Leadership Vision: Enterprise Container & Multi-Cloud บทสัมภาษณ์คุณเอกภาวิน สุขอนันต์ VMware Thailand

Container ได้ถูกใช้งานกันอย่างแพร่หลายในธุรกิจองค์กร และจะกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญหนึ่งในระบบ IT Infrastructure ที่ทุกธุรกิจต้องใช้งาน แต่ธุรกิจควรนำ Container มาใช้งานอย่างไร? อนาคตของ Hybrid Cloud และ Multi-Cloud จะเกิดขึ้นด้วย Container ได้อย่างไร? และธุรกิจองค์กรต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อเปิดรับต่อการใช้ Container บ้าง? พบคำตอบของคำถามเหล่านี้ได้ใน “Leadership Vision: Enterprise Container & Future of Data Center” บทสัมภาษณ์คุณเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วีเอ็มแวร์ (ประเทศไทย) จำกัด

ผู้ถูกสัมภาษณ์: คุณเอกภาวิน สุขอนันต์

บริษัท: บริษัท วีเอ็มแวร์ (ประเทศไทย) จำกัด

ตำแหน่ง: ผู้จัดการประจำประเทศไทย

ประวัติโดยย่อ:

คุณเอกภาวินได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำประเทศไทยของบริษัทในปี 2557 ก่อนก้าวขึ้นรับตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศไทยในปัจจุบัน ก่อนร่วมงานกับวีเอ็มแวร์ คุณเอกภาวินยังเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขายที่ออราเคิลประเทศไทยและอินโดจีน โดยขณะดำรงตำแหน่งดังกล่าวเอกภาวินรับหน้าที่ในการวางกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและฝ่ายขาย นอกจากนี้เขายังได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงให้กับบริษัทข้ามชาติสายอุตสาหกรรมด้านไอทีทั้ง Sun Microsystems, Computer Associates, SVOA, Kernal Computer และ IBM ซึ่งคุณเอกภาวินได้นำความรู้และประสบการณ์ทำงานในแวดวงวิศกรเฉพาะทางและเซลล์มาปรับใช้กับวีเอ็มแวร์ ประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์

คุณเอกภาวินสำเร็จการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วิศวกรรมไฟฟ้า) จากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และสำเร็จการศึกษาในระดับมหาบัณฑิต สาขาการบริหารจัดการระบบสารสนเทศจากรั้วจามจุรี

เกี่ยวกับ VMware:

วีเอ็มแวร์เป็นผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความซับซ้อน ด้วยความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์กว่า 75,000 ราย ผนวกกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของวีเอ็มแวร์ อาทิ ระบบประมวลผล ระบบคลาวด์ โมบิลิตี้ เน็ตเวิร์คกิ้ง และระบบรักษาความปลอดภัย วีเอ็มแวร์จึงเป็นผู้ให้บริการระบบดิจิทัลพื้นฐานที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว โดยให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 500,000 รายทั่วโลก

สำนักงานใหญ่วีเอ็มแวร์ตั้งอยู่ที่เมืองพาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ในปีนี้ วีเอ็มแวร์ฉลองครบรอบ 20 ปีแห่งความก้าวหน้าในการพัฒนานวัตกรรมที่สร้างผลประโยชน์ต่อทั้งภาคธุรกิจและสังคม

ช่องทางการติดต่อ:

Website บริษัท: https://www.vmware.com
อีเมล์ติดต่อบริษัท: SEAK.generalenquiry@vmware.com
กรอกแบบฟอร์มเพื่อติดต่อบริษัท: https://www.vmware.com/content/microsites/learn/en/51104_TH_Hybrid_REG.html

Q: แนวโน้มการใช้งาน Container ภายในธุรกิจองค์กรมีปัจจัยมาจากอะไร?

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Container นั้นก็เหมือนกับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น AI , ML คือเป็นเทคโนโลยีที่มีอายุมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ Use Case หรือโครงสร้างพื้นฐานในอดีตนั้นยังไม่เอื้ออำนวย ทำให้ยังไม่เป็นที่นิยมในขณะนั้น ซึ่ง Container บน Linux เองก็มีมานาน ออราเคิลก็มี Solaris Container แต่ก็เป็นที่นิยมกันเฉพาะภายในกลุ่ม Software ของตัวเอง

ภายหลังเมื่อ Cloud กลายเป็นเทคโนโลยีที่เติบโตจนมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ในมุมของผู้ใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ เองก็ต้องการประสบการณ์ใช้งานที่ดี มีความเชื่อมโยงของบริการต่างๆ และมีความต่อเนื่องในการใช้งาน ส่วนทางด้านคนทำซอฟต์แวร์ก็นิยมใช้เทคโนโลยีที่เรียบง่ายแบบ Container ที่ช่วยรองรับการทำงานของระบบ Application ซึ่งมีขนาดที่เล็กลงกว่าการติดตั้งทั้ง OS เป็นอย่างมาก และยังคล่องตัวในการนำไปใช้งานที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ข้อมูลภายในบริษัท และบริการ Public Cloud ซึ่งด้วยแรงผลักดันหลักที่เกิดขึ้นมาจากความต้องการทางธุรกิจ ประสบการณ์ใหม่ที่เชื่อมโยงต่อเนื่องของผู้ใช้ และการเติบโตของคลาวด์ ทั้งหมดนี้ก็ทำให้ Container กลายเป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้งานกันทั่วโลกในทุกวันนี้

Credit: ShutterStock.com

Q: ธุรกิจแบบใดที่เหมาะสมต่อการใช้งาน Container?

ทุกธุรกิจในปัจจุบันต้องใช้ Container กันหมด เพราะต่อไปคงมีน้อยที่เราจะสร้าง Application ด้วย Architecture แบบเดิมอย่างในอดีตกัน ดังนั้นการรองรับ Application ใหม่ๆ นั้น Container ย่อมต้องเป็นส่วนประกอบสำคัญ

Cloud Native Application Development คือแนวทางการพัฒนา Application ในยุคปัจจุบันนี้ที่เราใช้ Cloud กันอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมทั้งด้าน Business Application, AI, ML, Mobile Application ไปจนถึง Platform สำหรับรองรับ Wearable Device และ IoT พูดอีกมุมคือเป็นการเปลี่ยนถ่ายจาก Data Center to Cloud to Edge to Devices

ลองนึกดูครับว่า แม้แต่พระทุกวันนี้ก็ยังมีการเทศนาผ่าน Social Platform โดยยังมี Application ให้สาธุชนเข้าถึงผ่าน Mobile Device ได้ ตอนนี้ถือเป็นยุคที่เทคโนโลยีสามารถช่วยได้ทุกภาคส่วนของสังคมอย่างแท้จริง

Q: แนวโน้มสำหรับภาคธุรกิจองค์กรไทยที่ใช้งาน Container เป็นอย่างไร? มีภาคส่วนใดที่ใช้บ้าง?

อย่างที่ตอบไปก่อนหน้านี้ มีการใช้งาน Container ครบหมดทุกภาคส่วนของธุรกิจองค์กรไทย แต่การที่จะใช้งานหรือ Run ระบบใดๆ บนโครงสร้างพื้นฐานที่บริหารจัดการได้ง่าย มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ เข้าถึงและใช้งานได้อย่างสะดวกและมั่นคงปลอดภัย ปัจจัยเหล่านี้ยังคงถูกนำเสนอในระดับที่ไม่เท่ากันตามแต่เทคโนโลยีและผู้ให้บริการแต่ละราย

ลูกค้าเองก็มีทางเลือกที่พร้อมให้บริการมากมายในตลาด ซึ่งผู้ใช้งานของแต่ละธุรกิจจะเป็นคนกำหนดระดับการให้บริการ การรักษาความมั่นคงปลอดภัย ภาคเอกชนที่แข่งขันสูงเช่นโทรคม การเงินการธนาคาร หรือค้าปลีก ก็มีแนวโน้มจะนำหน้าไปก่อนภาครัฐ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ COVID-19 แพร่ระบาดนี้ ก็จะเป็นอีกแรงผลักดันให้ต้องเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อโยงเชื่อมข้อมูล และให้บริการประชาชนอย่างสอดคล้องและเป็นเอกภาพ โดยไม่ติดขัดเมื่อมีเหตุไม่คาดฝัน สิ่งเหล่านี้จะเกิดตามมาอย่างเร็วนับจากนี้

Q: ในการวางระบบ IT Infrastructure สำหรับธุรกิจองค์กรนั้น นอกจากเรื่องของการบริหารจัดการแล้ว ยังมีประเด็นใดบ้างที่ควรเสริม?

เวลาเราพูดถึงโครงสร้างพื้นฐานหรือระบบ IT Infrastructure เราก็จะเห็นได้ชัดว่า Hardware, Network, Storage, OS และ Security ล้วนถูกทดแทนโดยบริการที่มีใช้งานได้บน Cloud และผู้ให้บริการแต่ละรายก็จะมีจุดเด่นของตัวเอง ผู้ใช้มีแนวโน้มจะเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการหลายราย และสุดท้ายก็จะเกิดปัญหาเรื่องความไม่เชื่อมโยง ความไม่เข้ากันของเครื่องมือ ส่งผลให้การบริหารจัดการ การพัฒนาซอฟแวร์ การให้บริการไปยังลูกค้าองค์กร อีกทั้งการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทำได้ยากเพราะระบบโครงสร้างพื้นฐานที่กระจัดกระจาย เหมือนเรามีหลายเกาะที่มันแยกกัน ก็จะดูแลรักษาระบบให้แข็งแรงปลอดภัยได้ยาก ดังนั้นการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานไอทีในยุคต่อไป ก็ควรจะมีกลยุทธ์สำหรับการใช้ประโยชน์จากหลายๆ Cloud หรือที่เราเรียกกันว่า Multi-Cloud Strategy โดยคำนึงการ Build, Run, Manage (Service & Application) และ Secure & Connect กับ End User Workspace ด้วย

Q: VMware มีเทคโนโลยีใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับ Container และจะนำมาใช้เติมเต็มให้กับภาคธุรกิจองค์กรได้อย่างไร?

VMware ตั้งใจจะให้ลูกค้า Focus กับการสร้างสรรค์ทางธุรกิจเป็นหลัก เราได้พูดเสมอว่าลูกค้าต้องทำงานได้บน Any Clouds, Any Applications และ Any Devices โดยในแต่ละส่วน เรามีเทคโนโลยีที่ครอบคลุมในประเด็นดังต่อไปนี้

  • Build ให้สามารถสร้าง Cloud Native Application และสร้างโครงระบบสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับไปพร้อมกัน ในลักษณะ Infrastructure as Code โดย VMware เราเป็นผู้พัฒนา Spring Framework และทีม Heptio ของเราคือผู้ริเริ่มโครงการ Kubernetes และเรายังมี Vmware Tanzu ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยลูกค้าทำการพัฒนา Applications บน Multi-Cloud ได้ดีที่สุด
  • Run ชัดๆ เลยคือ VMware VSphere 7 ที่สามารถ Run Container ด้วย Kubernetes ในแบบ Native Mode ได้โดยตรง ในอนาคตต่อไป Container จะกลายเป็นประชากรชั้น 1 บน VMware vSphere เช่นเดียวกับ Virtual Machine หรือ VM ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีในดีต
  • Manage เราก็จะใช้สิ่งที่ลูกค้าคุ้นเคยที่สุดคือ VMware vCenter มาบริหารจัดการทั้ง Container และ VM ได้พร้อมกันบนเครื่องมือชุดเดียวกัน และ VMware Tanzu Mission Control ก็จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการ Multi-Cloud ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีกด้วย
  • Secure and Connect คือการเชื่อมโยงและรักษาความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งเราก็เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี SDN และ SD-WAN อยู่แล้ว โดยล่าสุดจากการเข้าซื้อกิจการของ Carbon Black มาเสริม ก็ทำให้เรามีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีการเชื่อมต่อถึงกันอย่างสมบูรณ์และตอบโจทย์ด้านเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยได้อย่างครบถ้วน รวมถึง VMware เรายังมีแนวคิดด้านความตื่นรู้ในการรักษาความปลอดภัยหรือที่เราเรียกว่า Intrinsic Security มาเสริมอีกด้วย
  • End User Computing คือการบริหารจัดการผู้มีสิทธิ์เข้ามาใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความมั่นคงปลอดภัยสูง โดย VMware Workspace ONE ก็เป็นผู้นำในด้านนี้ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญเรื่อง Business Continuity ในช่วงวิกฤติ COVID-19 ที่เราได้ช่วยให้ลูกค้าสามารถให้บริการผู้ใช้งานภายในองค์กรที่ต้องทำงานจากบ้าน อย่างทันท่วงทีและมั่นใจได้ในความมั่นคงปลอดภัย

Q: Container และ Multi-Cloud นั้นเกี่ยวข้องกันอย่างไรในมุมของ VMware? และองค์กรควรวางกลยุทธ์เพื่อตอบรับต่อทั้งสองแนวโน้มนี้อย่างไร?

Container เป็นเสมือนตู้ขนาดเล็กที่สุดที่เอาไว้สร้างและรันแอพพลิเคชัน ซึ่งทำงานอยู่บนศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center และบน Cloud ต่างๆ ทำให้ธรรมชาติของ Cloud Native Application ที่มี Container เป็นพื้นฐานนี้สามารถทำงานได้บน Multi-Cloud อยู่แล้ว แต่ก็มีข้อสังเกตว่า ผู้ให้บริการหรือเจ้าของเทคโนโลยีหลายรายมีการนำ Open Source Kubernetes มาพัฒนาเพิ่มเติมจนเมื่อมี Update ใหม่จาก Community หลักก็ไม่สามารถจะปรับเปลี่ยนหรืออัปเดตตามได้ทัน กลายเป็นข้อจำกัดไปอย่างน่าเสียดาย

VMware vSphere 7 จึงถูกออกแบบมาให้รองรับ Upstream Kubernetes ได้เลย ทำให้รองรับความสามารถใหม่ๆ ที่ถูกอัปเดตเพิ่มเติมจากชุมชนนักพัฒนาได้ตลอดเวลา และไม่เกิดปัญหา Vendor Lock-In หรือถูกบังคับให้ผูกติดกับ Kubernetes ที่ถูกพัฒนาต่อยอดโดยผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งเท่านั้น

Q: ในอนาคต ทักษะของผู้ดูแลระบบ Data Center ที่ควรจะต้องมีเพิ่มเติมนั้นคืออะไรบ้าง?

ในอนาคต ผู้ดูแลระบบ IT นั้นต้องปรับตัวกันไม่น้อย โดยควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจเรื่องของแนวคิดและเทคโนโลยีด้าน Cloud Native Application และ Kubernetes ก่อน โดยขอแนะนำให้เข้าเรียนพื้นฐานที่ https://kube.academy/ ที่สามารถเริ่มต้นเรียนฟรีได้บน Internet

ส่วนในการทำงานจริงนั้น การดูแลรักษาระบบก็จะง่ายขึ้นสำหรับทุกท่านที่ใช้ VMware vSphere 7 ก็จะสามารถใช้ VMware vCenter ที่คุ้นเคยในการบริหารจัดการได้ทั้ง Container และ VM ร่วมกัน แต่หลักสำคัญคือผู้ดูแลระบบนั้นจะต้องเข้าใจวิธีทำงานพื้นฐานของเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ดีเสียก่อน



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Guest Post] Vertiv เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถปรับใช้ได้อย่างรวดเร็วให้กับพอร์ตโฟลิโอโครงสร้างพื้นฐาน Edge ในเอเชีย

Vertiv (NYSE: VRT) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญและโซลูชันความต่อเนื่องระดับโลกได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในพอร์ตโฟลิโอเพื่อรับมือกับความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้นที่เครือข่าย edge ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ – Vertiv ™ VE Rack Vertiv ™ Edge และระบบจ่ายไฟสำรอง …

Role-based Routing เมื่อการควบคุมเส้นทางของทราฟฟิกสามารถเกิดขึ้นได้ระดับผู้ใช้งานบน Aruba SD-Branch

เมื่อการใช้งาน SD-WAN และ SD-Branch เริ่มกลายเป็นที่แพร่หลาย ธุรกิจองค์กรก็เริ่มต้องการควบคุมเส้นทางการรับส่งข้อมูลในแต่ละสาขาสำหรับผู้ใช้งานแต่ละคนให้แตกต่างกันได้ เพื่อเหตุผลทางด้านประสิทธิภาพการทำงาน, การควบคุมคุณภาพของเครือข่าย, การรักษาความมั่นคงปลอดภัย และอื่นๆ อีกมากมาย และโจทย์นี้ก็สามารถตอบได้ด้วยความสามารถ Role-based Routing บน Aruba SD-Branch