Solo.io สตาร์ทอัพเครือข่ายแอปพลิเคชันแบบ cloud native ได้มอบโครงการโอเพนซอร์ส Agentgateway ให้กับ Linux Foundation เพื่อให้การพัฒนาดำเนินไปภายใต้การกำกับดูแลที่เป็นกลางในระยะยาว

โครงการ Agentgateway เป็นพร็อกซีโอเพนซอร์สที่รองรับการทำงานแบบ AI native ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเชื่อมต่อ ความมั่นคงปลอดภัย และการสังเกตการณ์สำหรับสภาพแวดล้อม AI แบบเอเจนต์ โดยโครงการนี้ได้รับการปรับแต่งมาเฉพาะสำหรับเอเจนต์ AI สืบต่อจากเกตเวย์รุ่นก่อน เช่น Gloo Gateway ของ Solo.io หรือโครงการโอเพนซอร์ส Envoy ที่ออกแบบมาสำหรับแอปพลิเคชันดั้งเดิม เพื่อทำให้ง่ายต่อการเข้าถึง API และการสื่อสารกับบริการอื่น ๆ
สำหรับเอเจนต์ AI นั้น การมีเกตเวย์เฉพาะถือว่ามีประโยชน์มาก เพราะเครื่องมือที่มีอยู่ส่วนใหญ่ถูกพัฒนาก่อนที่ AI จะได้รับความนิยม ทำให้เกตเวย์จำนวนมากไม่สามารถรองรับโปรโตคอล AI ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันได้โดยไม่ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอย่างมาก
Linux Foundation ระบุว่า Agentgateway เป็น data plane แบบรวมศูนย์ที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับเอเจนต์ AI โดยเฉพาะ โดยถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมและรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการสื่อสารระหว่างเอเจนต์กับเอเจนต์ เอเจนต์กับเครื่องมือ และ เอเจนต์กับโมเดลภาษาขนาดใหญ่
นี่ถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับนักพัฒนาเอเจนต์ AI เพราะการที่จะปรับใช้เอเจนต์ AI ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องมีการควบคุม จำเป็นต้องรองรับโปรโตคอลที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วหลายประเภท ซึ่ง Agentgateway มาพร้อมกับการรองรับหลายโปรโตคอลในตัว รวมถึง Agent2Agent Protocol ที่โฮสต์โดย Linux Foundation และถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกโดย Google เพื่อช่วยให้เอเจนต์หลายตัวสามารถทำงานร่วมกันในงานที่ซับซ้อนได้
ตัวอย่างเช่น หากเอเจนต์ที่ทำงานแบบทั่วไป ไม่สามารถประมวลผลคำขอได้ ก็สามารถใช้โปรโตคอล A2A ส่งคำขอนั้นไปยังเอเจนต์ตัวอื่นที่เหมาะสมกว่าในการประมวลผล
นอกจากนี้ Agentgateway ยังรองรับ Model Context Protocol (MCP) ซึ่งเป็นมาตรฐานโอเพนซอร์สอีกหนึ่งตัวที่สร้างโดย Anthropic โดย MCP มุ่งหมายที่จะสร้างมาตรฐานสำหรับวิธีที่เอเจนต์ AI เชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเครื่องมือและระบบภายนอก ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมสากลเพื่อให้เอเจนต์สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย แนวคิดของ MCP คือการขจัดปัญหาไซโลของข้อมูลและความจำเป็นในการเชื่อมประสานแบบคัสตอม
Idit Levine ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Solo.io กล่าวว่าเกตเวย์ API ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับความต้องการด้านเครือข่ายอันมหาศาลของสถาปัตยกรรมเอเจนต์ AI และไม่สามารถปรับตัวได้เร็วพอ จึงเกิดความจำเป็นต้องมีเกตเวย์เฉพาะ “เราได้สร้าง Agentgateway ขึ้นมาตั้งแต่ต้นเพื่อรองรับโปรโตคอล รูปแบบ และสเกลที่จำเป็นต่อโครงสร้างพื้นฐานของเอเจนต์ตั้งแต่ A2A และ MCP ไปจนถึง API ของผู้ให้บริการ LLM และการประมวลผลอนุมานปริมาณสูง” Levine กล่าว “Agentgateway คือเนื้อเยื่อเชื่อมต่อสำหรับระบบอัจฉริยะรุ่นต่อไป”
แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง แม้เพิ่งเปิดตัว Agentgateway เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา องค์กรต่าง ๆ เช่น Amazon Web Services, Cisco Systems, Huawei Technologies, Microsoft, Red Hat, Akamai Technologies และอีกหลายรายก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะผู้สนับสนุนแล้ว
ด้วยการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง จึงสมเหตุสมผลที่ Solo.io ต้องการรักษาความเป็นโอเพนซอร์สของ Agentgateway โดยมี Linux Foundation ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลที่เป็นกลาง เพื่อให้แน่ใจว่าโครงการนี้จะไม่ผูกติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง และยังคงพัฒนาต่อไปโดยชุมชนในลักษณะการทำงานร่วมกัน
Jon Alexander รองประธานอาวุโสฝ่าย Cloud Technology ของ Akamai กล่าวว่าเอเจนต์ AI ต้องการเลเยอร์โครงสร้างพื้นฐานที่ถูกออกแบบมาเฉพาะ ซึ่งต้องคิดใหม่ทั้งด้านการประมวลผล การจัดเก็บ และการเคลื่อนย้ายข้อมูล ดังนั้นการนำระบบที่มีอยู่มาแก้ไขจึงไม่เหมาะสม แต่ควรเริ่มสร้างใหม่ทั้งหมด เขาเชื่อว่า Agentgateway เป็นก้าวสำคัญในทิศทางนั้น “Linux Foundation จะทำให้มั่นใจได้ว่าโอเพนซอร์สและชุมชนจะช่วยผลักดันการยอมรับและการอยู่รอดในระยะยาวของโครงสร้างพื้นฐาน AI” เขากล่าว
ที่มา: https://siliconangle.com/2025/08/25/linux-foundation-takes-solo-ios-open-source-agentgateway-project/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






