Google และ Bing เตรียมเลิกแสดงเว็บผิดลิขสิทธิ์ในผลการค้นหาในสหราชอาณาจักร

Google และ Bing ได้ทำข้อตกลงร่วมกันที่จะป้องกันไม่ให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเข้าถึงเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเมื่อมีการบังคับใช้จริงจะทำให้ผู้ใช้ search engine เหล่านี้มีโอกาสที่จะได้พบกับเว็บไซต์ที่ถูกลิขสิทธิ์มากขึ้นในผลการค้นหา content อย่างมิวสิกวิดีโอ หนังสือดิจิทัล หรือการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล

ข้อตกลงดังกล่าวถูกริเริ่มโดยสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Office) และได้รับความช่วยเหลือจากกรมวัฒนธรรม สื่อ และกีฬา ของสหราชอาณาจักร โดยจะมีการปรับ search engine ทั้งสองตามข้อตกลงนี้ ควบคู่ไปกับนโยบายปราบปราบการละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีอยู่แล้ว เช่นใช้คำสั่งศาลเพื่อปิดเว็บไซต์ ขอความร่วมมือภาคเอกชนงดโฆษณาบนเว็บไซต์ละเมิด และการให้การศึกษาแก่ผู้บริโภคตามแคมเปญ Get It Right From A Genuine Site

หากไม่มีอะไรผิดพลาด การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีขึ้นในช่วงฤดูร้อน(เดือนมิถุนายน-สิงหาคม)ที่จะถึงนี้

โครงการนี้ได้รับเสียงสนับสนุนในด้านจากผู้ผลิตสื่อแขนงต่างๆในประเทศ หลังจากเคยมีความพยายามของบางกลุ่มในการเรียกร้องให้ search engine นำผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ถูกลิขสิทธิ์ให้มากขึ้น โดยพวกเขาหวังว่าข้อตกลงนี้จะนำไปสู่ตลาดดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม

 

ที่มา: https://www.theguardian.com/technology/2017/feb/20/google-and-bing-to-demote-piracy-websites

About PRY

Check Also

ทำไม AI ถึงแก้โจทย์คณิตศาสตร์ระดับโลกได้ แต่ยังเอาชนะเกมหมากรุกทุกตาไม่ได้เสียที

AI ในปัจจุบันมีพลังมหาศาล และสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก ตั้งแต่การแก้โจทย์คณิตศาสตร์ขั้นสูงที่เคยทำให้นักวิชาการแถวหน้าต้องยอมแพ้ ไปจนถึงการจุดประเด็นความกังวลเรื่องการแทนที่มนุษยชาติ แต่คำถามสำคัญเชิงเทคนิคที่หลายคนสงสัยคือ เหตุใด AI จึงยังไม่สามารแก้ทางหมากรุกได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งที่มีกติกาตายตัวและข้อมูลเปิดเผยบนกระดานแบบ 100%

เจาะลึกวิกฤตความเชื่อมั่น Data Center ที่เม็ดเงินการลงทุนจำนวนมาก ไม่สามารถจูงใจผู้คนในแต่ละท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกาได้

การขยายขีดความสามารถด้านการประมวลผลกลายเป็นสิ่งจำเป็นของบรรดา Frontier AI ระดับโลก เพราะต่างทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อเดินหน้าโครงการก่อสร้าง Data Center แต่แนวคิดนี้กลับกำลังเผชิญแรงต้านอย่างรุนแรงในระดับพื้นที่ โดยผลสำรวจล่าสุดในสหรัฐอเมริกาชี้ว่า ประชาชนกว่า 60% ต้องการจำกัดการขยายตัวของ Data Center โดยเฉพาะโครงการที่เตรียมรุกคืบเข้ามาตั้งในชุมชนของตนเอง