Google จัด Cloud Summit Bangkok – งานโชว์นวัตกรรม Google Cloud ครั้งในแรกในกรุงเทพฯ พร้อมนำธุรกิจไทยสู่โลกของคลาวด์เต็มตัว

Google Cloud Summit งานสัมมนานวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์คลาวด์ของ Google ได้เดินทางมาจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรกแล้วในวันนี้ (9 ต.ค. 2561) ลองมาดูกันว่าภายในงานดังกล่าว กูเกิลมีอะไรน่าสนใจมานำเสนอให้กับผู้ใช้และธุรกิจไทยกันบ้าง?

Google Cloud Platform นั้นเป็นแพลตฟอร์มที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในแง่ของการขยายพื้นที่การให้บริการและการเพิ่มบริการใหม่ๆ และในปีนี้ก็เช่นกัน ที่กูเกิลจะเดินหน้าลงทุนเพื่อขยาย infrastructure ที่มีอยู่ให้ครอบคลุมมากขึ้น ปรับบริการให้รองรับการทำงานร่วมกับวัฒนธรรมและภาษาท้องถิ่น ลงทุนในการมอบการศึกษาด้านคลาวด์ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ธุรกิจทั่วโลกสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์ได้เต็มที่ โดยมุ่งมั่นสร้างความแตกต่าง และรักษาจุดเด่นที่มีอยู่ ดังนี้

1. เป็นผู้นำด้านข้อมูล, analytics, และ machine learning

เทคโนโลยีเหล่านี้นั้นมีบทบาทมากต่อธุรกิจในปัจจุบัน และ Google ต้องการช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงพวกมันได้ไม่ว่าจะมีความเชี่ยวชาญในระดับก็ตาม สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาในผลิตภัณฑ์และบริการ เช่น TensorFlow ที่ช่วยในการพัฒนาระบบ machine learning, API machine learning สำเร็จรูปและ AutoML, บริการ BigQuery ML, หรือแม้กระทั่งการนำเทคโนโลยี automation และ AI เข้าไปอยู่ใน GSuite

2. เทคโนโลยี open source

Google ได้ทำการเปิด open source เครื่องมือหลายๆชนิดที่ใช้งานภายในออกมาให้นักพัฒนาภายนอกได้ใช้ได้อย่างอิสระในรูปแบบ open source เช่น TensorFlow, BigQuery และ Kubernetes พร้อมๆกับการเปิดให้บริการเทคโนโลยีเหล่านี้ผ่าน Google Cloud ซึ่งทางบริษัทก็จะส่งเสริมการเปิดระบบเป็น open source ต่อไป เพื่อความโปร่งใสของเทคโนโลยีและเป็นความรู้ต่อแวดวงนักพัฒนาซอฟต์แวร์

3. การให้บริการแบบ hybrid, multi-cloud

Google ตระหนักดีถึงข้อจำกัดของการใช้งานคลาวด์ที่หลายๆองค์กรเผชิญ จึงมุ่งเน้นการซัพพอร์ตให้ระบบคลาวด์หลายๆรูปแบบทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นระหว่าง private cloud ของลูกค้ากับ public cloud ของกูเกิล หรือระหว่าง public cloud และระบบอื่นๆของกูเกิลด้วยกันเอง โดยได้ออกบริการที่หลากหลายขึ้นเพื่อรองรับกระบวนการเหล่านี้ เช่น Kubernetes Engine สำหรับจัดการงาน operation ของ containers ต่างๆ, Istio โครงการ open source สำหรับบริหารการทำงานร่วมกันของ microservice หลายๆตัว, หรือ Cloud Armor เครื่องมือป้องกันการโจมตี DDoS ประสิทธิภาพสูง

นอกจากนี้ Google ยังได้นำเสนอ G Suite – productivity tool ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้ประโยชน์จากระบบคลาวด์ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการทำงานที่เรียบง่าย เป็นมิตรกับผู้ใช้ มีผู้ช่วยที่ฉลาด และมีความปลอดภัยสูง ทั้งการประสานและทำงานร่วมกันแบบ real-time การเชื่อมต่อไปยังเครื่องมืออื่นๆบนคลาวด์ หรือการนำเทคนิค machine learning มาเป็นผู้ช่วยให้มนุษย์สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น เช่นการแนะนำข้อความในอีเมล์อัตโนมัติ หรือการป้อนคำสั่ง spreadsheet ด้วยภาษาธรรมชาติ

เครื่องมือ G Suite นี้อาจเป็น “Cloud” ในความหมายที่เบาลงไป แต่ปัจจุบันก็ได้รับความนิยมจากคนทำงานและนักเรียนนักศึกษาหลายล้านคน และมีผู้ใช้งานแบบเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า 4 ล้านรายทั่วโลก

ปัจจุบัน Google Cloud Platform นั้นเปิดให้บริการทั่วโลกใน 17 regions โดย 5 ใน 17 นี้เป็น region ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ไต้หวัน สิงคโปร์ โตเกียว ซิดนีย์ และมุมไบ และ Google มีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีก 3 regions (ฮ่องกง โอซาก้า และอินโดนิเซีย) ในภูมิภาค AP ในอนาคตอันใกล้นี้


Check Also

ผู้บริหารธุรกิจไทยเล่าประสบการณ์การก้าวสู่ยุค Citizen Data Scientist ด้วย Oracle Autonomous Data Warehouse

ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้เข้าฟัง Discussion Panel ของ Oracle ที่ได้เชิญลูกค้าจาก PTG Energy และ Forth Smart Service มาเล่าถึงประสบการณ์การใช้ Oracle Autonomous Data Warehouse ที่ช่วยให้การทำ Business Intelligence, Business Report และ Business Dashboard สำหรับทำ Data Driven Business นั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ไม่ต้องพึ่งพาฝ่าย IT หรือ DBA ในการดึงข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการให้อีกต่อไป และยังทำให้การทำรายงานต่างๆ เร็วขึ้นกว่าเดิมหลายสิบถึงหลายร้อยเท่าอีกด้วย

[วิดีโอ] Sponsored Webinar: รู้เขา รู้เรา จัดระเบียบ Bot ดีและร้ายให้อยู่หมัดโดย F5 Networks

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย Sponsored Webinar เรื่อง “Fight the Good Fight against the Bad Bots – รู้เขา รู้เรา …