Microsoft ออกแพตช์ฉุกเฉิน อุดช่องโหว่ RCE บน Windows Containers

Microsoft ประกาศออกแพตช์ฉุกเฉินเพียงแค่ไม่กี่วันก่อนที่จะออกแพตช์อัปเดตประจำเดือนพฤษภาคมเพื่ออุดช่องโหว่ความรุนแรงระดับ Critical บน Windows Host Compute Service Shim (hcsshim) Library ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์สามารถลอบรันโค้ดแปลกปลอมบนอุปกรณ์ Windows ได้

Credit: alexmillos/ShutterStock

Windows Host Compute Service Shim (hcsshim) เป็น Open-source Library ซึ่งช่วยให้ “Docker for Windows” สามารถรัน Windows Server Containers โดยใช้ Low-level Container Management API ใน Hyper-V ได้

ช่องโหว่นี้มีรหัส CVE-2018-8115 ถูกค้นพบโดย Michael Hanselmann นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยชาวสวิส โดยมีสาเหตุมาจากการที่ Library ดังกล่าวตรวจสอบ Input เมื่อมีการอิมพอร์ต Docker Container Image ไม่ดีเพียงพอ ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถแฮ็กเกอร์สามารถโจมตีแบบ Remote Code Execution บนโฮสต์ระบบปฏิบัติการ Windows ได้ รวมไปถึงสามารถสร้าง ลบ และย้ายไฟล์บนเครื่องเป้าหมายได้

Hanselmann รายงานช่องโหว่นี้ไปยัง Microsoft เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งทาง Microsoft ก็ได้ออกแพตช์ฉุกเฉินเพื่ออุดช่องโหว่นี้เป็นที่เรียบร้อย แนะนำให้ผู้ใช้อัปเดต Windows Host Compute Service Shim (hcsshim) เป็นเวอร์ชัน 0.6.10

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่องโหว่: https://portal.msrc.microsoft.com/en-US/security-guidance/advisory/CVE-2018-8115

ที่มา: https://thehackernews.com/2018/05/windows-docker-containers.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ชวนเรียน TWA Skills: Web for Life ทำเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือ Google Gemini กับ คุณกษิดิศ สตางค์มงคล (ทอย)

อยากทำเว็บ แต่ทำเว็บไม่เป็น ไม่มีพื้นฐานไอที คิดว่ามันยากและไกลตัว แต่วันนี้ เรามีตัวช่วย หากคุณเข้าร่วมอบรม ในงาน “TWA Skills: Web for Life” ทำเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือ Google …

IBM FlashSystem.ai พลิกโฉมสตอเรจองค์กรสู่ระบบอัตโนมัติด้วย Agentic AI ลดภาระ เพิ่มประสิทธิภาพแอดมินได้ถึง 90%

โครงสร้างพื้นฐานไอทีกำลังเผชิญกับสภาวะแรงกดดันมหาศาล ปริมาณข้อมูลขององค์กรเติบโตแบบก้าวกระโดด ภัยคุกคามทางไซเบอร์ทวีความซับซ้อนขึ้นทุกวินาที ขณะที่ข้อกำหนดด้าน Compliance ก็บีบรัดการทำงานแน่นขึ้นเรื่อย ๆ และการพึ่งพาทีมไอทีในการเฝ้าระวังและปรับจูนระบบ Storgage ตลอดเวลา เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ กลายเป็นแนวทางที่ไม่มีความคุ้มค่าทางธุรกิจอีกแล้ว