ICPC งานแข่งเขียนโปรแกรมระดับสากล ชี้ Coding คือเบื้องหลังในการสร้างสรรค์นวัตกรรม

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยกับงาน ICPC Thailand National Competition ระดับประเทศประจำปี 2567 (ICPC 2024) การแข่งขันเขียนโปรแกรมระดับนานาชาติที่จัดขึ้น ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ 7-8 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา 

ภายในงาน ICPC 2024 ปีนี้มีตัวแทนมาจาก 16 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศรวมทั้งหมด 57 ทีมที่เข้ามาแข่งขัน ซึ่งนอกจากผลการแข่งขันที่ออกมาอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งจากเซสชันบรรยายในพิธีเปิดงานโดยคณาจารย์จากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ได้ชี้ให้เห็นว่าการเขียนโปรแกรมหรือเขียนโค้ด (Coding) คือพื้นฐานของการสร้างสรรค์นวัตกรรมโดยแท้จริง 

มารู้จักกับงาน ICPC กันให้มากขึ้น พร้อมทั้งเกร็ดความรู้ที่ได้จากคณาจารย์ภายในพิธีเปิดในช่วงวันเสาร์เช้าที่ผ่านมา ในบทความนี้

International Collegiate Programming Contest (ICPC) เป็นงานแข่งขันเขียนโปรแกรมระดับวิทยาลัยในระดับนานาชาติ โดยแต่ละทีมจะมีสมาชิกด้วยกัน 3 คนจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่จะมาร่วมแรงร่วมใจกันเขียนโปรแกรม เพื่อแก้ไขปัญหาที่ตั้งไว้โดยอิงจากโลกความเป็นจริง 

ในแต่ละปี ICPC ระดับสากลจะมีนักเรียนทั่วโลกมาร่วมแข่งขันกว่า 50,000 คน จากกว่า 3,000 มหาวิทยาลัยใน 111 ประเทศ โดยมีสถานที่แข่งขัน On-Site มากกว่า 400 แห่ง ซึ่งก่อนจะไปสู่รอบ World Finals จะมีการแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่นไล่ลงมาก่อนที่จะเฟ้นหา “ที่สุดของที่สุดของที่สุด” ในรอบตัดสินกันอีกที จากทุกภูมิภาคในรอบ “ICPC World Finals

สำหรับ ICPC 2024 วันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นการแข่งขันในระดับประเทศไทย โดยภาควิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเจ้าภาพในการจัดงานปีนี้ ซึ่งมีตัวแทนจากสถาบันอุดมศึกษาถึง 16 มหาวิทยาลัยรวมทั้งหมด 57 ทีมที่มาเข้าร่วมแข่งขัน 

การแข่ง ICPC 2024 ระดับประเทศนั้นก็จะล้อไปกับแนวทางการแข่งของระดับสากลเช่นกัน โดยแต่ละทีม 3 คนจะต้องร่วมมือกันใช้ทักษะความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการแก้ไขปัญหาการเขียนโปรแกรมในแต่ละข้อผ่านภาษาโปรแกรม ได้แก่ C, C++, Python, Kotlin หรือ Java 

การแข่งขันภายในเวลา 5 ชั่วโมงกับโจทย์ 14 ข้อ แต่ละทีมสามารถเลือกแก้ไขที่ข้อใดก่อนก็ได้ และทีมที่ชนะเลิศที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้เงินรางวัลสูงถึง 25,000 บาท ส่วนทีมรองชนะเลิศอันดับที่ 1 และทีมรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จะได้รับเงินรางวัล 20,000 บาทและ 15,000 บาทตามลำดับ นอกจากนี้ ทีมที่สามารถแก้ไขปัญหาในข้อนั้นได้เป็นทีมแรก ยังได้เงินรางวัลเพิ่มเติมอีก 3,000 บาทอีกด้วย

ภายในพิธีเปิด คณบดีแห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ขึ้นกล่าวเปิดงาน พร้อมให้ข้อคิดในเรื่องการแข่งขัน ICPC 2024 ครั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนพยายามอย่างเต็มที่ 

หากแต่เป้าหมายสำคัญคืออยากให้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการแข่งขัน ไปประยุกต์ใช้ต่อยอดในชีวิตจริงเป็นสำคัญ มากกว่าผลลัพธ์การแข่งขันในครั้งนี้และต่อ ๆ ไปด้วย

“ผลสำเร็จไม่ใช่ผลลัพธ์การแข่งขัน แต่เป็นการเอาความรู้กลับไปพัฒนาตัวเองและประเทศต่อไป” รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีแห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

แม้ว่า Generative AI ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของวงการอุตสาหกรรมไอทีและเทคโนโลยีไปโดยสิ้นเชิง ทำให้เกิดนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมามากมาย เช่น โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) แชทบอทอย่าง ChatGPT, Perplexity, Claude, โมเดลสร้างสรรค์งานภาพอย่าง Midjourney, Stable Diffusion ฯลฯ อีกมากมาย หากแต่เบื้องหลังของสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ยังคงเป็นการเขียนโปรแกรม ที่ต้องใช้ทักษะ Coding ในการสร้างสรรค์สิ่งเหล่านั้นออกมา

“AI Change the world จากโลกที่แก้ไขสมการ 2 ตัวแปร จนปัจจุบันกลายมาเป็นหลักหลายพันล้านตัวแปร การเขียนโปรแกรมคือพื้นฐานสำคัญสำหรับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้นได้และต่อยอดต่อไป” รศ.ดร.พีรพล เวทีกูล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

อีกตัวอย่างหนึ่งที่ อ.พีรพลได้หยิบยกขึ้นมานำเสนอ คือเทคโนโลยี AI ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ จนทำให้เกิดเป็น DMIND แอปพลิเคชันคัดกรองผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดนวัตกรรม AI ทางการแพทย์ที่ช่วยลดภาระงานของแพทย์และนักจิตวิทยาในการดูแลผู้ป่วยลงไปได้ คือทักษะการเขียนโปรแกรม ในการสร้างแอปพลิเคชันและการสร้างโมเดล AI นั่นเอง

หากใครเป็นสาย System หรือ DevOps, DevSecOps ในขั้นตอนการ Deploy ใช้งานเพื่อให้บริการแอปพลิเคชันที่พัฒนา ส่วนใหญ่มักจะมีประสบการณ์ร่วมกัน คือมักจะมีเหตุการณ์ “ไม่คาดฝัน” จนทำให้ไม่สามารถใช้งานระบบได้ตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งหลายครั้งการ “มู” หรือขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในอดีต

“ยุคสมัยก่อน เวลาจะ Deploy ต้องไปที่ศาลพระภูมิ แล้วมันก็ Deploy ให้ Success ราบรื่น” ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ หนูไพโรจน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาการเรื่อยมาจนทำให้เกิด Infrastructure as Code (IaC) หรือ Software Defined System จึงทำให้บรรดาผู้ที่ทำงานสาย System ไม่จำเป็นต้องมูอีกต่อไป เพราะความสามารถในการแปลงโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องการใช้งานให้กลายเป็น “โค้ด” ที่สามารถทำกระบวนการอัตโนมัติ ทำซ้ำได้ ทำเวอร์ชันได้ และสามารถถอยกลับมาได้หากมีปัญหา จึงทำให้ทีม DevOps ไม่ต้องกังวลจนต้องมูอีกต่อไปแล้ว

“แต่เดี๋ยวนี้มี Infrastructure as Code (IaC) ที่เป็น Script ของฝั่ง System ซึ่งก็ทำให้ Dev เข้าใจได้ และรันซ้ำได้ รวมถึง CI/CD มี Docker, Container, Orchestration เครื่องมือทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ต้องสวดมนต์อีกต่อไป ทั้งหมดนี้คือ Software Defined System” อ.ณัฐวุฒิ กล่าวเสริม

การเขียนโปรแกรมนอกจากนำมาสร้างสรรค์เว็บหรือแอปพลิเคชันใช้งานตามความต้องการแล้ว ยังสามารถนำไปประยุกต์แก้ไขปัญหาในโดเมนอื่น ๆ ได้ด้วย โดยเฉพาะทางการแพทย์หรือชีววิทยาที่ยังคงมีความท้าทายในการแก้ไขปัญหา เช่น ยีน (Gene) ดีเอ็นเอ (DNA) ข้อมูลทางพันธุกรรม 

ถ้าหากพยายามแก้ไขในโดเมนชีววิทยาแบบตรง ๆ เลยก็อาจจะทำให้เข้าใจยากจนทำให้การแก้ไขปัญหาดำเนินไปช้ากว่าที่ควรจะเป็น แต่ถ้าเปลี่ยนโจทย์จากโดเมนนั้นให้กลายเป็นงานทางคอมพิวเตอร์แทน ก็จะทำให้สามารถใช้ทักษะการเขียนโค้ดและอัลกอริทึมต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น สิ่งนี้ได้แสดงให้เห็นว่าทักษะการเขียนโค้ดมีประโยชน์มากกว่าแค่ด้านไอทีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

“เราสามารถแปลงปัญหาจากโดเมนหนึ่งมาเป็นงานทางคอมพิวเตอร์ เมื่อแก้ไขปัญหาเสร็จ ก็ค่อยแปลงกลับมาเป็นโดเมนเดิมได้ ความรู้การเขียนโปรแกรมจึงไม่ใช่แค่เพื่อการแข่งขัน แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานในโดเมนอื่นได้ด้วย” อ.ดร.เจษฎา ธัชแก้วกรพินธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว 

แม้ว่าเทคโนโลยี Generative AI จะมาเปลี่ยนภูมิทัศน์ในการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเขียนโปรแกรมที่อาจจะไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องภาษาการเขียนโปรแกรมอีกต่อไปแล้วก็ได้ในอนาคต แต่ ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังถือว่าการ Coding ยังคงมีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสายงานด้านคอมพิวเตอร์ อาทิ Frontend, Backend หรือว่าผู้ทำ Data Analytics, AI หรือแม้กระทั่ง DevOps, System Administrator ก็ตาม

และ ICPC 2024 ที่จัดขึ้นโดยภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งนี้ คืออีกหนึ่งงานที่แสดงให้เห็นว่า “การเขียนโปรแกรม” จะยังคงมีความสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาในอนาคต และ “กระบวนการแก้ไขปัญหา” คือทักษะที่จำเป็นในการทำงานบนโลกความเป็นจริง

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของงาน ICPC 2024 สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์นี้ และรายละเอียดเกี่ยวกับภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของภาควิชา

ที่มา: https://www.cp.eng.chula.ac.th/blog/archives/29631

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

ERP on Cloud เทรนด์ใหม่อุตสาหกรรมการผลิตไทย : Digiwin Thailand จับมือ GWS CLOUD โชว์โซลูชันในงาน ME EXPO 2026 [Guest Post]

Digiwin Thailand และ GWS CLOUD เตรียมเข้าร่วมจัดแสดงโซลูชัน “Digiwin ERP on GWS CLOUD” ซึ่งถือเป็นเทรนด์ใหม่ในอุตสาหกรรมการผลิตไทย เป็นครั้งแรก ในงาน ME …

ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ ยกระดับ การบริหารธุรกิจน้ำมันปาล์ม ด้วย SAP Business One โดย NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd.

ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ ที่มีความซับซ้อนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การบริหารจัดการที่แม่นยำและรวดเร็วไม่ใช่เพียง “ตัวช่วย” แต่คือ “หัวใจ” ของความสามารถในการแข่งขัน  สำหรับ บริษัท ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ จำกัด ธุรกิจที่เติบโตขึ้น อย่างต่อเนื่อง …