Google ใช้เว็บเบราว์เซอร์ Chrome เป็นเครื่องมือในการเพิ่มความนิยมของผลิตภัณฑ์และบริการของตนมานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเสริมความเป็นผู้นำในด้านการค้นหา และตอนนี้บริษัทก็กำลังพยายามทำสิ่งเดียวกันกับปัญญาประดิษฐ์

วันนี้บริษัทเปิดเผยว่ากำลังเสริม Chrome ด้วยฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ มากมายที่ขับเคลื่อนโดยผู้ช่วย AI อย่าง Gemini โดยจะเพิ่มบทบาทของโหมด AI ซึ่งเป็นเครื่องมือค้นหาแบบสนทนา และยังผสานรวมเอเจนต์ AI เข้าไปในเบราว์เซอร์ ทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งมันให้ทำงานท่องเว็บแทนได้
ในบล็อกโพสต์ Mike Torres รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Chrome กล่าวว่า ผู้ใช้จะสามารถเรียกใช้งานโหมด AI ได้จากแถบที่อยู่ของเบราว์เซอร์โดยตรง โดยจะเพิ่มเครื่องมือใหม่ชื่อ “omnibox” ที่ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำค้นหาหรือคำถาม และได้รับคำตอบแบบบทสนทนาโดยไม่ต้องออกจากหน้าเว็บที่กำลังดูอยู่
Torres กล่าวอีกว่า Google ยังรวมผู้ช่วย AI Gemini เข้าไว้ใน Chrome ด้วย ทำให้ผู้ใช้สามารถถามคำถามเกี่ยวกับหน้าเว็บที่กำลังเปิดอยู่ และยังสามารถดูแท็บอื่น ๆ ที่เปิดอยู่ทั้งหมดเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับพวกมันได้ด้วย ฟีเจอร์นี้มีมานานหลายเดือนแล้ว แต่ก่อนหน้านี้เปิดให้เฉพาะผู้ใช้แบบเสียเงิน ทว่าตอนนี้กำลังเปิดให้ใช้ฟรี
Gemini สามารถช่วยผู้ใช้เปรียบเทียบและสรุปข้อมูลจากหลายแท็บที่เปิดพร้อมกันได้ เช่น หากใครกำลังค้นหาตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และกิจกรรมในหลายเว็บไซต์ ก็สามารถขอให้ Gemini รวมข้อมูลเหล่านั้นออกมาเป็นแผนการเดินทางเดียวได้
ตามที่ Torres ระบุ Gemini จะสามารถจดจำประวัติการท่องเว็บของผู้ใช้เพื่อเข้าใจบริบทของคำถามได้ดีขึ้น และยังสามารถเชื่อมโยง Chrome เข้ากับบริการอื่น ๆ ของ Google เช่น YouTube และ Google Calendar ได้อีกด้วย
Google เปิดตัวเบราว์เซอร์ Chrome ตั้งแต่ปี 2008 และนับแต่นั้นมาก็กลายเป็นเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของโลก ครองส่วนแบ่งตลาดเว็บเบราว์เซอร์ทั่วโลกประมาณ 70% ตามข้อมูลจาก Statcounter บริษัทได้ใช้ความได้เปรียบนี้เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในการค้นหา โดยทุกครั้งที่มีการซื้ออุปกรณ์ใหม่ Chrome จะถามทันทีว่าผู้ใช้ต้องการให้ Google เป็นเครื่องมือค้นหา “เริ่มต้น” หรือไม่ นอกจากนี้ เบราว์เซอร์ยังเก็บข้อมูลการใช้งานที่เป็นประโยชน์เพื่อช่วยพัฒนาอัลกอริทึมการค้นหาอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้ทำให้ Google ต้องเจอกับปัญหา โดยในคดีฟ้องร้องการผูกขาดที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยื่นฟ้อง บริษัทถูกบังคับให้ยุติการปฏิบัติเช่นนี้และต้องเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เลือกเครื่องมือค้นหาเริ่มต้น รวมทั้งต้องแบ่งปันข้อมูลการค้นหาบางส่วน
ถึงกระนั้น กลยุทธ์ Chrome ก็ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน และตอนนี้ Google ดูเหมือนจะกำลังทำสิ่งเดียวกันกับบริการ AI ของตน การผสาน Gemini เข้ากับ Chrome จะช่วยเพิ่มแย่งส่วนแบ่งตลาดจากแชทบอท AI คู่แข่งอย่าง ChatGPT ของ OpenAI และยังสามารถเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ผู้ใช้ใช้งาน AI อีกด้วย
ที่มา: https://siliconangle.com/2025/09/18/google-transforming-chrome-ai-native-browser/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






