ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์จากอุปกรณ์ IoT

มีคำทำนายมากมายว่าอุปกรณ์ IoT จะเพิ่มขึ้นหลายพันล้านชิ้นในไม่กี่ปีข้างหน้า แต่มีปัญหาหนึ่งที่ผู้ใช้และผู้สร้างต่างก็ละเลยถึงอุปกรณ์เหล่านี้ ซึ่งจากผลสำรวจของสหประชาชาติพบว่าในปี 2016 มีขยะอิเล็กทรอนิกส์ปริมาณถึง 44.7 ล้านตันและคาดว่าภายในปี 2021 จะเพิ่มเป็น 52.2 ล้านตัน วันนี้เราจึงคัดเลือกบทความที่นำเสนอถึงสาเหตุที่มาของขยะจากอุปกรณ์ IoT หรือ ผู้เขียนบทความต้นฉบับเรียกว่า ‘Internet of Trash’

Credit: a-image/ShutterStock

ปัญหาหลักมี 2 ประการของ IoT คือ เราได้เพิ่ม Semiconductor เข้าไปยังผลิตภัณฑ์จำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อีกปัญหาคืออายุการใช้งานของอุปกรณ์นั้นสั้นลงอย่างมาก คือ แทนที่จะเป็น 15 ปีก็เหลือเพียง 5 ปี ซึ่งในประเด็นเรื่องของอายุการใช้งาน เช่น อุปกรณ์ติดตาม เครื่องประดับ หรือ อุปกรณ์สวมใส่จะไม่สามารถใช้งานได้หากแบตหมดและลูกค้าส่วนใหญ่นิยมเปลี่ยนใหม่แทน

มีกรณีอย่างบริษัท Wilson ได้สร้างการเชื่อมต่อกับลูกบาสผ่านบลูธูทซึ่งปรากฏว่าการออกแบบให้อุปกรณ์สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ได้นั้นเป็นเรื่องยากมากจนวิศวกรต้องยอมแพ้ไปเลยทีเดียว อีกบริษัทหนึ่งคือ Tile เจ้าของอุปกรณ์ติดตามผ่านบลูธูทที่ออกแบบมาให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณ 1 ปี และใช้ข้อเสนอว่าถ้าผู้ใช้ส่งอุปกรณ์เก่าคืนจะให้สิทธิ์ส่วนลดกับลูกค้าแต่อย่างไรก็ตามน้อยคนที่จะทำเช่นนั้น ดังนั้นมันคงถึงแก่เวลาแล้วที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ IoT จะใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบให้มันนำกลับมาใช้ใหม่ได้และมีอายุการใช้งานนานขึ้นเพื่อลดจำนวนขยะอิเล็กทรอนิกส์ลงซึ่งจะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมในโลกของเราให้น่าอยู่เช่นนี้ต่อไป

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก