เผยทิศทางของ HPE Aruba และอนาคตของเทคโนโลยีฝั่ง Network และ Security #ATM17APAC

ในงาน APAC Atmosphere 2017 ทาง Keerti Melkote ผู้ก่อตั้งของ Aruba Networks ที่ปัจจุบันกลายเป็น HPE Aruba ได้ออกมาเล่าถึงภาพรวมของ HPE Aruba ในปัจจุบันและทิศทางในอนาคต พร้อมเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ทางด้าน Network และ Security ด้วยกันหลายระบบ ทางทีมงาน TechTalkThai ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้จึงขอนำมาสรุปให้ผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกันดังนี้ครับ #ATM17APAC

 

หลัง HPE เข้าซื้อกิจการ HPE Aruba ก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง

Keerti Melkote ได้ออกมาเล่าย้อนไปถึงสมัยตอนก่อตั้งบริษัทกันนั้นยังเป็นยุคเริ่มต้นของ Wi-Fi สำหรับองค์กร ทาง Aruba จึงพยายามที่จะสร้างระบบเครือข่ายไร้สายที่มีทั้งความเสถียรและความมั่นคงปลอดภัยมากพอ และในปีแรกนั้นเองก็ได้เริ่มจัดงาน Airheads Community เพื่อแสดงให้คนในวงการ IT ได้เห็นว่า Wi-Fi สามารถทำอะไรให้กับธุรกิจและเปลี่ยนแปลงโลกของระบบเครือข่ายได้อย่างไรบ้าง จนปัจจุบันนี้กลายมาเป็นเทคโนโลยีหลักของระบบเครือข่ายไปแล้ว

ในงาน APAC Atmosphere 2016 ในปีที่แล้ว ทาง Aruba ได้ให้ Commitment เอาไว้ว่าจะทำให้ Airheads Community เติบโตยิ่งขึ้น และทำธุรกิจผ่าน Partner เป็นหลัก รวมถึงการก้าวไปเป็น Open Technology ให้มากขึ้น และการรักษาวัฒนธรรม Customer First, Customer Last ของ Aruba เอาไว้ให้ได้ภายใต้การเข้าซื้อกิจการของ HPE ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ประสบความสำเร็จด้วยดี และจะผลักดันต่อไปให้เติบโตยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ในปี 2016 ที่ผ่านมา HPE Aruba เติบโตในตลาด APAC ถึง 2 เท่า มี Market Share มากขึ้น 2% หรือนับเป็น 53% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือว่าเติบโตมากกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ โดยธุรกิจ 96% ของ HPE Aruba นั้นเกิดขึ้นได้จากเหล่า Partner และมีลูกค้ารายใหญ่ในตลาด Education, Hospitality, Healthcare และ Retail เพิ่มขึ้น

 

ผลิตภัณฑ์ฝั่ง Network ครบแล้ว อนาคตจะเป็นยุคของ Analytics และ Machine Learning

ปัจจุบัน HPE Aruba มี 802.11c Wireless Access Point Portfolio ตอบโจทย์การใช้ Wi-Fi ได้ครบทุกแบบ, มี Aruba Switch ที่ติดตั้งได้แบบ Zero Touch Provisioning และมีฟังก์ชันด้าน Security เท่า Access Point, มี Aruba Central สำหรับบริหารจัดการอุปกรณ์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องอาศัย Controller แยกต่างหาก และทำให้ตลาดเติบโตเป็นอย่างมาก, มี Aruba OS 8 ที่รองรับการใช้งานภายใน Virtualization และ Cloud ได้ รวมถึงมีกลุ่มลูกค้าที่ Aruba ต้องการตอบโจทย์อย่างชัดเจนคือกลุ่ม GenMobile ที่ใช้โทรศัพท์มือถือและการเชื่อมต่อเครือข่ายในทุกๆ กิจกรรมของชีวิต ซึ่งไม่ได้ขึ้นกับอายุหรือเพศแต่อย่างใด โดยมีทั้ง Education, Consumers, Operators, IT

Context ที่จำเป็นสำหรับระบบเครือข่ายในตอนนี้คือ User, Thing, Application, Location ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีระบบเครือข่ายควรจะต้องเอามาใช้ให้เต็มที่ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในการใช้งานที่ดียิ่งขึ้นได้ โดย Aruba ได้นำข้อมูลเหล่านี้มาใช้เป็น Contextual Intelligence เพื่อนำมาแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับระบบเครือข่าย ด้วยการเสริมความมั่นคงปลอดภัยของระบบให้สูงขึ้น และปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบเครือข่ายให้ดีขึ้นนั่นเอง

ข้อมูล Context เหล่านี้ถูกนำมาต่อยอดให้เทคโนโลยี Wi-Fi ของ Aruba สามารถช่วยทำ Asset Managent สำหรับติดตามสินทรัพย์และข้อมูลที่มีมูลค่าสูงภายในองค์กรได้ เพื่อช่วยปกป้องความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับสินทรัพย์และข้อมูลเหล่านั้นได้ กลายเป็นการประยุกต์ใช้ข้อมูลจากระบบเครือข่ายในอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจจาก HPE Aruba

ถัดจากนี้ไป การนำ AI และ Machine Learning มาใช้งานในระบบเครือข่ายจะกลายเป็นเรื่องที่พบเห็นกันได้มากขึ้น และ HPE Aruba ก็จะทำการต่อยอดจากข้อมูล Context ที่รวบรวมมาแล้วในข้างต้น พร้อมกับพัฒนา Model การวิเคราะห์รูปแบบใหม่ๆ เสริมเข้ามาตอบโจทย์ของ Network และ Security ในองค์กรมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้การทำ Automation ภายในระบบเครือข่ายนั้นมีความเป็นอัตโนมัติมากขึ้นทั้งในแง่ของการปรับแต่ง และการตรวจจับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ

 

HPE Aruba มุ่งสู่ธุรกิจ Security ด้วย Machine Learning อย่างเต็มตัว

ปัจจุบัน 84% ขององค์กรที่ใช้ IoT พบกับ Security Breach แล้ว ในขณะที่ 1/3 ของการโจมตีที่ประสบความสำเร็จนั้นเกิดจากอุปกรณ์ในกลุ่ม Shadow IT ส่วนการโจมตีนั้นอาจใช้เวลาถึง 8 สัปดาห์ก่อนความเสียหายจะปรากฎ, 80% ของการโจมตีใช้ Credential ที่มีอยู่จริง จะเห็นได้ว่าการโจมตีนั้น Low Profile มากขึ้น ในขณะที่การเล็งเป้าหมายนั้นก็มีความชัดเจนมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้กว่า 99% ของการเจาะระบบนั้นจะใช้ช่องโหว่ที่เป็นที่รู้จักกันโดยเหล่าผู้ดูแลระบบและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยอยู่แล้วมาเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี แต่การโจมตีเหล่านั้นก็ยังคงประสบความสำเร็จได้จากการประมาทของเหล่าผู้ดูแลระบบนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ HPE Aruba จึงทำการเปิดตัว Aruba 360 Secure Fabric ระบบ Analytics-Driven Active Cyber Protection เพื่อช่วยรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับทุกๆ ระบบเครือข่ายได้ทั้งภายในองค์กรและบน Cloud รวมถึงยังสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีของผู้ผลิตรายอื่นๆ ได้ โดยมีส่วนประกอบสำคัญคือระบบ Aruba IntroSpect เทคโนโลยี Machine Learning สำหรับงานทางด้าน Security ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบเครือข่ายโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มทั้งความเร็วในการตรวจจับการโจมตี, เพิ่มความแม่นยำ และลดงาน Manual ของเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้าน Security ภายในองค์กรลง

 

Analytics และ Automation จะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในการลดค่าใช้จ่ายการลงทุนด้าน IT ในระยะยาว

การเติบโตของ IT ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันนั้นเกิด BYOD ในองค์กรแล้วมากถึง 6,400 ล้านอุปกรณ์, มีการลงทุนใน Cloud แล้วกว่า 127,000 ล้านเหรียญ, มีอุปกรณ์ IoT 20,800 ล้านชิ้น แต่งบประมาณที่ลงทุนด้าน IT นั้นกลับเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 0-2% ในแต่ละองค์กรเท่านั้น การเลือกเทคโนโลยีใหม่เหมาะสมต่อการเติบโตและงบประมาณที่มีจึงมีความสำคัญมากขึ้น การทำ Automation เพื่อไม่ให้งบประมาณด้านบุคลากรเพิ่มขึ้นจึงกลายเป็นสิ่งสำตัญขององค์กรในทุกวันนี้

ในปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัว Aruba 8400 Switch Series เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำ Automation ในระบบเครือข่ายโดยเฉพาะ ด้วยระบบปฏิบัติการ ArubaOS-CX และเร็วๆ นี้ก็ได้เปิดตัว Aruba 8320 Switch Series รุ่นเล็กเพิ่มเข้ามา ทำให้สามารถตอบโจทย์ของการทำ Automation ในฝั่ง Campus Network ได้ตั้งแต่ Core จนถึง Edge

 

Cloud เป็นอีกหนึ่งตัวเร่งที่ช่วยให้ HPE Aruba เติบโต

อีกหนึ่งสิ่งที่ Keerti Melkote พูดถึงก็คือการย้ายมาใช้ Microsoft Office 365 ให้สำเร็จนั้นได้กลายมาเป็นหนึ่งในงานสำคัญของหลายองค์กรไปแล้ว เพื่อให้พนักงานภายในองค์กรเริ่มต้นทำงานบน Cloud ได้อย่างคล่องตัว และประเด็นนี้เองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ HPE Aruba เติบโต เพราะระบบเครือข่ายนั้นมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

ขยับจาก VPN สู่ SD-WAN เตรียมเปิดตัว SD-Branches

ที่ผ่านมา เทคโนโลยี VPN ของ HPE Aruba นั้นได้ถูกปรับปรุงให้กลายมาเป็น SD-WAN แทน และในอนาคตอันใกล้นี้ HPE Aruba เองก็มีแผนที่จะเปิดตัวโซลูชัน SD-Branches เพื่อตอบโจทย์เหล่าธุรกิจที่มีสาขาจำนวนมากให้ทำการบริหารจัดการได้ง่ายและเชื่อมต่อเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่วนรายละเอียดนั้นยังต้องรอติดตามกันต่อไป

 

เสียงจากเหล่าผู้ใช้งานของ HPE Aruba

ในงานครั้งนี้ได้มีลูกค้าของ HPE Aruba ออกมาแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันมากมาย ดังนี้

James Cook University เป็นมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษามากถึง 22,000 คนที่เน้นเรื่อง Life Science เป็นหลัก โดยการนำเทคโนโลยีเข้าไปใช้เสริมในการเรียนการสอนและการวิจัยก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ในฐานะสื่อกลางสำหรับการเรียนการสอนและการวิจัย โดยการออกแบบระบบเครือข่าย Wi-Fi ภายในมหาวิทยาลัยในปัจจุบันนี้ต้องออกแบบเผื่อถึงกรณีที่นักศึกษาแต่ละคนอาจมีอุปกรณ์มากกว่า 2-3 ชิ้นไปจนถึง 7-8 ชิ้นต่อคนแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้ทดลองใช้งานเทคโนโลยีจากผู้ผลิตค่ายอื่นๆ มาหมดแล้ว แต่ Aruba นั้นตอบโจทย์ที่สุดสำหรับ James Cook University และถัดจากนี้ก็จะนำความสามารถของ ArubaOS 8 มาใช้งานให้ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น เพื่อ Integrate ระบบต่างๆ เข้าด้วยกันและบริหารจัดการระบบเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุด

Sam Tuneau, Group Manager, Technology แห่ง Auckland Transport ได้มาแบ่งปันประสบการณ์ถึงการนำเทคโนโลยีระบบเครือข่ายไปใช้เสริมภารกิจการสนับสนุนด้านการคมนาคมขนส่ง โดยการออกแบบระบบเครือข่าย Wi-Fi สำหรับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดในองค์กรภายในอาคารใหม่ ซึ่งถือเป็นระบบเครือข่ายขนาดใหญ่มาก การใช้ Analytics เพื่อช่วยดูแลรักษาระบบเครือข่ายจึงมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก และตัดสินใจที่จะเลือกใช้ Aruba 8400 Switch Series เพื่อช่วยให้การติดตามแก้ไขปัญหาและดูแลรักษาระบบเครือข่ายเป็นไปได้ง่ายขึ้น รวมถึงการใช้ Analytics ในเชิงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเองก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยให้ระบบเครือข่ายมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น และช่วยให้ฝ่าย IT ทำงานได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่งก็มีการใช้งานทั้ง Aruba ClearPass และ Aruba AirWave มาตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้

Venkatesh Natarajan, CIO แห่ง Ashok Leyland เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้มาแบ่งปันเรื่องของการใช้งานระบบเครือข่ายในธุรกิจการผลิตยานยนตร์ โดยเริ่มต้นจากการใช้งาน Business Application สนับสนุนการทำธุรกิจ กลายมาเป็นการใช้ IT เป็นตัวนำธุรกิจ ซึ่ง Analytics นั้นเป็นระบบที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่โจทย์ที่สำคัญจริงๆ คือควรจะต้องทำอะไรถัดจากการนำข้อมูลมาช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของการทำงานภายใน มาเป็นการสร้างธุรกิจใหม่ให้เกิดขึ้นจริงได้ และในเวลาเดียวกัน Network และ Security ก็ได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสำคัญสูงมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะการใช้งานข้อมูลนั้นเกิดขึ้นในทุกที่ทุกเวลา ทำให้มุมมองของ Security ที่เคยเป็นแค่ค่าใช้จ่ายขององค์กรนั้น เปลี่ยนภาพไปเป็นการลงทุนขององค์กรเพื่อการก้าวไปเป็น Digital Business แทน

Ashok Leyland ได้ทำการติดตั้งระบบ IoT เพื่อรวบรวม Data Point จากรถยนต์ของตนเองเป็นปริมาณมหาศาลยิ่งกว่าธุรกิจการผลิตเครื่องบิน และนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงใช้เพื่อทำความเข้าใจลูกค้าผู้ใช้งานมากขึ้นด้วย ทำให้สิ่งที่ Ashok Leyland นำเสนอทุกวันนี้ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นยานยนตร์อีกต่อไป แต่เป็น Solution ของเทคโนโลยีด้านการคมนาคมแทน

Texmark เป็นธุรกิจด้านพลังงานที่มีการทำ Predictive Maintenance สำหรับการขนส่งน้ำมัน โดยใช้ Wi-Fi เป็นเครือข่ายระหว่าง Sensor และ Data Center เพื่อให้การดูแลรักษาอุปกรณ์ต่างๆ นั้นเป็นไปแบบ Data-driven และยังช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่แต่ละครั้งมีความปลอดภัยต่อชีวิตของพนักงานและทรัพย์สินขององค์กรมากขึ้น เนื่องจากมีข้อมูลประกอบการทำงานที่แม่นยำมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

Aruba แนะ Network Engineer ต้องหัดเขียนโปรแกรมแล้ว

สุดท้าย Melkote ได้ให้คำแนะนำแก่เหล่า Network Engineer ว่าต่อไปทักษะทางด้าน Software จะมีความสำคัญกับการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อใช้ในการพัฒนา Automation ภายในระบบ Software-defined Network และการเรียนรู้ API ใหม่ๆ หัดใช้งานและหัดพัฒนาระบบเชื่อมต่อเหล่านี้ให้ได้ก็เป็นสิ่งที่ต้องเริ่มฝึกฝนกันได้แล้ว



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Nokia จับมือ AWS นำเสนอโซลูชัน Cloud, 5G และ IoT ร่วมกัน

Nokia และ Amazon Web Services (AWS) ได้ออกมาประกาศความร่วมมือระหว่างกันในการนำเสนอโซลูชันทางด้าน Cloud, 5G และ Internet of Things (IoT) สู่ตลาดองค์กรและ …

Samsung พร้อมผลิตชิปขนาด 8nm เตรียมออกชิปขนาด 7nm ในปีหน้า

Samsung Electronics ผู้นำทางด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ ออกมาประกาศความสำเร็จในการผลิตชิปขนาด 8 นาโนเมตร (nm) FinFET, 8LPP (Low Power Plus) ออกแบบมาเพื่อรองรับแอพพลิเคชันประสิทธิภาพสูง พร้อมแล้วสำหรับกระบวนการผลิต

ปิดโหมดสีเทา