Google เผยรายละเอียดระบบคลาวด์ Private AI Compute เสริมความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล Pixel

Google ได้เปิดเผยรายละเอียดของ Private AI Compute ซึ่งเป็นระบบบนคลาวด์ที่บริษัทใช้เพื่อขับเคลื่อนฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ของสมาร์ตโฟน Pixel

Credit: Google

โมเดล AI บางตัวที่ใช้ในสมาร์ตโฟนซีรีส์ Pixel 10 ล่าสุดมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะประมวลผลภายในเครื่องได้ ดังนั้น Google จึงโฮสต์โมเดลเหล่านี้ไว้บนคลาวด์ โดย Private AI Compute ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ที่โทรศัพท์ Pixel 10 ส่งไปยังโมเดล AI บนคลาวด์ของบริษัท

โมเดลเหล่านี้ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งตัวเร่งแมชชีนเลิร์นนิงแบบเฉพาะที่ Google พัฒนาเอง เรียกว่า Tensor Processing Unit (TPU) โดยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา Google ได้เปิดตัว TPU รุ่นใหม่ชื่อ Ironwood ซึ่งสามารถทำงานเป็นคลัสเตอร์ที่มีชิปได้มากถึง 9,216 ตัว ให้ประสิทธิภาพรวมสูงถึง 42.5 exaflops

TPU ที่ขับเคลื่อนระบบ Private AI Compute ถูกติดตั้งในเซิร์ฟเวอร์เฉพาะทางที่ผ่านการเสริมความมั่นคงปลอดภัยเป็นพิเศษ โดย Google ได้ปิดการเข้าถึง shell ซึ่งเป็นความสามารถที่ผู้ดูแลระบบสามารถใช้ปรับแก้ส่วนประกอบซอฟต์แวร์ที่ละเอียดอ่อนได้ ซึ่งช่องโหว่นี้มักถูกใช้ในการโจมตีทางไซเบอร์เพื่อติดตั้งมัลแวร์

อุปกรณ์ Pixel จะไม่เชื่อมต่อกับ TPU โดยตรง แต่จะเชื่อมต่อผ่านเซิร์ฟเวอร์ตัวกลางที่ใช้หน่วยประมวลผลกลางจาก Advanced Micro Devices (AMD) โดย Google ใช้ฟีเจอร์ SEV-SNP ที่มาพร้อมกับ CPU ของ AMD เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเจาะระบบ

SEV-SNP จะแบ่งหน่วยความจำของเซิร์ฟเวอร์ออกเป็นส่วนย่อยที่เข้ารหัส และสามารถเข้าถึงได้เฉพาะโดยเวอร์ชวลแมชชีนที่ใช้งานอยู่เท่านั้น ส่งผลให้หน่วยความจำนี้ไม่สามารถถูกถอดรหัสได้โดยตัวไฮเปอร์ไวเซอร์หรือระบบปฏิบัติการ ซึ่งหมายความว่า ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในกรณีนี้คือ Google ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ได้

SEV-SNP ยังมีมาตรการป้องกันการโจมตีทางช่องสัญญาณข้างเคียง ซึ่งเป็นการโจมตีทางไซเบอร์ที่พยายามดึงข้อมูลสำคัญออกมาผ่านการวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพของเซิร์ฟเวอร์ เช่น การเปลี่ยนแปลงของการใช้พลังงาน

โทรศัพท์ Pixel จะเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ตัวกลางที่ใช้ CPU ของ AMD ผ่านการเชื่อมต่อแบบเข้ารหัส ก่อนจะเริ่มการเชื่อมต่อ Google จะใช้เทคนิคที่เรียกว่าการรับรอง (attestation) เพื่อยืนยันตัวตนของเซิร์ฟเวอร์ เทคนิคนี้อาศัยข้อมูลทางเทคนิคของระบบเพื่อตรวจสอบว่าเซิร์ฟเวอร์ไม่เป็นอันตราย

Google ยังส่งต่อการรับส่งข้อมูลของ Private AI Compute ผ่านระบบที่เรียกว่า IP blinding relay เพื่อซ่อนที่อยู่ IP ของผู้ใช้ Pixel ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้หรือแยกแยะข้อมูลการรับส่งของพวกเขาจากข้อมูลเครือข่ายอื่น ๆ ได้ ทำให้การโจมตีทางไซเบอร์แทบเป็นไปไม่ได้

ปัจจุบัน Google ใช้ Private AI Compute เพื่อขับเคลื่อนแอป Recorder ของ Pixel สำหรับการถอดเสียง โดยบริษัทระบุว่าระบบนี้ช่วยให้ Recorder สามารถสรุปเนื้อหาการถอดเสียงได้หลายภาษามากขึ้น นอกจากนี้ Private AI Compute ยังเป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังของ Magic Cue ซึ่งเป็นชุดฟีเจอร์ใหม่ของ Pixel ที่ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในบริการของ Google ได้สะดวกยิ่งขึ้น

“นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น” Jay Yagnik รองประธานฝ่ายนวัตกรรมและวิจัยด้าน AI ของ Google เขียนไว้ในบล็อกโพสต์ “Private AI Compute เปิดโอกาสใหม่ให้กับประสบการณ์ AI ที่เป็นประโยชน์มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราสามารถใช้ทั้งโมเดลบนอุปกรณ์และโมเดลบนคลาวด์ขั้นสูงสำหรับกรณีการใช้งานที่ต้องการความละเอียดอ่อนสูงสุด”

ที่มา: https://siliconangle.com/2025/11/11/google-details-cloud-based-private-ai-compute-system-securing-pixel-data/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ