Server เวอร์ชัน 2008 ไปในทิศทางใดดี หรือต้องการความช่วยเหลือในการ Migrate ระบบขึ้น Microsoft Azure/Azure Stack หรืออัปเกรดซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชันล่าสุด สามารถติดต่อเพื่อขอคำแนะนำและการสนับสนุนได้ที่ Rhipe Technology (Thailand) ซึ่งเป็นผู้นำโซลูชันระบบ Cloud และพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการของ Microsoft
Tel: 02-087-9298 / Email: thailand@rhipe.com


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Symantec ประกาศอัปเดตโซลูชันคลาวด์ใหม่เร่งตอบโจทย์ Zero Trust

Symantec ได้มีการอัปเดตโซลูชัน Cloud Access ใหม่เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถตอบโจทย์ Zero Trust การใช้งานคลาวด์ อินเทอร์เน็ต และอีเมลได้อย่างมั่นใจ

IBM ออก Repository สำหรับข้อมูลโอเพ่นซอร์สด้าน Machine Learning

IBM ได้ประกาศออก Repository สำหรับข้อมูลโอเพ่นซอร์สด้าน Machine Learning หรือ Data Asset eXchange (DAX) ที่สำคัญคือนักวิจัยและองค์กรจะสามารถใช้บริการนี้ได้ฟรี