LinkedIn ยกเลิกแผนย้ายระบบขึ้น Microsoft Azure 100% เปลี่ยนเป็น Hybrid Cloud แทน

LinkedIn ได้เปลี่ยนแผนจากเดิมที่จะย้ายระบบทั้งหมดภายใน Data Center ของตนเองขึ้นไปยัง Microsoft Azure ทั้งหมด สู่การวางระบบแบบ Hybrid Cloud แทน และยังเก็บ Data Center ของตนเองเอาไว้ใช้งานต่อ

Credit: ShutterStock

 

โครงการย้ายระบบทั้งหมดของ LinkedIn ขึ้นสู่ Microsoft Azure นี้ถูกตั้งชื่อเอาไว้ว่า Blueshift โดยโครงการดังกล่าวถูกประกาศออกมาเมื่อปี 2019 ซึ่งนับเป็น 3 ปีหลังจากที่ Microsoft เข้าซื้อกิจการของ LinkedIn

อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวไม่เป็นไปตามเป้า และในปี 2022 Raghu Hiremagulur ผู้ดำรงตำแหน่ง CTO แห่ง LinkedIn ก็ได้แจ้งต่อพนักงานฝ่าย R&D ของตนเองว่าจะยังคงใช้บริการบางส่วนบน Azure ต่อไป แต่ยังคงให้ทีมงานมุ่งเน้นการพัฒาด้านการเพิ่มขยายระบบและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ บน On-Premises Infrastructure ของตนเองต่อไปด้วย

จนล่าสุด โฆษกของ LinkedIn ก็ได้ยืนยันแล้วว่าทาง LinkedIn ได้เปลี่ยนทิศทางของโครงการ Blueshift แต่จะยังคงมีการใช้บริการบน Azure ต่อไป

แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยของ CNBC ระบุว่าปัญหาหนึ่งที่ทำให้แผนนี้ไม่สำเร็จคือการที่ LinkedIn มีเครื่องมือ Software ของตนเองที่ยังคงต้องใช้งานต่อไปแทนการใช้บริการอื่นของ Azure มาทดแทน อีกทั้ง LinkedIn ยังมีแผนจะสร้าง Data Center แห่งใหม่เพิ่มเติมแล้วด้วย

อย่างไรก็ดี ข่าวนี้ก็ถือว่าไม่เป็นเรื่องที่แปลกนัก เพราะทุกวันนี้สถาปัตยกรรมแบบ Hybrid Cloud นั้นก็ได้กลายเป็นทางเลือกของธุรกิจองค์กรหลายแห่ง ที่ได้เปรียบเทียบจนเห็นภาพแล้วว่า Workload บางชนิดนั้นใช้งานบนระบบ On-Premises ต่อไปอาจคุ้มค่าหรือบริหารจัดการได้ง่ายกว่าการใช้งานบน Cloud

 

ที่มา: https://www.cnbc.com/2023/12/14/linkedin-shelved-plan-to-migrate-to-microsoft-azure-cloud.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ