ADPT

[Guest Post] ไมโครซอฟท์เผยงานวิจัย Work Trend Index ระบุเทรนด์ของโลกแห่งการทำงานในยุคที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ

งานวิจัยสุดเอ็กซ์คลูซีฟรวบรวมความเห็นจากคนทำงานทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ประกอบกับข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ เผยให้เห็นแนวโน้มแบบเร่งด่วนเพื่อให้ผู้นำจัดการกับการทำงานวิถีใหม่ที่เกิดขึ้น

 

  1. การทำงานแบบยืดหยุ่นได้เกิดขึ้นแล้วและเราต้องไปกับมันต่อ
  2. ผู้บริหารระดับสูงขาดการติดต่อกับพนักงาน และต้องการการกระตุ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์
  3. ประสิทธิภาพการทำงานดียิ่งขึ้นก็จริงแต่แฝงอยู่บนความเหนื่อยล้าของพนักงาน
  4. Gen Z เป็นวัยที่มีความเสี่ยงและจำเป็นต้องได้รับการเติมไฟในการทำงานอีกครั้ง
  5. วงทำงานของทีมแคบลงส่งผลให้ขาดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ
  6. ความจริงใจและตัวตนที่แท้จริง (Authenticity) จะกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงานและความเป็นอยู่ของพนักงาน
  7. การได้คนที่มีความสามารถจากทุกหนแห่งในโลกมาร่วมงาน เกิดในช่วงการทำงานแบบไฮบริด

 

ไมโครซอฟท์ประกาศผลงานวิจัยจากดัชนีแนวโน้มการทำงานประจำปีครั้งแรก ในหัวข้อ “The Next Great Disruption Is Hybrid Work – Are We Ready?” รายงานเปิดเผยแนวโน้มการทำงานแบบไฮบริด 7 ประการที่ผู้บริหารทุกคนต้องรู้เมื่อเข้าสู่วิถีการทำงานยุคใหม่

รายงานแสดงให้เห็นว่า ผู้บริหารควรเข้าใจและกระตุ้นให้การทำงานแบบไฮบริดกลายเป็นการทำงานแบบปกติ เรียกได้ว่าจำเป็นต้องคิดใหม่และรื้อวิธีการทำงานเก่าๆ ที่ทำกันมาอย่างยาวนาน

“ทางเลือกที่เราเลือกกันในวันนี้จะมีผลต่อองค์กรในอีกหลายปีข้างหน้าอย่างแน่นอน มันเป็นเวลาที่ต้องแสดงความชัดเจนในด้านวิสัยทัศน์ของผู้นำพร้อมๆ ไปกับการเปิดกว้างในการรับความคิดเห็นรอบข้าง”

นางชนิกานต์ โปรณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและปฏิบัติการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “การตัดสินใจเหล่านี้จะส่งผลต่อทุกสิ่งตั้งแต่การกำหนดรูปแบบวัฒนธรรมต่อจากนี้ ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจและรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้ได้ในคราวเดียวกัน ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือในองค์กรและการสร้างความครีเอทีฟให้เกิดมากขึ้นอีกด้วย”

 

ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานของลักษณะการทำงาน ดังนี้:

  • เทรนด์การทำงานร่วมกันใน Microsoft Teams และ Outlook บ่งชี้ว่า วงทำงานของเราแคบขึ้น ซึ่งการทำงานรูปแบบไฮบริดจะสามารถช่วยขยายและทำให้สิ่งเหล่านี้ดีขึ้นได้
  • ผลจากการวิจัยชี้ว่า ทั่วโลก 1 ปีที่ผ่านมา เทียบระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ของปี 2021 กับ 2020คนเราใช้เวลาประชุมเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า และมีการส่งอีเมลมากกว่า 4 หมื่นล้านฉบับ
  • การทำงานจะค่อยๆ มีความประนีประนอมมากขึ้น โดยเกือบ 40% บอกว่าพวกเขารู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้ทำงานแบบเต็มตัวมากกว่าช่วงก่อนหน้านี้ โดยผลสำรวจพบว่า เมื่อปีทีผ่านมา 1 ใน 6 ถึงกับร้องไห้กับเพื่อนร่วมงานมาแล้ว

 

 

นอกจากนี้ งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าเรากำลังอยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญจากเรื่องของสถานที่ทำงาน ผลสำรวจในเรื่อง Remote Work พบว่า:

  • 73% ของคนทำงาน ต้องการให้การทำงานแบบ remote work ยังคงดำเนินต่อไป
  • การประกาศรับสมัครงานที่สามารถทำจากที่ไหนก็ได้บน LinkedIn นั้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่าในช่วงที่มีการแพร่ระบาด
  • แรงงานทั่วโลกกว่า 40% กำลังพิจารณาที่จะย้ายออกจากนายจ้างเดิมในปีนี้ และ 46% กำลังวางแผนที่จะย้ายงานที่สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้

ในระยะสั้น การแสดงให้เห็นถึงจุดยืนของนโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่นนั้น จะส่งผลกระทบทั้งต่อคนอยู่ คนไป และคนที่เข้าทำงานใหม่ เพื่อช่วยเหลือองค์กรต่างๆ ในช่วงแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้ ดัชนีแนวโน้มการทำงานปี 2021 รวบรวมผลสำรวจจากการศึกษาผู้คนมากกว่า 31,000 คน ใน 31 ประเทศทั่วโลก (รวมถึงประเทศไทย) โดยวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานพร้อมๆ ไปกับการตรวจจับสัญญาณสำคัญจากคนทำงานที่มาจากข้อมูลนับล้านล้านข้อมูลใน Microsoft 365 และ LinkedIn นอกจากนี้ยังรวบรวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้าน ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาวิธีการทำงานร่วมกัน ทุนทางสังคม และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบพื้นที่ทำงานเพื่อการทำงานโดยเฉพาะที่มีประสบการณ์มานานหลายทศวรรษอีกด้วย

 

นอกจากการเปิดเผยผลสำรวจการทำงานในอนาคตแล้ว Work Trend Index ยังระบุกลยุทธ์สำคัญ 5 ประการ สำหรับผู้บริหาร ที่จำเป็นต้องนำมาใช้ ดังนี้

  1. เตรียมแผนดึงศักยภาพคนขององค์กรเมื่อต้องทำงานแบบใหม่ที่มีความยืดหยุ่นสูง
  2. ลงทุนทั้งในเรื่องสถานที่และเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อโลกแห่งการทำงานแบบออฟไลน์และออนไลน์ให้ถูกต้องและสอดคล้องกัน
  3. คิดหาทางออกให้พนักงานต่อสู้กับความเหนื่อยล้าจากการทำงานแบบออนไลน์
  4. ให้ความสำคัญกับการสร้างทุนทางสังคมและวัฒนธรรม
  5. ทบทวนแผนการสร้างประสบการณ์และแผนการเรียนรู้ให้กับพนักงาน เพื่อเสาะหาคนที่มีความสามารถที่สุดและหลากหลายที่สุด

“ในระหว่างการแพร่ระบาดครั้งนี้ เราได้สังเกตเห็นถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และหนึ่งเทรนด์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดก็คือการเพิ่มขึ้นของ remote work” คาริน คิมโบรห์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ LinkedIn กล่าวว่า “เรามองเห็นโอกาสที่เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมกันจาก remote work และเห็นผู้ที่มีความสามารถหรือ talent ในวงกว้างขึ้น ดังนั้นเราจะเห็นการกระจายตัวของทักษะต่างๆ อย่างกว้างขวางไปทั่วประเทศ และนี่เป็นเวลาที่ผู้บริหารจะใช้โอกาสนี้ในการเข้าถึงผู้ที่มีทักษะและความสามารถที่แตกต่างกันซึ่งไม่เคยมีมาก่อน”

ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความคิดเห็นเรื่องการทำงานแบบไฮบริด ร่วมทำ survey กับเราได้ที่นี่

หรือแสกนคิวอาร์โค้ดด้านล่างนี้

ทุกคนสามารถเข้าไปดูผลการวิจัยฉบับเต็มได้ที่ Microsoft’s Worklab  

 

ข้อมูลเกี่ยวกับ WorkLab

WorkLab เป็นสิ่งพิมพ์ดิจิทัลของไมโครซอฟท์ที่อุทิศให้กับการส่องสว่างอนาคตของการทำงาน โดยมีพื้นฐานมาจากการวิจัยและบทเรียนของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ด้วยการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกทางวิทยาศาสตร์ และเรื่องราวที่น่าคิดและน่าสนใจเกี่ยวกับวิธีการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ภารกิจของ WorkLab คือ การเริ่มต้นและรับฟังการสนทนาเกี่ยวกับโลกแห่งการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป และช่วยเหลือลูกค้าในขั้นตอนต่างๆ

 

ข้อมูลเกี่ยวกับไมโครซอฟท์  

บริษัท ไมโครซอฟท์ (Nasdaq “MSFT” @Microsoft) ผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการที่มุ่งเสริมประสิทธิภาพการสร้างสรรค์ในโลกยุคโมบายและคลาวด์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญให้ทุกคนและทุกองค์กรทั่วโลกให้บรรลุผลสำเร็จทีดียิ่งกว่า  

บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2536  มีความมุ่งมั่นในการช่วยให้คุณภาพชีวิตคนไทย 70 ล้านคน ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์   ไมโครซอฟท์ ส่งเสริมให้คนไทยและภาคธุรกิจได้ตระหนักถึงศักยภาพที่มีอย่างเต็มเปี่ยมผ่านการใช้เทคโนโลยี  เทคโนโลยีที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง ในการทำงาน การใช้ชีวิต และการสื่อสาร  ไมโครซอฟท์ให้บริการซอฟต์แวร์ บริการ และดีไวซ์ ที่สามารถก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ  มีความสะดวกทันสมัย  และช่วยให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ไมโครซอฟท์ ไม่หยุดนิ่งในการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตร อย่างต่อเนื่องในการนำพลังของเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย  

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปเยี่ยมชมหรือติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ทางศูนย์ข่าวสารประเทศไทย (http://news.microsoft.com/th-th/) และทวิตเตอร์ @MicrosoftTH  

 


About Maylada

Check Also

[Guest Post] เพิ่มประสิทธิภาพให้ “บิ๊กดาต้า” ด้วยฐานข้อมูลขนาดเล็กและกว้าง

โดย มร.จิม ฮาเร่ รองประธานฝ่ายวิเคราะห์การ์ทเนอร์ อิงค์

เชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Apply A/B Testing with NGINX Routing Policy โดย F5

ในปัจจุบันทุกองค์กรเข้าสู่การเป็น Digital Transformation ที่มีการเปลี่ยนแปลงด้วยการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจ และด้วยสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ในปัจจุบันที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำรงชีวิตของคนในสังคมโลก ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความต้องการในการใช้บริการต่าง ๆ จากรูปแบบออฟไลน์ไปเป็นออนไลน์ที่มากขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งการให้บริการในรูปแบบออนไลน์จะต้องพึ่งพาแอปพลิเคชัน อย่างเช่น การซื้อสินค้าออนไลน์การสั่งอาหารออนไลน์ …