HPE Aruba เปิดตัว ‘Experience Edge Platform’ ตอบโจทย์ธุรกิจสมัยใหม่สร้างประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยม

เมื่อวันพุธที่ผ่านมาทางทีมงาน TechTalkThai ได้รับเชิญเข้าร่วมฟังบรรยายจาก HPE Aruba ที่ได้กล่าวถึงแพลตฟอร์มที่เพิ่งเปิดตัวไปล่าสุดชื่อ Experience Edge โดยมี คุณ Mark Verbloot ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมระบบ (System Engineering) แห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้เกียรติมาบรรยายในครั้งนี้

คุณ Mark เล่าให้ฟังถึงความสำคัญของธุรกิจว่าต้องให้ลูกค้ามี Experience ที่ดีจึงสามารถเพิ่มมูลค่าของธุรกิจได้โดยได้ยกตัวอย่าง เช่น Starbuck ที่แรกเริ่มนั้นทำเพียงการคั่วกาแฟซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นแบรนด์ใหญ่อันดับโลกได้สาเหตุเพราะมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าอย่าง พื้นที่นั่งสะดวกสบาย มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้ฟรี เป็นต้น

สำหรับปัจจุบันโลกต้องการความทันสมัยเพื่อตอบโจทย์ ‘Smart’ เช่น Smart Hospital, Digital Workplace, Smart Hotel เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีเทคโนโลยีที่ดีมาตอบโจทย์ในขณะที่ต้องรองรับการเติบโตของของ Edge ด้วย เช่น IoT, Mobile และ Cloud ที่ทำให้ปริมาณของข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้นทาง Aruba จึงตระหนักถึงความสำคัญตรงนี้จนเกิดแพลตฟอร์มใหม่ที่ชื่อ ‘Experience Edge’

คุณสมบัติของแพลตฟอร์มใหม่จะสอดคล้องกับคอนเซปต์ของ 3 ข้อดังนี้

  • Simple and Adaptable – ออกแบบมาให้เข้าใจการใช้งานได้ง่ายและทำงานร่วมกับคนอื่นได้ โดยทาง Aruba ได้เปิด API ให้ผู้ใช้สามารถทำงานร่วมกับโซลูชันของผู้ผลิตอื่นได้เพราะบริษัทตระหนักว่าผู้ใช้งานแต่ละรายมีความต้องการใช้โซลูชันไม่เหมือนกันซึ่งต่างกับผู้เล่นรายอื่นที่ยังมีปัญหาเรื่องระบบที่ทำงานได้โดดเดี่ยวอยู่ ทั้งนี้ยังสามารถตอบโจทย์ไปถึงฝั่ง Business ด้วยการทำ Analytics เช่น ทราบพิกัดของบุคคลและนำไปวัดปริมาณการใช้งาน ติดตามอุปกรณ์หรือบุคคลได้ เป็นต้น
  • Secure – Aruba 360 สามารถเข้ามาตอบโจทย์ดังกล่าวได้ซึ่งมี 2 องค์ประกอบคือ Clearpass ที่ดูแลในเรื่องของการทำ Authorize ฺโซลูชัน BYOD และอีกส่วนคือ Introspect ที่จะเข้ามาดูแลในด้าน Behavior Monitoring เพราะปัจจุบันการทำ Perimeter Defense ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้วองค์กรต้องติดตามป้องกันในส่วนของภัยคุกคามภายในที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอด้วย
  • Smart – แพลตฟอร์มของ Aruba ยังได้รวมเอาความสามารถของ AI เพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างชาญฉลาด โดยการมาถึงของมาตรฐาน 802.11ax (WiFi6) ทำให้ AP กินไฟมากขึ้นเพราะรองรับผู้ใช้และส่งข้อมูลได้มากขึ้นซึ่งด้วยความสามารถของ AI จะทำให้สามารถติดตามพฤติกรรมการใช้งานบน AP เช่น อาจจะลดปริมาณจ่ายไฟในจุดที่ไม่มีคนแต่ยังปล่อยสัญญาณครอบคลุมอยู่ เป็นต้น หรืออีกกรณีการทำ Automate Deployment Policy (กำหนด Policy ให้เหมาะสมกับชนิดของอุปกรณ์และตัวบุคคลเมื่อเชื่อมต่อเข้ามาในระบบ) และ Automate Segmentation (เมื่อก่อนเราทำ vlan แบ่งสัดส่วนได้แต่พออุปกรณ์เยอะมากการทำ vlan ไม่ทันต่ออุปกรณ์ในเครือข่าย) รวมถึงสามารถจำลองตัวเองเป็นผู้ใช้งานได้เพื่อทดสอบระบบได้ว่ายังใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง (User Experience Inside) เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้เอง Experience Edge Platform จึงจะเข้ามาส่งเสริมให้ธุรกิจสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าเพื่อเพิ่ม ‘Value’ ได้อย่างมีนัยสำคัญตอบโจทย์ ‘Simple Smart Secure’ ครับ

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ