ADPT

[Guest Post] “หัวเว่ย” นำเสนอ Intelligent Twins ใช้เป็นสถาปัตยกรรมอ้างอิงสำรวจความเป็นไปได้ในโลกดิจิทัล

หัวเว่ยนำเสนอโซลูชันและแนวทางปฏิบัติล่าสุดใน 5 สถานการณ์ที่ยกระดับอย่างชาญฉลาด

ในการประชุม Industrial Digital Transformation Conference 2021 หัวเว่ยได้ย้ำถึงสถาปัตยกรรม Intelligent Twins เพื่อแสดงให้เห็นถึงโซลูชันและแนวปฏิบัติล่าสุดใน 5 แนวทางหลักของบริษัท ได้แก่ Highly Efficient Campus, Intelligent Cloud, Green Power, Hyper-converged Data Center, และ Time-delay Determined Network Solutions ซึ่งเป็นรากฐานสำหรับการสร้างโลกอัจฉริยะที่มอบการยกระดับอัจฉริยะสำหรับรัฐบาลและองค์กรต่าง 

เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา หัวเว่ยได้เปิดตัว Intelligent Twins ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมอ้างอิงแรกของอุตสาหกรรมที่มอบการยกระดับอัจฉริยะสำหรับรัฐบาลและองค์กรต่าง ๆ บริษัทใช้ประโยชน์จาก Intelligent Twins เพื่อทำงานร่วมกับลูกค้าและคู่ค้า โดยจัดหาโซลูชันตามสถานการณ์ที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย โดยในปัจจุบันมีการนำโซลูชันไปใช้ในโครงการมากกว่า 600 โครงการแล้ว

David Wang กรรมการบริหารของหัวเว่ย ได้กล่าวในปาฐกถาพิเศษว่า “ด้วย Intelligent Twins ในฐานะสถาปัตยกรรมอ้างอิง เรากำลังให้บริการลูกค้าด้วยโซลูชันตามสถานการณ์ภายใต้กรอบการทำงานหลัก ๆ ได้แก่ Highly Efficient Campus, Intelligent Cloud, Green Power, Hyper-converged Data Center, และ Time-delay Determined Network คุณสมบัติเหล่านี้เมื่อนำมารวมกันจะได้คำว่า HEIGHT หรือแปลว่าความสูง ด้วยแนวคิดนี้ หัวเว่ยจะมอบผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ดีที่สุดแก่องค์กรทั่วโลกเพื่อการนำโซลูชันอัจฉริยะมาใช้ และสำรวจความสูงใหม่แห่งโลกอัจฉริยะไปด้วยกัน”

1. Intelligent Cloud: ศูนย์กลางอัจฉริยะ ซึ่งได้แก่ “สมอง” และระบบการตัดสินใจของ Intelligent Twins โดยโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ถือเป็นหัวใจหลักของฮับอัจฉริยะ

HUAWEI CLOUD ผสานรวมปัญญาประดิษฐ์เข้ากับระบบสนับสนุนองค์กรแบบดั้งเดิมและกระบวนการบริการหลัก ในขณะเดียวกันยังทำหน้าที่เป็นแกนหลักสำหรับการยกระดับอัจฉริยะให้แก่รัฐบาลและองค์กรด้วยโซลูชันต่าง ๆ เช่น Multi-Cloud Container Platform (MCP), FusionInsight และแพลตฟอร์มการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แบบครบวงจรอย่าง ModelArts สิ่งเหล่านี้ทำให้การพัฒนาและการจัดการเป็นไปโดยอัตโนมัติโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ตลอดทั้งวงจรชีวิตของแอปพลิเคชัน ช่วยให้พันธมิตรและนักพัฒนาคิดค้นแอปพลิเคชันอัจฉริยะได้อย่างรวดเร็ว

Jacqueline Shi รองประธานกลุ่มธุรกิจคลาวด์และ AI และประธานฝ่ายการตลาด ประจำกลุ่มธุรกิจคลาวด์และ AI ของหัวเว่ย กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นในเศรษฐกิจดิจิทัลว่าระบบคลาวด์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดหาทรัพยากรอีกต่อไป แต่เป็นแพลตฟอร์มที่มีแอปพลิเคชันเป็นศูนย์กลางซึ่งจะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ยกระดับและบรรลุจุดแข็งหลักในการแข่งขันได้อย่างชาญฉลาดโดยใช้สถาปัตยกรรมอ้างอิง Intelligent Twins”

2.Hyper-Converged Data Center: รากฐานของศูนย์รวมอัจฉริยะ

ศูนย์ข้อมูลแบบรวมระดับสูงที่มีการเก็บข้อมูลแบบ all-flash และเครือข่ายอีเทอร์เน็ตทั้งหมด จำเป็นต่อการสร้างพื้นที่จัดเก็บที่มีประสิทธิภาพและการส่งข้อมูลจำนวนมากโดยไม่ทำให้ข้อมูลหาย โซลูชัน Hyper-Converged Data Center ของหัวเว่ยประกอบด้วย OceanStor และ CloudFabric 3.0 และ DC OptiX 2.0

Kevin Hu ประธานสายผลิตภัณฑ์การสื่อสารข้อมูลของหัวเว่ย กล่าวว่า “ข้อมูลคือสิ่งที่มีคุณค่าในศตวรรษที่ 21 หากคุณใช้ประโยชน์จากคุณค่าของข้อมูลได้อย่างเต็มที่แล้ว คุณจะริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ ได้มากขึ้นในการแข่งขันในอนาคต หัวเว่ยจะพัฒนาโซลูชันเครือข่ายศูนย์ข้อมูลแบบ Hyper-Converged อย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือที่ลึกซึ้งระหว่างหน่วยเก็บข้อมูลและเครือข่าย จะช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างศูนย์รวมอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพและเสริมสร้างการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลขององค์กร”

ดร. Peter Zhou ประธานสายผลิตภัณฑ์ไอทีประจำหัวเว่ย กล่าวว่า “OceanStor Dorado ของหัวเว่ยประกอบด้วยสถาปัตยกรรมที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แบบ สถาปัตยกรรมนี้ช่วยให้ระบบยังคงทำงานได้แม้ตัวควบคุมเจ็ดในแปดตัวจะล้มเหลวก็ตาม การทำงานร่วมกับโซลูชันการกู้คืนระบบแบบ active-active ทำให้ได้รับความน่าเชื่อถือ 99.99999% สำหรับข้อมูลที่มีความสำคัญต่อภารกิจ นอกจากนี้ ที่เก็บข้อมูลแบบ all-flash ของ OceanStor Dorado ยังช่วยสร้างศูนย์ข้อมูล all-flash ที่ประหยัดพลังงาน และเพื่อปลดปล่อยศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของข้อมูลที่ไร้โครงสร้างจำนวนมหาศาลทั้งแบบ HPC / HPDA และ Big Data พื้นที่จัดเก็บข้อมูล OceanStor Pacific รุ่นใหม่ของหัวเว่ยได้มอบการขยายความจุสูงสุดได้ถึง 4096 โหนด มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 60% และความจุสูงกว่าผลิตภัณฑ์เดียวกันในอุตสาหกรรมถึง 2.6 เท่า รวมถึงมอบความสามารถด้านปริมาณงานแบบไฮบริดและความสามารถในการทำงานร่วมกันหลายโปรโตคอล”

หัวเว่ยยังเปิดตัว CloudFabric 3.0 Hyper-Converged Data Center Network Solution ประกอบด้วย CloudEngine และ iMaster NCE ที่เป็นส่วนประกอบหลัก โซลูชันนี้ถือเป็นโซลูชันแรกที่บรรลุความสามารถเครือข่ายขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ 3 ในอุตสาหกรรม การนำเสนอการใช้งานและการดำเนินงานอัจฉริยะที่ครอบคลุม ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานลงได้ถึง 30% โซลูชันนี้ยังสามารถสร้างเครือข่ายประมวลผลและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอีเทอร์เน็ตที่มีการสูญเสียเป็นศูนย์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลอย่างเต็มที่ 100%”

โซลูชัน DC OptiX 2.0 ของหัวเว่ย เปิดโอกาสให้ศูนย์ข้อมูลต่าง ๆ เชื่อมต่อถึงกันได้อย่างเรียบง่ายและชาญฉลาดในลักษณะ all-optical ที่มีบรอดแบนด์สูง โซลูชันนี้ยังประสบความสำเร็จในการนำไปปรับใช้ที่ Converge ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของฟิลิปปินส์ด้วย โดย Ronald Brusola ซีทีโอของ Converge กล่าวว่า “การร่วมมือกับหัวเว่ยทำให้เราตระหนักถึงความเป็นผู้นำของหัวเว่ยในด้าน DCI ด้วยโซลูชัน Huawei DC OptiX 2.0 เรามั่นใจและเชื่อมั่นว่า Converge จะเติบโตมากขึ้นในสาขา IDC เพื่อให้บริการที่ตลาดฟิลิปปินส์สมควรได้จริง ๆ”

3. การเชื่อมต่ออัจฉริยะคือองค์ประกอบหลักของ Intelligent Twins เชื่อมต่อศูนย์รวมอัจฉริยะและการโต้ตอบอัจฉริยะเข้าด้วยกัน

เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายสำหรับสถานการณ์การเชื่อมต่อต่าง ๆ หัวเว่ยได้พัฒนานวัตกรรมมากมายสำหรับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีใยแก้วนำแสงและ IP เพื่อสร้างเครือข่ายที่กำหนดได้เองในลักษณะหน่วงเวลา

Richard Jin ประธานสายผลิตภัณฑ์เครือข่ายการส่งและการเข้าถึงประจำหัวเว่ย เปิดเผยว่า โลกกำลังอยู่ในยุคของการเติบโตของข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ข้อมูลจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเคลื่อนไหวได้ การเชื่อมต่อที่ชาญฉลาดรวมกับประสบการณ์ที่กำหนดได้ จะมอบแบนด์วิดท์ที่สูงและช่องส่งข้อมูลที่มีความหน่วงเวลาต่ำเพื่อสร้างการไหลของข้อมูลและเป็นเส้นเลือดหลักของความชาญฉลาดแห่งอุตสาหกรรม

การแยกส่วนเครือข่ายเชิงแสงด้วยเทคโนโลยี Liquid OTN ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในเครือข่ายแบบกำหนดเองได้ต่อจาก SDH เทคโนโลยี Liquid OTN ที่ว่านี้มีจุดแข็งอยู่ที่การแยกสายส่งข้อมูล SDH และมาพร้อมกับ 2 นวัตกรรมสำคัญด้วยกัน ได้แก่ การลดความซับซ้อนของโปรโตคอลและการบรรจบกันของสถาปัตยกรรม ช่วยให้ Liquid OTN ลดเวลาแฝงได้ถึง 30%

ส่วนที่แบ่งออกมานี้ยังปรับขนาดได้ตามต้องการแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่ 2 Mbit/s ไปจนถึง 100 Gbit/s โซลูชันนี้รับประกันประสบการณ์การให้บริการและตอบสนองความต้องการที่มีมายาวนานในแง่ของการเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัลของอุตสาหกรรม ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการยกระดับเครือข่าย SDH ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่นกริดไฟฟ้าและการคมนาคม

ในด้าน IP อัจฉริยะ หัวเว่ยได้สร้างนวัตกรรมทางเทคนิคบนพื้นฐานของ SRv6 และเปิดตัวโซลูชันเครือข่ายคลาวด์อัจฉริยะ CloudWAN 3.0 โดยธนาคารการเกษตรแห่งประเทศจีนและหัวเว่ยได้ร่วมมือกันในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี SRv6 ชั้นนำ เพื่อให้ได้ซึ่งประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเชื่อมต่อแบบมัลติคลาวด์

4.Highly Efficient Campus: หน่วยพื้นฐานของโลกอัจฉริยะ

สำนักงานใหญ่ของหัวเว่ยในย่านปันเตี้ยนของเซินเจิ้น มีการเข้าถึงแบบไร้สายบนคลาวด์อัจฉริยะ และการส่งข้อมูลแบบ all-optical โดยพนักงานใช้ Wi-Fi 6 ทำงานและเชื่อมต่อถึงกันได้ทุกที่ทุกเวลา พนักงานสามารถเข้าถึง WeLink รองรับการฉายภาพจากโทรศัพท์มือถือและการแปลแบบเรียลไทม์ เทคโนโลยี 5G ยังรองรับการส่งวิดีโอ 4K แบบเรียลไทม์โดย UAV ซึ่งหมายความว่า บุคลากรสามารถตรวจอาคารได้แบบเรียลไทม์ สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

Bob Chen ประธานฝ่ายการตลาดและการขายทางเทคนิคประจำธุรกิจเครือข่ายองค์กรของ Huawei Enterprise BG เชื่อว่า แคมปัสจะเป็น “เซลล์” ที่มีดีเอ็นเอทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับโลกอัจฉริยะในอนาคต ที่ซึ่งเราจะได้เห็นกรณีการใช้งานในแคมปัสเหล่านี้มากขึ้น นับจากนี้ หัวเว่ยจะยังคงพัฒนาโซลูชันเฉพาะสถานการณ์ใหม่ ๆ สำหรับแคมปัสแห่งอื่น ๆ ผ่านประสบการณ์และความรู้ด้านเทคโนโลยีที่สั่งสมมานานกว่า 30 ปี การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้โซลูชันของหัวเว่ยสามารถเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของสำนักงานหลายแห่ง และทำให้มีนวัตกรรมบริการมากขึ้น พร้อมศักยภาพในการสร้างแคมปัสที่ไร้ขอบเขต ไม่ต้องรอ และปลอดภัยไร้กังวล

ตัวอย่างเช่น โซลูชันเครือข่ายอุตสาหกรรมแบบ all-optical ของหัวเว่ย จะลดจำนวนโหนดกันระเบิดในเหมืองถ่านหินลง 40% ทำให้สามารถระบุตำแหน่งความผิดพลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ 0.5 ม. และทำให้พื้นที่เหมืองทำงานได้อย่างปลอดภัย

หัวเว่ยยังเปิดตัวโซลูชัน CloudCampus 3.0 ในการประชุมครั้งนี้อีกด้วย

5.Green Power: มอบพลังงานสีเขียว ประหยัดพลังงาน และลดการปล่อยมลพิษด้วยการสร้าง Intelligent Twins

Zhou Taoyuan ประธานสายผลิตภัณฑ์พลังงานดิจิทัลของหัวเว่ย กล่าวว่า “หลายปีที่ผ่านมา Huawei Digital Power ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นมากมาย โดยการรวมอิเล็กทรอนิกส์พลังงานและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าด้วยกัน การใช้บิตเพื่อจัดการวัตต์ทำให้เราบรรลุการผลิตพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างโลกอัจฉริยะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”

ในเขตใหม่ปิ่นเหอ ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเหลืองในเมืองเปาเฟิง มณฑลหนิงเซี่ย ประเทศจีน หัวเว่ยกำลังสร้างสถานีไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กำลังการผลิต 640 เมกะวัตต์ รวมไว้ซึ่งเทคโนโลยีติดตามแสงอาทิตย์อัตโนมัติแกนเดี่ยวแบบแบนชั้นนำระดับโลก ทำให้แผงพลังงานแสงอาทิตย์เคลื่อนที่ตามแสงเช่นเดียวกับดอกทานตะวัน และเพิ่มการผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 20% เมื่อเทียบกับสถานีไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบดั้งเดิม โดยมีการใช้แผงโซลาร์เซลล์ปลูกเก๋ากี้ด้วยวิธีอินทรีย์คุณภาพสูงกว่า 400 ตารางกิโลเมตร เพื่อควบคุมพื้นที่รกร้างของทะเลทรายขนาด 650 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 24-26 มีนาคม หัวเว่ยจัดการประชุม Industrial Digital Transformation Conference 2021 ทางออนไลน์ เพื่อสำรวจพลังของโลกดิจิทัลที่ยืดหยุ่นและสร้างสรรค์ใน 3 มุมมองด้วยกัน ได้แก่ ธุรกิจ เทคโนโลยี และระบบนิเวศ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://e.huawei.com/en/events/industry-digital-transformation/2021


About Maylada

Check Also

Gartner ออกรายงาน Magic Quadrant ด้าน WAN Edge Infrastructure ปี 2021 Fortinet และ VMware นำโด่ง

Gartner บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาชื่อดังจากสหรัฐฯ ออกรายงาน Magic Quadrant ด้าน WAN Edge Infrastructure ฉบับล่าสุดปี 2021 ผลปรากฏว่ามี Vendor ครองตำแหน่ง Leader …

เริ่มก้าวแรกกับการพัฒนานวัตกรรม IoT ในองค์กรอย่างง่ายดายและมั่นใจ ด้วยโซลูชันจาก Microsoft Azure และ AIS Business

เพื่อช่วยให้ธุรกิจองค์กรไทยสามารถเร่งสร้างนวัตกรรมด้าน IoT แข่งขันกับตลาดระดับโลกได้อย่างรวดเร็ว ทาง AIS Business จึงได้จับมือกับ Microsoft นำเสนอโซลูชันทางด้านเทคโนโลยี IoT โดยเฉพาะร่วมกัน ให้ธุรกิจมุ่งเน้นกับการสร้าง Use Case ใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมของตนเอง โดยสามารถวางใจให้ AIS Business และ Microsoft นั้นช่วยดูแลในส่วนของเทคโนโลยีเบื้องหลังได้อย่างมั่นใจ