Breaking News

Microsoft ชี้ ต่อไป Automatic Tuning จะกลายเป็นฟีเจอร์พื้นฐานของ Database

Microsoft ประกาศให้ความสามารถ Automatic Tuning บน Microsoft SQL Database ภายใน Microsoft Azure นั้นจะถูกตั้งค่าให้เปิดใช้งานเป็นแบบ Default โดยจะเริ่มบังคับเปลี่ยนการตั้งค่านี้ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2018 เป็นต้นไป

Credit: Microsoft

 

ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้เปิดตัวฟีเจอร์ Automatic Tuning บน Microsoft SQL Database มาตั้งแต่ต้นปี 2016 แล้ว และได้ทำการพัฒนาความสามารถนี้มาเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ Microsoft เชื่อว่าการทำ Automatic Tuning นั้นจะสามารถรองรับการใช้งาน Database ในรูปแบบที่แตกต่างกันได้อย่างหลากหลาย จึงได้เปลี่ยนมาให้การเปิดใช้ฟีเจอร์นี้กลายเป็นแบบ Default แทน

ในประกาศยังบอกว่าตั้งแต่ 15 มกราคม 2018 เป็นต้นไป Microsoft SQL Database บน Azure ทั้งหมดจะถูกปรับให้ใช้ความสามารถนี้ทันทีทั้งสำหรับเครื่องที่ใช้อยู่เดิมและเครื่องที่สร้างใหม่ ยกเว้นว่าผู้ใช้งานจะเคยเข้าไปทำการตั้งค่าเกี่ยวกับการทำ Automatic Tuning ด้วยตนเอง

ผู้ที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://azure.microsoft.com/en-us/blog/artificial-intelligence-tunes-azure-sql-databases/https://docs.microsoft.com/en-us/azure/sql-database/sql-database-automatic-tuning-enable นะครับ

 

ที่มา: https://azure.microsoft.com/en-us/blog/automatic-tuning-will-be-a-new-default/




About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Azure ประกาศฟีเจอร์ตรวจจับ Fileless Attack ด้วย Security Center เข้าสู่สถานะ GA แล้ว

Fileless Attack เป็นวิธีการโจมตีสมัยใหม่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจจับของ Antivirus หรือกลไกการตรวจสอบแบบเดิมซึ่งตอนนี้ทาง Azure ได้พัฒนาความสามารถบน Security Center ให้ตรวจจับการโจมตีชนิดนี้ได้และได้ประกาศเป็นสถานะพร้อมใช้งานจริงแล้ว

Atlassian ยกเครื่อง Jira Software ใหม่เน้นความง่ายในการใช้งาน

Atlassian เจ้าของซอฟต์แวร์ Jira หรือเครื่องมือติดตามการพัฒนาโปรเจ็คด้านซอฟต์แวร์ได้ยกเครื่อง Jira ใหม่โดยเน้นตอบโจทย์ด้าน User Experience ด้วยการเน้นดีไซน์ให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้ง่ายมากกว่าเดิม รวมถึงได้ออกแบบ Back-end Stack ใหม่ด้วยเช่นกัน