Google เปิด Open Source ระบบ AI สำหรับทำความเข้าใจภาษาที่แม่นยำที่สุดในปัจจุบัน

เป็นสัปดาห์ที่เหล่าบริษัท IT ยักษ์ใหญ่ออกมาปล่อย Open Source กันอย่างต่อเนื่อง คราวนี้เป็นทีของ Google ที่ออกมาปล่อย SyntaxNet ระบบ Open Source สำหรับการเรียนรู้และทำความเข้าใจภาษาต่างๆ ที่แม่นยำที่สุดของโลกในเวลานี้ (ตามคำกล่าวอ้างของ Google)

google_syntaxnet_asawb

อันที่จริงแล้ว SyntaxNet นี้เป็น Neural Network Framework สำหรับใช้งานใน TensorFlow เพื่อเป็นฐานให้แก่ระบบ Natural Language Understanding (NLU) หรือการทำความเข้าใจภาษาต่างๆ นั่นเอง ซึ่งใน SyntaxNet ได้รวมเอาโค้ดที่จำเป็นต่อการ Train เพื่อทำความเข้าใจภาษาใดๆ ก็ได้จากข้อมูลที่คุณมีอยู่ รวมถึงยังได้ใส่เอา Parsey McParseface ซึ่งเป็นตัว Parser สำหรับภาษาอังกฤษที่ Google ได้ทำการ Train เอาไว้ให้เราลองเอาไปใช้วิเคราะห์เนื้อหาภาษาอังกฤษดูได้ด้วย

google_syntaxnet_image04

ทั้งนี้ Google ได้อ้างว่า Parsey McParseface นี้เป็นระบบวิเคราะห์ภาษาอังกฤษที่แม่นยำที่สุดในโลกเวลานี้ และ Google ก็หวังว่าระบบนี้จะมีประโยชน์แก่เหล่านักพัฒนาและเหล่านักวิจัยทั่วโลกในการนำไปใช้วิเคราะห์เนื้อหาใดๆ หรือทำการแปลภาษาก็ตาม

รายละเอียดวิธีการทำงานของ SyntaxNet อ่านได้ที่ http://googleresearch.blogspot.com/2016/05/announcing-syntaxnet-worlds-most.html เลยนะครับ ยาวอยู่เหมือนกัน ถ้าจะเขียนคงได้อีกบทความเต็มๆ ครับ

ที่มา: http://googleresearch.blogspot.com/2016/05/announcing-syntaxnet-worlds-most.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

BytePlus AI Day Thailand 2026 รวมผู้นำธุรกิจ-เทคโนโลยีไทย แลกเปลี่ยนมุมมอง AI กับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม [Guest Post]

BytePlus AI Day Thailand 2026 จัดโดย BytePlus Singapore เปิดเวทีรวมผู้นำจากภาคธุรกิจ เทคโนโลยี และระบบนิเวศดิจิทัลของไทย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึง โอกาส ความท้าทาย และแนวทางการนำ …

OpenAI เช่าดาต้าเซ็นเตอร์ AI ขนาด 10 กิกะวัตต์ในรัฐ Ohio จาก SB Energy ของ SoftBank

OpenAI ประกาศเซ็นสัญญาเช่าคลัสเตอร์ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในรัฐ Ohio เป็นระยะเวลา 20 ปี โดยจะมีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 กิกะวัตต์รองรับการใช้งาน