Google เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนด Key ในการเข้ารหัส Storage บน Google Cloud Platform ได้เอง

google_cloud_platform

Google เปิดให้ใช้งานฟีเจอร์ Customer-Supplied Encryption Keys (CSEK) สำหรับ Compute Engine ซึ่งช่วยให้ผู้ที่ใช้งาน Google Cloud Platform สามารถกำหนด Key เพื่อเข้ารหัส Storage ได้เอง

โดยปกติแล้ว การใช้งาน Persistent Disk บน Compute Engine จะมีการเข้ารหัสโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว แต่ฟีเจอร์ CSEK จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนด Key ของตนเองขึ้นมา เพื่อใช้ในการเข้ารหัสและถอดรหัสได้เอง ทำให้ไม่ว่าใครก็ตามที่ไม่ได้ถือ Key นี้อยู่ ก็จะไม่สามารถถอดรหัสข้อมูลออกมาได้ (แม้แต่ Google เองก็ตาม) ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับองค์กรที่ต้องการฝากข้อมูลสำคัญไว้บน Google Cloud Platform ได้มากขึ้น และระหว่างการใช้งาน Google จะไม่มีการเก็บ Key ไว้ในระบบ

การเข้ารหัสจะเป็นแบบ AES-256 ซึ่งจะใช้ Key ขนาด 256-bit ผู้ใช้งานจำเป็นต้องมีการส่ง Key นี้ให้กับ Google โดย Key จะถูก Encoded ในรูปแบบ Base64 ซึ่งผู้ใช้งานสามารถปกป้อง Key ของตนเองด้วยการทำ RSA key wrapping ด้วย Public Key ที่ Google เตรียมเอาไว้ให้ ซึ่งจะทำให้การส่งผ่าน Key ตัวนี้จะอ่านได้จากเฉพาะ Google Cloud Platfrom เท่านั้น ทำให้มั่นใจได้ว่า Key ของตนเองจะไม่ถูกเปิดเผยระหว่างทาง

แต่ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในการเข้ารหัส Storage เนื่องจากฟีเจอร์นี้จะใช้ได้เฉพาะกับ Persistent Disk ที่สร้างขึ้นมาใหม่เท่านั้น ไม่สามารถใช้กับ Persistent เดิมที่มีอยู่ได้ นอกจากนี้ยังไม่สามารถใช้การเข้ารหัส CSEK กับ Local SSD ได้ และปัจจุบันฟีเจอร์นี้รองรับแค่บางประเทศเท่านั้น เช่น แคนาดา, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา สำหรับโซนอื่นๆ ทาง Google จะทยอยเปิดให้ใช้งานเร็วๆนี้

ที่มา : https://cloudplatform.googleblog.com/2016/08/how-Google-protects-your-data-Customer-Supplied-Encryption-Keys-for-Compute-Engine-goes-GA.html

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …

ปรับกลยุทธ์ Enterprise Infrastructure ที่ Symphony Communication มองว่า Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป

องค์กรส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจย้ายระบบขึ้น Public Cloud หวังผลด้านความรวดเร็วและความยืดหยุ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ควบคู่กับความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และความเสี่ยงด้าน Ransomware ที่รุนแรงขึ้น จนทิศทางการขึ้น Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการบริหารจัดการองค์กรในยุคนี้ ภายในงาน Enterprise …