Google ประกาศสนับสนุน HEPCloud ระบบ Cloud สำหรับงานวิจัยทางฟิสิกส์ระดับโลก

Google ได้ออกมาประกาศถึงการสนับสนุน HEPCloud โครงการใน Scientific Computing Division ของ Fermilab ด้วย Google Cloud Platform เพื่อให้งานประมวลผลประสิทธิภาพสูงทางวิทยาศาสตร์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด

Credit: https://cloudplatform.googleblog.com/2016/11/Google-Cloud-HEPCloud-and-probing-the-nature-of-Nature.html
Credit: https://cloudplatform.googleblog.com/2016/11/Google-Cloud-HEPCloud-and-probing-the-nature-of-Nature.html

แนวทางการนำ Cloud มาใช้ในงานประมวลผลประสิทธิภาพสูงครั้งนี้เป็นไปตามรายงานเมื่อปี 2014 โดย Particle Physics Project Prioritization Panel ที่แนะนำว่าการประมวลผลสำหหรับงานวิจัยทางด้าน High-Energy Physics (HEP) นั้นต้องใช้ประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลที่ไม่คงที่ และหากศูนย์วิจัยต่างๆ ต้องสร้างระบบ High Performance Computing Data Center ขึ้นมาให้รองรับ Peak Load ได้นั้น ก็จะแปลว่าในช่วงเวลาที่เหลือที่ไม่ได้ใช้ Peak Load นั้นระบบ Data Center ก็จะถูกใช้งานอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ

ในขณะเดียวกันนั้น ก็มีการคาดการณ์กันว่างานวิจัยทางด้าน HEP นี้จะต้องอาศัยพลังประมวลสูงขึ้นไปอีกเกินกว่า 100 เท่าในอีก 10 ปีข้างหน้า ดังนั้นการสร้าง Data Center เพื่อประมวลผลเองนั้นและต้องสร้างเผื่อ Peak Load ทุกครั้งจึงไม่ใช่ทางออกที่ดี และ Cloud นั้นก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับงานในลักษณะนี้

Google จึงได้ออกมาประกาศสนับสนุนงานประมวลผลของ HEPCloud ด้วยการเปิดให้ใช้ Google Compute Engine และคิดค่าใช้จ่ายตามเวลาที่ใช้จริง โดยงานประมวลผลประสิทธิภาพสูงเหล่านี้จะเหมาะกับการใช้ Preemptible Virtual Machine ที่ไม่ต้องมีการ Bid ก่อนการเช่าแต่อย่างใด และยังมีราคาถูกกว่าการเช่า VM ปกติถึง 80% ทำให้การเช่าหน่วยประมวลผลระดับ 160,000 Virtual Core และหน่วยความจำ 320TB นี้มีราคาเพียง 1,400 เหรียญต่อชั่วโมงหรือราวๆ 49,000 บาทเท่านั้น และทีมวิจัยเองก็สามารถเลือกเพิ่มหรือลดประสิทธิภาพการประมวลผลได้ตลอดเวลาตามต้องการด้วย

แนวคิดนี้ทำให้งานประมวลผลทางฟิสิกส์ของ CERN นั้นสามารถทำได้ด้วย Data Center เดิมที่มีอยู่ร่วมกับ HEPCloud Infrastructure เพื่อเชื่อมต่อและส่งงานประมวลผลที่ต้องการพลังประมวลผลเกินกว่าที่มีอยู่ไปยัง Google Cloud Platform ได้ทันที และทำให้การประมวลผลในช่วง Peak Load สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ, ประหยัดค่าใช้จ่าย และไม่ต้องออกแบบ Data Center เผื่ออีกต่อไป รวมถึงยังรองรับการ Burst ของพลังประมวลผลที่ต้องการได้อย่างไม่จำกัดอีกด้วย หรืออย่างน้อยๆ ก็จำกัดด้วยเงินที่มีหรือ Server บน Google Cloud Platform ที่ยังเหลืออยู่

HEPCloud นี้จะเปิดให้ใช้งานได้ภายในปี 2018

ที่มา: https://cloudplatform.googleblog.com/2016/11/Google-Cloud-HEPCloud-and-probing-the-nature-of-Nature.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ