[Guest Post] SAP พัฒนา Business Technology Platform ยกระดับการวิเคราะห์ดาต้าผ่านการทำ Data Excellence, Integration และ Extension สามหัวใจหลักที่จะช่วยให้องค์กรก้าวสู่การเป็น Intelligent Enterprise

SAP ประกาศการอัปเกรด Business Technology Platform ซึ่งมีฟีเจอร์ที่หลากหลายมากขึ้นและการเชื่อมต่อระบบที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อสนับสนุนองค์กรให้เติบได้ด้วยการใช้ดาต้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดย Business Technology Platform เป็นแพลตฟอร์มที่มอบบริการและเครื่องมือต่างๆ แบบบูรณาการ ให้นักพัฒนาระบบและผู้ใช้งานในองค์กร  สามารถสร้าง data excellence, ทำ process integration และ extensions  ได้ ทั้งนี้  เอสเอพีได้แถลงการอัปเกรดดังกล่าว ในงาน SAPPHIRE NOW® Converge งานแสดงเทคโนโลยีประจำปีสำหรับลูกค้า ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ เมื่อเร็วๆ นี้

เจอร์เกน มูลเลอร์ ประธานบริหารสายงานเทคโนโลยี (CTO) และคณะกรรมการบริหาร ของเอสเอพีกล่าวว่า “ฟีดแบ็คส่วนใหญ่จากลูกค้าล้วนต้องการเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรให้มีความคล่องตัวและสามารถสร้าง value ให้กับธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญกว่าที่เคย ทางเอสเอพี พร้อมสนับสนุนลูกค้าก้าวข้ามความท้าทาย เราจึงพัฒนาส่วนประกอบหลักของ Business Technology Platform ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อช่วยลูกค้าทุกกลุ่มอุตสาหกรรมลดอุปสรรคและปัญหาที่เกิดจากข้อมูลจำนวนมหาศาล ความซับซ้อนด้านไอที รวมถึงความผันผวนทางธุรกิจ”

Parkland Health and Hospital System ผู้นำธุรกิจด้านสุขภาพในดัลลัส เป็นหนึ่งในลูกค้าที่ใช้โซลูชัน Business Technology Platform และ Qualtrics® XM Platform สำหรับการบริหารจัดการประสบการณ์ เพื่อวิเคราะห์และวางแผนรองรับจำนวนผู้ป่วยให้เพียงพอต่อความสามารถด้านการรักษา ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตโควิด -19

สกอตต์ แฮร์ริสสัน ประธานบริหารงานด้านข้อมูล (CDO) ของ Parkland Health and Hospital System กล่าวว่า “บุคลากรที่ Parkland Health and Hospital System ทุกคนมุ่งสานต่อการทำงานโดยคำนึงถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนทั้งในระดับบุคคลและชุมชน ด้วยมาตรฐานการบริการที่ตรงคุณภาพของหน่วยงานการแพทย์และระบบสาธารณสุข โดยเจ้าหน้าที่คลินิกของเราได้ใช้งานอิเล็กทรอนิกส์ แดชบอร์ด บน Business Technology Platform ของเอสเอพี เพื่อวิเคราะห์และวางแผนการทำงาน และใช้แพลตฟอร์ม Qualtrics XM เพื่อวิเคราะห์ความคิดเห็น เรามองว่าการวางฐานโครงสร้างเทคโนโลยีแบบครบวงจรมีความสำคัญอย่างมากสำหรับผู้ป่วยกว่า 240,000 รายในห้องฉุกเฉิน ดังนั้น เราจึงประเมินผลการทำงานเป็นประจำทุกปี ให้สามารถรองรับการเติบโตและการพัฒนานวัตกรรมในอนาคต”

ด้าน ธุรกิจเทคโนโลยีกาวของ Henkel (Adhesive Technologies) ผู้นำตลาดกาว ยาแนว และสารเคลือบ ระดับโลก กำลังพัฒนาแอพพลิเคชันให้กับตัวแทนขายกว่า 4,500 คน บน Business Technology Platform ของเอสเอพี

ซาสช่า ลัทซ์เบิร์ก ผู้อำนวยการฝ่ายขายและจัดการลูกค้าสัมพันธ์ ของ Henkel Adhesive Technologies กล่าวว่า “เราตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและแนวทางการทำงานสู่รูปแบบดิจิทัลที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วของการทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย เติมเต็มประสบการณ์ของลูกค้าทั่วโลกให้สมบูรณ์แบบกว่าเดิม ขณะที่ แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ช่วยเพิ่มความเร็วและยืดหยุ่นในการทำงาน สร้างความคล่องตัวให้กับพนักงานขายไม่ว่าจะต้องเดินทางหรือทำงานจากที่บ้าน ด้วยศักยภาพของ Business Technology Platform จากเอสเอพี ผสานการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของเรา จะสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูล CRMแปลงเป็นข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำไปต่อยอดสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า”


องค์กรสามารถใช้ Business Technology Platform ของเอสเอพี ทั้งแบบ On-Premise, On-Cloud หรือในรูปแบบไฮบริด เพื่อเสริมศักยภาพ ในแง่มุมต่างๆ ประกอบไปด้วย   

  • การจัดการ (Manage) กับข้อมูลขององค์กรแบบเรียลไทม์ด้วย SAP HANA®
  • การรวม (Integrate) และขยายการใช้งาน (Extend) แอปพลิเคชันต่างๆ ขององค์กร ผ่านแพลตฟอร์มด้านไอทีใดก็ได้ ด้วย SAP® Cloud Platform Integration Suite และ SAP Cloud Platform Extension Suite
  • การวิเคราะห์ (Analyze) ข้อมูลเพื่อช่วยในการวางแผนและตัดสินใจ ด้วยโซลูชัน SAP Analytics Cloud และ SAP Data Warehouse Cloud
  • Intelligent Technologies

การสร้าง Data Excellence

ในปีนี้เป็นปีที่เอสเอพีเปิดให้บริการโซลูชัน  SAP HANA ซึ่งช่วยในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก เป็นปีที่ 10 โดยปัจจุบันมีลูกค้าที่ใช้งานมากกว่า 32,400 ราย สำหรับเวอร์ชั่นล่าสุด SAP HANA 2.0 SPS 05 เตรียมออกวางจำหน่ายภายในปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์ม SAP HANA Cloud ที่เป็นเวอร์ชั่นคลาวด์ได้ และเพิ่มเติมความสามารถใหม่ๆ รวมถึงขยายฐานจัดเก็บข้อมูลของ SAP HANA เพื่อการจัดการข้อมูลที่ง่ายขึ้นควบคู่ไปกับการลดต้นทุนโดยรวมในการเป็นเจ้าของ จากการคาดการณ์ของ IDC ลูกค้าของ SAP HANA จะได้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ย จากการลงทุนในช่วงเวลา 5 ปี มากขึ้นถึงร้อยละ 679 นอกจากนี้ SAP HANA Cloud ได้ให้บริการระบบริหารจัดการและการวิเคราะห์ข้อมูลที่ทรงพลัง สนับสนุนการทำงานของหลากหลายโซลูชัน อาทิ SAP Data Warehouse Cloud ขณะนี้ SAP HANA Cloud มีให้บริการบน Amazon Web Services และ Microsoft Azure เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกในการใช้งาน SAP HANA บนคลาวด์ ทั้งนี้ เอสเอพี จะเปิดให้ทดลองใช้ SAP HANA Cloud ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม

SAP Data Warehouse Cloud   และ SAP Analytics Cloud โซลูชันช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยในการวางแผนและตัดสินใจ ได้เปิดให้เข้าถึง คลังคอนเทนต์ใหม่ๆ สำหรับองค์กรธุรกิจ ซึ่งจะช่วยจำลองรูปแบบธุรกิจต่างๆ เพื่อตอบข้อสงสัยด้านเทคนิค สำหรับองค์กรที่ต้องการหาอินไซต์จากข้อมูลที่มีอยู่ และ SAP Data Warehouse Cloud เวอร์ชั่นล่าสุด ได้รวมคอนเทนต์ใหม่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมค้าปลีกให้องค์กรสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้อีกด้วย เนื่องจาก ecosystem ของเอสเอพีเติบโตอย่างรวดเร็ว พาร์ทเนอร์กว่าหลายร้อยราย พร้อมสร้างคอนเทนต์แบบ  prebuilt และ data connectors สำหรับ SAP Data Warehouse Cloud บน SAP App Center

เอสเอพี ยังเตรียมวางจำหน่าย ฟังก์ชันใหม่ เพื่อธุรกิจ ภายใต้ SAP Data Warehouse Cloud ในช่วงต้นไตรมาสที่สามของปี 2563 เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานที่เป็นองค์กรธุรกิจและนักวิเคราะห์สามารถสร้างแบบจำลองข้อมูลด้วยภาษาเฉพาะทางธุรกิจ ที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดย SAP Data Warehouse Cloud จะเพิ่มฟังก์ชันควบคุม data flow  เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกตัวเชื่อมต่อที่หลากหลาย และสามารถควบคุมการย้ายข้อมูลได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเลือกแหล่งต้นทางหรือปลายทางของข้อมูลใดก็ตาม

ทั้งนี้ เอสเอพี ได้รวบรวมผลิตภัณฑ์และฟังก์ชันเพิ่มเติมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการใช้งานมากกว่าเดิม โดย SAP Data Warehouse Cloud ได้ถูกผนวกเข้ากับ SAP Analytics Cloud เพื่อผสานรวมระบบการวิเคราะห์ และข้อมูลให้เป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้องค์กรเข้าใจถึงกระบวนการแปลงดาต้าสู่อินไซต์ได้อย่างแม่นยำและชัดเจน ในส่วนของแพลตฟอร์ม SAP BusinessObjects™ Business Intelligence 4.3 ซึ่งได้ถูกเปิดตัวเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา ได้ถูกผสานเข้ากับ SAP Analytics Cloud ทำให้เปลี่ยนไปใช้ระบบคลาวด์ได้ง่ายขึ้น ฟังก์ชันด้านการวางแผนและการคาดการณ์ ได้ถูกรวมไว้ใน SAP Analytics Cloud เช่นกัน เพื่อระบบการวางแผนที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันกำลังเปิดให้ทดลองใช้ฟรี

การทำ Integration

SAP Cloud Platform Integration Suite มาพร้อมรูปแบบค่าบริการใหม่ ซึ่งลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากแพ็คเกจในราคาตรงใจ รวมถึงสามารถซื้อและใช้บริการแบบครบครันได้อย่างสะดวกกว่าเดิม โดยปัจจุบัน เพียงสมัครครั้งเดียว ลูกค้าก็จะสามารถเข้าถึงการใช้งานฟีเจอร์ทั้งหมดได้ แทนที่จะต้องซื้อ license ของแต่ละบริการแยกกัน ทำให้ลูกค้ามีความยืดหยุ่นในการใช้บริการชุดโซลูชันต่างๆ ตามความต้องการแบบออนดีมานด์ นอกจากนี้ เอสเอพี ยังนำเสนอ integration packs  แบบ prebuilt ระหว่าง แอพพลิเคชันของ SAP โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

การทำ Extension

เมื่อเร็วๆ นี้ Honeywell และ เอสเอพี ประกาศการผนึกกำลังเพื่อพัฒนาโซลูชันคลาวด์ร่วมกัน สำหรับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยจะใช้โซลูชันนี้บน Honeywell Forge และแพลตฟอร์ม SAP Cloud โซลูชันนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อปรับปรุงข้อมูลการดำเนินงานและข้อมูลธุรกิจขององค์กรให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาผลการดำเนินงานของธุรกิจจากการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและปรับปรุงการจัดการประสบการณ์พนักงานด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลความคิดเห็น สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่


สามารถค้นหา ทดลองใช้และเลือกซื้อโซลูชันจากเอสเอพี ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ SAP Store และ SAP.com

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชม  SAP News Center  ดาวน์โหลดเอกสารการประกาศเปิดตัวโซลูชันทั้งหมดได้ ที่นี่ และติดตาม เอสเอพี บนทวิตเตอร์ได้ที่  @sapnews



Check Also

รู้จัก Zero-Touch และ One-Touch Provisioning สองสิ่งที่ทำให้ Aruba SD-Branch ติดตั้งใช้งานได้ง่าย

จุดเด่นหนึ่งของโซลูชัน SD-WAN ที่เป็นสากลนั้นก็คือความง่ายดายในการติดตั้งใช้งาน เพื่อให้การขึ้นระบบ SD-WAN ที่มักกระจายอยู่หลายสาขาในพื้นที่ที่ห่างไกลกันและกันนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และไม่ต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้เชิงเทคนิคในการติดตั้งอุปกรณ์ที่แต่ละสาขา ซึ่ง Aruba SD-Branch ที่ครอบคลุมความสามารถ SD-WAN เองก็สามารถตอบโจทย์เรื่องความง่ายดายนี้ได้ด้วยสองเทคนิคที่มีชื่อว่า Zero-Touch Provisioning (ZTP) และ One-Touch Provisioning (OTP) นั่นเอง

Facebook เผยเริ่มใช้ QUIC และ HTTP/3 กับผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 75% แล้ว

Facebook ได้ออกมาเขียน Technical Blog ถึงการเปลี่ยนการเชื่อมต่อจากผู้ใช้งาน Facebook ให้กลายเป็น QUIC และ HTTP/3 สำเร็จไปแล้วกว่า 75% ของทราฟฟิกที่เชื่อมต่อเข้ามายัง Facebook ทั้งหมดในเวลานี้ และพบว่า QUIC สามารถช่วยให้ประสบการณ์ของผู้ใช้งานดีขึ้นได้เป็นอย่างมาก