Breaking News

Google เปิดตัว Hire ระบบช่วยบริหารการสัมภาษณ์งานสำหรับองค์กร เชื่อมต่อกับ G Suite

Google เปิดตัว Hire ระบบช่วยบริหารการสัมภาษณ์งานสำหรับองค์กร เชื่อมต่อกับ G Suite

Google Hire เป็นระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อต้องการรับคนเข้าทำงาน โดยองค์กรสามารถกำหนด Process ของการรับคนเข้าทำงานได้เอง ช่วยลดความยุ่งยากและขั้นตอนที่ใช้ในการบริหารงานส่วนนี้ลงได้ โดยความสามารถเด่นของ Google Hire มีดังนี้

  • รองรับการเชื่อมต่อกับ G Suite Application อย่าง Google Calendar และ Gmail
  • ช่วยดึง Profile ผู้สมัครจากเว็บไซท์อื่นๆ เช่น LinkedIn, GitHub, Behance, Stack Overflow, US Patent Database และอื่นๆ
  • ช่วยให้เข้าถึงและสื่อสารกับผู้สมัครผ่านทาง Gmail หรือ Hire ได้ทันที โดยขั้นตอนทั้งหมดจะ Sync เข้าระบบ Email
  • ช่วยทำนัดสัมภาษณ์ ระหว่างผู้สัมภาษณ์และผู้สมัครได้ง่ายยิ่งขึ้น และทำการส่ง Calendar invite ให้กับผู้สัมภาษณ์แบบอัตโนมัติ
  • มี Pipeline แสดงข้อมูลการสมัคร พร้อมทำ Analyze และ Visualize ข้อมูลผ่านทาง Google Sheet
  • มีการเก็บข้อมูลผู้สมัครและผลการสัมภาษณ์เอาไว้ เพื่อใช้สำหรับเรียกสัมภาษณ์ในอนาคต

ปัจจุบัน Google Hire เปิดให้ใช้งานเฉพาะองค์กรในสหรัฐเท่านั้น และจะเปิดให้ภูมิภาคอื่นๆใช้งานได้ในอนาคต โดยต้องเป็นองค์กรขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ที่มีพนักงานไม่เกิน 1,000 คน ผู้ที่สนใจสามารถขอทดสอบใช้งานได้ที่ https://hire.google.com/request-demo/

ที่มา : https://www.blog.google/products/g-suite/google-introduces-hire-new-recruiting-app-integrates-g-suite/


About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนมือใหม่ผู้หลงใหลใน Enterprise IT และซูชิ

Check Also

Oracle กับการลดแรงกระแทกของธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ในภาวะสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้ บริษัทต่างต้องรัดเข็มขัดลดการใช้จ่ายต่างๆ ที่มากเกินควร ซึ่งวันนี้ทางทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสเข้าสัมภาษณ์คุณทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการของ Oracle ประเทศไทย ที่จะมาเล่าให้ฟังถึงการที่ Oracle จะสามารถเข้าไปช่วยธุรกิจต่างๆ ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในยามภาวะคับขันเพราะยังไงเสีย ธุรกิจก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

ESET เผยรายงานความมั่นคงปลอดภัยขององค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

ESET ผู้เชี่ยวชาญในด้านโซลูชันความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ออกมาเปิดเผยรายงานเกี่ยวกับข้อคิดเห็นและแนวโน้มกฏหมายทางไซเบอร์ในประเทศแทบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เช่น ญี่ปุ่น จีน ไทย อินโดนีเซีย ฮ่องกง และใต้หวัน