HP เผยปัญหาใหม่ในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เมื่อต้นทุนหน่วยความจำ หรือ Memory ดีดตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบัน RAM กินสัดส่วนต้นทุนวัสดุสำหรับการผลิต PC สูงถึง 35% เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากช่วงไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ในระดับ 15-18% เท่านั้น สถานการณ์ดังกล่าวกำลังบีบให้ผู้ผลิตต้องเร่งปรับกลยุทธ์อย่างหนัก ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าราคาชิ้นส่วนหน่วยความจำจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้

Bruce Broussard รักษาการซีอีโอของ HP เปิดเผยกลยุทธ์สำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานซัพพลายเออร์และการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ใหม่ทั้งหมดดังนี้
- ลดเวลาประเมินซัพพลายเออร์ใหม่: HP หั่นเวลาในกระบวนการประเมินและอนุมัติชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์รายใหม่ลงถึงครึ่งหนึ่ง เพื่อนำชิ้นส่วนที่มีต้นทุนต่ำกว่าเข้าสู่สายการผลิต PC ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- สต็อกสินค้าอย่างแม่นยำ: ทำข้อตกลงจัดหาชิ้นส่วนระยะยาวและตุนสินค้าคงคลังสำหรับแพลตฟอร์มหลัก ป้องกันความเสี่ยงจากราคาชิ้นส่วนที่ผันผวน
- ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI: นำเทคโนโลยี AI ภายในองค์กรมาปรับปรุงกระบวนการวางแผนตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและขยายการจัดหาวัตถุดิบที่มีต้นทุนต่ำลง
- ปรับสเปคให้สอดคล้องกับตลาด: ปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อจับคู่ชิ้นส่วนที่มีอยู่ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งปรับราคาสินค้าบางรายการเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
แม้จะเจอปัญหาด้านต้นทุน แต่ทิศทางความต้องการของตลาดยังแข็งแกร่ง โดย Ketan Patel ประธานกลุ่มธุรกิจ Personal Systems ของ HP ระบุว่ายอดขาย PC ได้รับแรงหนุนมหาศาลจากการเปลี่ยนผ่านรอบใหม่ของระบบปฏิบัติการ Windows 11 และกระแสความตื่นตัวในเทคโนโลยี AI เพราะปัจจุบัน 35% ของ PC ที่ HP ขายออกไปคือ AI PC
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการยอมรับของตลาดที่รวดเร็วเกินคาด โมเดล AI ที่ประมวลผลบนเครื่อง เริ่มแสดงศักยภาพให้เห็น โดย HP กำลังทำงานร่วมกับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์กว่า 100 ราย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์แอปพลิเคชันที่สามารถดึงพลังของ AI PC มาใช้งานในระดับการประมวลผลอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ที่มา: https://www.theregister.com/2026/02/25/hp_inc_q1_2026/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






