Kaspersky Lab ยกระดับความโปร่งใสการให้บริการ โต้ทุกข้อกล่าวหาของ US และ EU

ทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสไปร่วมงานแถลงข่าวอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดของ Kaspersky Lab ที่ประเทศมาเลเซียหลังจากถูกสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปแบน ไม่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวใช้ซอฟต์แวร์ของ Kaspersky Lab เนื่องจากเกรงว่าอาจมีเอี่ยวกับรัฐบาลรัสเซีย จึงได้นำข้อมูลทั้งหมดมาสรุปให้ได้อ่านกันครับ

ถูกแบนเพราะการเมือง ไม่ใช่ปัญหาซอฟต์แวร์

Stephan Neumeier, Managing Director – APAC จาก Kaspersky Lab ระบุว่า Kaspersky มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการปกป้องผู้ใช้ทุกระดับ ตั้งแต่การใช้งานตามบ้านเรือนไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ โดยทางบริษัทฯ ได้เป็นพันธมิตรกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น Interpol, CERT จากทั่วโลก และหน่วยงานวิจัยต่างๆ เพื่อต่อกรกับภัยคุกคามไซเบอร์ เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นขององค์กรทั่วโลกที่มีต่อ Kaspersky Lab ในขณะที่การแบนของสหรัฐฯ นั้นมาจากความขัดแย้งทางด้านการเมือง ไม่ใช่มีปัญหากับผลิตภัณฑ์

“การแบนซอฟต์แวร์ของ Kaspersky Lab โดยรัฐบาลของสหรัฐฯ เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ (Geopolitics) โดยกล่าวหาว่าบริษัทฯ มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างลับๆ กับรัฐบาลของประเทศรัสเซีย ไม่ได้เกิดจากปัญหาที่ซอฟต์แวร์แต่อย่างใด” — Neumeier กล่าว

เริ่มโครงการเพิ่มความโปร่งใสในการให้บริการตั้งแต่ปี 2017

Oleg Abdurashitov, Head of Public Affairs, APAC จาก Kaspersky Lab อธิบายถึงแนวโน้มทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ล่าสุด ระบุว่า ปัจจุบันนี้ เนื่องด้วยปัญหาความขัดแย้งทางด้านการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้รัฐบาลทั่วโลกกังวลเรื่องความโปร่งใสของผลิตภัณฑ์ที่ตนเองนำเข้ามาใช้งาน ว่ามีการแอบติดตั้ง Backdoor หรือลอบส่งข้อมูลของรัฐบาลไปยังหน่วยงานลับอย่างผิดกฎหมายหรือไม่ ส่งผลให้ Kaspersky Lab ริเริ่มโครงการ Global Transparency Initiative ในเดือนตุลาคมปี 2017 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า เหล่าพันธมิตร และหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถเข้ามารีวิว Soucre Code ของผลิตภัณฑ์ได้ก่อนที่จะติดตั้งลงบนระบบเครือข่ายของตน

“เราต้องการให้ Kaspersky Lab มีความโปร่งใสมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อตอบโต้ทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหา และเราต้องการให้ความโปร่งใสกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัย” — Neumeier กล่าวเสริม

เตรียมเปิด Transparency Center แห่งใหม่ พร้อมย้ายฐานข้อมูลลูกค้ามายังประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เพื่อยกระดับความโปร่งใสของ Global Transparency Initiative ทาง Kaspersky Lab เตรียมย้ายการปฏิบัติงานหลายรายการจาก Data Center ในประเทศรัสเซีย มายัง Transparency Center แห่งใหม่ในเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายในปี 2019 นี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลของผู้ใช้ในหลายๆ ประเทศ เช่น ยุโรป อเมริกาเหนือ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ สายการผลิตซอฟต์แวร์ที่ Kaspersky Lab ใช้สำหรับประกอบและจัดการผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของตน รวมไปถึงฐานข้อมูลสำหรับตรวจจับภัยคุกคาม ที่สำคัญคือซอฟต์แวร์ทั้งหมดจะถูกเซ็นด้วย Digital Signature และมีการตรวจสอบและกำกับดูแลโดย 3rd Parties ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยไม่มีหน่วยงานของรัสเซียมาเกี่ยวข้อง

“เราเลือกประเทศเปิด Transparency Center ที่สวิตเซอร์แลนด์เนื่องจากประเทศมีความเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และมีมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่เชื่อถือได้สำหรับสนับสนุน Transparency Center” — Neumeier กล่าว

นอกจากนี้ Neumeier ยังระบุอีกว่า Kaspersky Lab วางแผนที่จะเปิด Transparency Center เพิ่มในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย เพื่อให้ทุกประเทศสามารถตรวจสอบความโปร่งใสของ Kaspersky Lab ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ทั่วโลกยังคงให้ความเชื่อมั่น

เมื่อถามถึงสถานการณ์ล่าสุดของ Kaspersky Lab หลังจากที่สหภาพยุโรป (EU) แบนบริษัทฯ ตามสหรัฐฯ Yeo Siang Tiong, General Manager – SEA จาก Kaspersky Lab ระบุว่า ยอดขายในสหรัฐฯ ตกลงจริง เนื่องจากหลายองค์กรดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนตลาดในยุโรปยังคงคงที่ แต่ยอดขายในภูมิภาคอื่นๆ เช่น ประเทศตุรกี หรือแอฟริกา ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ตลาดเอเชียเองก็โตขึ้นถึง 11% ในปีที่ผ่านมา โดยรวมแล้วยังกล่าวได้ว่า ยอดขายของ Kaspersky Lab ในตลาด B2B และ B2C ยังคงโตขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นคงประเทศอื่นๆ ทั่วโลก


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

เตือนผู้ใช้ VLC เล่นไฟล์วิดีโอแปลกปลอมเสี่ยงถูกแฮ็กได้

Symeon Paraschoudis นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก Pen Test Partners ออกมาแจ้งเตือนถึงช่องโหว่บน VLC แอปพลิเคชันสำหรับเล่นวิดีโอยอดนิยม ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมระบบคอมพิวเตอร์จากระยะไกล ถ้าผู้ใช้เผลอเล่นไฟล์วิดีโออะไรก็ไม่รู้ที่ดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ต

UiPath ขอเชิญร่วม Meeting ในหัวข้อ Discovering the process for Automation 3 ก.ค. 2019

UiPath ขอเชิญผู้ที่สนใจเทคโนโลยี Robotic Process Automation (RPA) ทุกท่าน เข้าร่วมงาน Meeting ฟรี Discovering the process for Automation เพื่อเรียนรู้ว่าปัจจุบันนี้กระบวนการใดบ้างที่นิยมแปลงให้เป็นอัตโนมัติด้วย RPA ในวันที่ 3 ก.ค. 2019 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้