Microsoft แพตช์อุดช่องโหว่ 79 รายการและ Remote Desktop ตั้งแต่ XP ถึง Server 2008

วันแพตช์แห่งเดือนพฤษภาคมครั้งนี้ Microsoft ได้ทำการอุดช่องโหว่กว่า 79 รายการซึ่งมีช่องโหว่ร้ายแรงถึง 19 รายการ โดยไฮไลต์ที่น่าติดตามในครั้งนี้คือการอุดช่องโหว่ Zero-days และช่องโหว่บน Remote Desktop Services ที่ทำแพตช์ให้ตั้งแต่ XP, 7, Server 2003/2008/2008 R2 ซึ่งเสี่ยงต่อการถูก Worm โจมตีหรือหลายสำนักข่าวอาจกังวลถึงเหตุการณ์ WannaCry ซ้ำสอง ดังนั้นแนะนำให้รีบแพตช์ครับ

Credit: alexmillos/ShutterStock

ช่องโหว่ที่น่าสนใจมีดังนี้

  • Zero-day – ช่องโหว่การยกระดับสิทธิ์นี้ (Elevation of privilege) ถูกรายงานโดยนักวิจัยจาก PolarBear และ Palo Alto Networks ว่ามีการเริ่มต้นใช้งานแล้วด้วย อย่างไรก็ดี Microsoft ได้กล่าวถึงช่องโหว่หมายเลข CVE-2019-0863 ว่า “ช่องโหว่เกิดขึ้นกับวิธีการจัดการไฟล์ของ Windows Error Reporting (WER) ซึ่งหากผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ได้สำเร็จจะสามารถลอบรันโค้ดได้ในระดับ Kernel ที่อาจนำไปสู่การติดตั้งโปรแกรม ดู เปลี่ยน ลบข้อมูล แม้กระทั่งการสร้างบัญชีระดับผู้ดูแลขึ้นมาใหม่” โดยหากใช้งานช่องโหว่ผู้โจมตีจะต้องเข้าถึงระบบในสิทธิ์ระดับธรรมดาก่อน 
  • Remote Desktop ServiceCVE-2019-0708 ทาง Microsoft กล่าวว่า “ผู้โจมตีต้องประดิษฐ์และส่ง Request แบบพิเศษไปหาเหยื่อผ่านทาง RDP ไปยัง Remote Desktop Service เท่านั้น” หากทำสำเร็จจะสามารถลอบรันโค้ดได้เพราะช่องโหว่ไม่ต้องอาศัยผู้ใช้งานเข้ามาปฏิสัมพันธ์ด้วยเลย

ผู้สนใจสามารถเรียกดูรายงานสรุปแพตช์ทั้งหมดได้ที่นี่

ที่มา :  https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/microsofts-may-2019-patch-tuesday-fixes-79-vulnerabilities/ และ  https://www.zdnet.com/article/microsoft-may-2019-patch-tuesday-arrives-with-fix-for-windows-zero-day-mds-attacks/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Synology ชูยุทธศาสตร์ “Private AI” พลิกโฉมการจัดการข้อมูลองค์กร พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ในงาน COMPUTEX 2026 พร้อมบุกตลาดทั่วโลก [PR]

นายฟิลิป หว่อง ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Synology กล่าวว่า ปัจจุบันข้อมูลกลายเป็นหัวใจสำคัญของทุกองค์กร และ AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานและการดำเนินธุรกิจ

หัวเว่ย คลาวด์ ชูแนวคิด Full-Stack Intelligence ก้าวต่อไปของการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กร Cloud-Native อัจฉริยะ [PR]

หัวเว่ย คลาวด์ ตอกย้ำความสำคัญของแนวคิด Full-Stack Intelligence ในฐานะปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กร Cloud-Native โดยองค์กรทั่วโลกต่างเร่งผสานเทคโนโลยี AI ระบบประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล เครือข่าย และบริการคลาวด์เข้าด้วยกัน เพื่อเร่งสร้างนวัตกรรมและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในยุค AI