[Guest Post] IBM Turbonomic ระบบจัดการบริหารทรัพยากร เพื่อตอบสนองความต้องการของแอปพลิเคชัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

แอปพลิเคชันรูปแบบใหม่ๆ หรือ Cloud native application มักมีองค์ประกอบหลากหลายส่วนทำงานด้วยกัน ทำให้ยากที่จะทราบว่าในส่วนของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หรือเครือข่ายเน็ตเวิร์กเหล่านั้นทำงานสนับสนุนแอปพลิเคชันใดอยู่บ้าง วิธีดั้งเดิมในการคาดการณ์ความต้องการของทรัพยากรเหล่านั้น คือการดูจากประวัติการใช้งานย้อนหลัง และตั้งค่าเผื่อไว้เพียงครั้งเดียว หรือที่เรียกว่า “set it and forget it” วิธีดังกล่าวอาจทำให้มีการจัดสรรทรัพยากรที่มากเกินไป ที่แย่กว่านั้นคือแอปพลิเคชันอาจหยุดการทำงานระหว่างการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีทรัพยากรไม่เพียงพอ

เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแอปพลิเคชันยังคงสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น ระบบ Application Resource Management จึงมีความจำเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากการแสดงองค์ประกอบทั้งหมดของแอปพลิเคชันตั้งแต่ Infrastructure ไม่ว่าจะเป็น Network, Storage, Compute, Virtualization, Database, Containerไปจนถึง Application ทั้งที่อยู่บน On premises และ Public, Private, Multi cloud รวมถึงการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่างๆเหล่านั้น ไปจนถึงการ take action ต่างๆ เพื่อให้แอปพลิเคชันยังคงสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด โดยความสามารถดังกล่าวทั้งหมดอยู่ใน “Turbonomic” Application Resource Management ล่าสุดจาก IBM

ความสามารถของ Turbonomic

ทำความเข้าใจว่าแอปพลิเคชันมีการใช้งานทรัพยากรอย่างไร

Turbonomic จะมีการทำความเข้าใจว่าแอปพลิเคชันของคุณใช้ทรัพยากรจากโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร เพื่อให้แน่ใจว่าการตัดสินใจต่างๆจะไม่ผิดพลาด การทำแผนผังแสดงความสัมพันธ์ของทรัพยากรในทุกชั้นของแอปพลิเคชัน ทำให้ Turbonomic มองเห็นองค์ประกอบทุกอย่าง ทีมแอปพลิเคชันและนักพัฒนาสามารถอ้างอิงข้อมูลเดียวกันกับทีม DevOps, SRE, Operations และ Infrastructure

วิเคราะห์การใช้งานทรัพยากรของแอปพลิเคชัน เพื่อนำไปสูการตัดสินใจที่น่าเชื่อถือ

Turbonomic เป็นแพลตฟอร์มการวิเคราะห์เพียงแพลตฟอร์มเดียวที่รับรองว่าทรัพยากรทั้งหมดที่มีความจำเป็นนั้นมีอยู่อย่างเพียงพอ เนื่องจาก Turbonomic เข้าใจความสัมพันธ์ของทรัพยากร จึงวางใจได้ว่าการ take action จะเป็นไปอย่างอัตโนมัติและปลอดภัย ตัวอย่างเช่น จะแนะนำให้ขยายทรัพยากร (scale up/out) หากไม่มีทรัพยากรเพียงพอ โดยระบบจะแจ้งว่าต้องจัดเตรียมทรัพยากรเท่าไรเพื่อรองรับการทำงานที่เพิ่มขึ้น

นำเสนอข้อมูลที่มีความจำเป็นและสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมแบบ Public, Private, Hybrid, Multi Cloud การผสมผสานของเทคโนโลยีทั้งเก่าและใหม่ Turbonomic ช่วยให้คุณกำหนดขอบเขตมุมมองที่สำคัญสำหรับทีมต่างๆ ได้ ทั้งทีม Application, Developer ที่ต้องการดูประสิทธิภาพของแอปพลิเคชัน ทีม DevOps, SRE ที่ต้องการดูความสมบูรณ์ของ cluster ในขณะที่ทีม Operation, Infrastructure ที่จะเน้นไปที่แพลตฟอร์ม IaaS เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าองค์กรของคุณจะมีโครงสร้างอย่างไร ทุกทีมสามารถรับข้อมูลที่สำคัญต่อพวกเขาได้

ประโยชน์ที่ได้รับจาก Turbonomic

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชัน สามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้โดยอัตโนมัติเมื่อแอปพลิเคชันต้องการ
  • ลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดกับธุรกิจ จากการที่ระบบต่างๆไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้า
  • เพิ่ม productivity ของระบบ IT ในองค์กร ด้วยการจัดการทรัพยากรได้โดยอัตโนมัติ
  • ทีมต่างๆเห็นภาพไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้เข้าใจโครงสร้างของแอปพลิเคชัน และเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น
  • ประปรุงประสิทธิภาพการทำงานของ Cloud ลดการใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็น สามารถจัดสรรทรัพยากรได้ทันทีที่ต้องการ

Turbonomic Application Resource Management (ARM) ช่วยให้มั่นใจได้ว่าแอปพลิเคชันจะได้รับทรัพยากรที่จำเป็น และเพียงพอในการทำงาน ไม่ว่าจะทำงานอยู่ที่ไหนหรือสถาปัตยกรรมถูกออกแบบมาอย่างไร โดย Turbonomic ใช้ AI เพื่อรับรองประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ และสามารถลดต้นทุนได้อย่างปลอดภัย สำหรับ CloudOps และนักพัฒนาระบบคลาวด์ในองค์กร

ข้อมูลจากการจำลองการใช้งาน Turbonomic ซึ่งสามารถช่วย take action ต่างๆเหล่านี้ให้กับทรัพยากรของคุณ

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจสามารติดต่อ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร 02 311 6881 #7156 หรือ email : cu_mkt@cu.co.th

เขียนบทความโดย  คุณอนุกูล คงสกูล

Presales Software Specialist

บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

เจาะกลยุทธ์ AIS Business: วางใจในบริการครบครัน จากทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย องค์กรจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ได้เลยหากขาดกำลังสำคัญคือทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพและมีความรู้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้น ๆ ยิ่งรูปแบบการทำธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องแปรผันปรับเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีอุบัติใหม่ ความท้าทายครั้งสำคัญมิใช่เพียงแค่การลงทุนนวัตกรรมไล่ตามเทคโนโลยี ทว่าคือการลงทุนกับ “คน” ในองค์กรให้มีความสามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงพร้อมทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ดิจิทัลไปด้วยกัน ในปี 2022 นี้เอง AIS Business ตั้งเป้าเดินหน้าพัฒนาองค์กรอย่างไม่หยุดยั้งด้วยการขยายขีดความสามารถของทีมงานให้พร้อมส่งมอบบริการที่ลูกค้าองค์กรวางใจได้ เพื่อร่วมสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและก้าวข้ามทุกความท้าทายในอนาคต …

[Guest Post] บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก

“บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก” How Digital Transformation Enables CFOs to Achieve Organizational Agility and Resilience …