เปิดตัว HPE SimpliVity 2600 ระบบ HCI 2U 4 Node ผสาน SDN และ SDS ตอบโจทย์ VDI

HPE ได้ออกมาประกาศเปิดตัว HPE SimpliVity 2600 โซลูชันล่าสุดด้าน Hyper-Converged Infrastructure (HCI) รุ่น 2U 4 Node ที่ได้ใส่เทคโนโลยี Software-Defined Network ให้ทำงานร่วมกับ Software-Defined Storage (SDS) สำหรับตอบโจทย์ Virtual Desktop Infrastructure (VDI) เป็นหลัก โดยมีความสามารถที่น่าสนใจดังนี้

 

Credit: HPE

 

  • ใช้สถาปัตยกรรม Hardware แบบ 2U 4 Node
  • ออกแบบมารองรับ VDI Workload เป็นหลัก
  • ติดตั้ง CPU Intel Xeon 2 ชุดต่อ Node
  • ติดตั้ง RAM ได้ 512GB – 1.5TB ต่อ Node
  • ติดตั้ง SSD ความจุ 1.92TB จำนวน 6 ชุดสำหรับแต่ละ Node
  • มีระบบ SDN ในตัว รองรับการเพิ่มขยายได้ง่ายขึ้น
  • มี Backup และ DR มาในตัว
  • ผ่านการทดสอบ Login VSI กับ VMware Horizon 7.4 ที่ https://h20195.www2.hpe.com/v2/Getdocument.aspx?docname=a00049932enw

HPE SimpliVity 2600 ที่ถูกเปิดตัวมานี้ ได้เปิดให้บริการในหมวด HPE PointNext ให้สามารถเช่าใช้แบบรายเดือนใน HPE Flexible Capacity เพิ่มเติมเป็นทางเลือกนอกจากการลงทุนซื้อครั้งเดียวด้วย โดย HPE SimpliVity 2600 นี้มีกำหนดวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม 2018 นี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ https://www.hpe.com/us/en/product-catalog/convergedsystems/hyper-converged/pip.hpe-simplivity-2600.1010840872.html

 

ที่มา: https://news.hpe.com/introducing-our-new-high-density-hyperconverged-solution-hpe-simplivity-2600/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ